Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:35

[1] พวก​เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​พร้อม​กัน​และ​พา​พระ‍องค์​ไป​หา​ปีลาต

[2] และ​ตั้ง​ข้อ​กล่าว​หา​ว่า “เรา​พบ​ว่า​คน‍นี้​กำ‌ลัง​ทำ​ให้​ชน‍ชาติ​ของ​เรา​ไขว้​เขว​และ​ไม่​ให้​ส่ง​ส่วย​แก่​ซี‌ซาร์ และ​บอก​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​พระ‍คริสต์​กษัตริย์​องค์‍หนึ่ง”

[3] ปีลาต​จึง​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “เจ้า​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว​หรือ?” พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​เขาว่า “ก็​ท่าน​พูด​เอง​แล้ว”

[4] ปีลาต​จึง​กล่าว​กับ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิตและ​ฝูง‍ชน​ว่า “เรา​ไม่​เห็น​ว่า​คน‍นี้​มี​ความ​ผิด”

[5] แต่​พวก​เขา​ยืน‍กราน​ว่า “คน‍นี้​ยุ‍ยง​ประ‌ชา‍ชน​ให้​วุ่น‍วาย​และ​สั่ง‍สอน​ไป​ทั่ว​ยูเดีย ตั้ง‍แต่​กา‌ลิลี​จน‍ถึง​ที่​นี่”

[6] เมื่อ​ปีลาต​ได้​ยิน ท่าน​จึง​ถาม​ว่า “คน‍นี้​เป็น​ชาว​กา‌ลิลี​หรือ?”

[7] เมื่อ​ทราบ​ว่า​พระ‍องค์​เป็น​คน​ใน​ท้อง​ที่​ของ​เฮ‌โรด ท่าน​จึง​ส่ง​พระ‍องค์​ไป​หา​เฮ‌โรด​ซึ่ง​พัก​อยู่​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ใน​เวลา​นั้น

[8] เมื่อ​เฮ‌โรด​เห็น​พระ‍เยซู​ก็​ดี‍ใจ​มาก เพราะ​ท่าน​เคย​ได้​ยิน​ถึง​พระ‍องค์​มา​นาน​แล้ว ท่าน​อยาก​จะ​พบ​พระ‍องค์​และ​หวัง​ที่​จะ​ได้​เห็น​พระ‍องค์​ทำ​หมาย‍สำ‌คัญ​บ้าง

[9] ท่าน​จึง​ซัก‍ถาม​พระ‍องค์​หลาย​ข้อ แต่​พระ‍องค์​ไม่​ทรง​ตอบ​อะไร​เลย

[10] พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​ซึ่ง​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​กล่าว​หา​พระ‍องค์​อย่าง​รุน‍แรง

[11] เฮ‌โรด​กับ​พวก​ทหาร​ของ​ท่าน​ก็​ดู‍หมิ่น​และ​เยาะ‍เย้ย​พระ‍องค์ เมื่อ​เอา​เสื้อ‍ผ้า​ที่​สวย‍งาม​มา​สวม​ให้​พระ‍องค์​แล้ว​ก็​ส่ง​กลับ​ไป​หา​ปีลาต​อีก

[12] ปีลาต​กับ​เฮ‌โรด​คืน​ดี​กัน​ใน​วัน‍นั้น เพราะ​แต่​ก่อน​เป็น​ศัตรู​กัน

[13] ปีลาต​จึง​สั่ง​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต พวก​ผู้นำ และ​ประ‌ชา‍ชน​ให้​ประ‌ชุม​พร้อม​กัน

[14] และ​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​พา​คน‍นี้​มา​หา​เรา กล่าว​หา​ว่า​เขา​ยุยง​ประ‌ชา‍ชน นี่‍แน่ะ เรา​ไต่​สวน​ต่อ‍หน้า​พวก​ท่าน​แล้ว และ​ไม่​เห็น​ว่า​คน‍นี้​มี​ความ​ผิด​ใน​ข้อ​ที่​ท่าน​กล่าว​หา​เขา

[15] และ​เฮ‌โรด​ก็​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​ผิด​ด้วย เพราะ​เฮ‌โรด​ส่ง​ตัว​เขา​กลับ​มา​หา​เรา​อีก นี่แน่ะ คน‍นี้​ไม่‍ได้​ทำ​ผิด​อะไร​ที่​สม‍ควร​จะ​มี​โทษ​ถึง​ตาย

[16] เพราะ​ฉะนั้น​หลัง​จาก​ที่​เรา​เฆี่ยน​เขา​แล้ว เรา​ก็​จะ​ปล่อย​ไป”

[18] แต่​ฝูง​ชน​ร้อง​ขึ้น​พร้อม​กัน​ว่า “จง​เอา​คน​นี้​ไป​จัด‍การ และ​ปล่อย​บา‌รับ‌บัส​ให้​เรา”

[19] บา‌รับ‌บัส​นั้น​ติด​คุก​อยู่​เพราะ​ก่อ​การ​จลา‌จล​ใน​เมือง​และ​ฆ่า​คน

[20] แต่​ปีลาต​นั้น​ยัง​ต้อง‍การ​ปล่อย​พระ‍เยซู จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​อีก‍ครั้ง

[21] แต่​เขา​กลับ​ร้อง​ตะ‌โกน​ว่า “เอา​ไป​ตรึง เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน”

[22] ปีลาต​จึง​ถาม​พวก​เขา​เป็น​ครั้ง​ที่‍สาม​ว่า “ตรึง​ทำ‍ไม? เขา​ทำ​ผิด​อะไร? เรา​ไม่​พบ​เหตุ‍ผล​อะไร​ที่​เขา​สม‍ควร​จะ​ตาย เพราะ​ฉะนั้น​หลัง​จาก​ที่​เรา​เฆี่ยน​เขา​แล้ว​ก็​จะ​ปล่อย​ไป”

[23] แต่​พวก​เขา​ส่ง​เสียง‍ดัง​เร่ง‍รัด​ให้​เอา​พระ‍เยซู​ไป​ตรึง แล้ว​เสียง​ของ​เขา​ก็​ชนะ

[24] ปีลาต​จึง​สั่ง​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พวก​เขา​ปรารถ‌นา

[25] ท่าน​จึง​ปล่อย​คน​ที่​เขา​ขอ​นั้น ซึ่ง​ติด​คุก​เพราะ​ก่อ​การ​จลา‌จล​และ​ฆ่า​คน แล้ว​ท่าน​มอบ​พระ‍เยซู​ไว้​ตาม​ความ​ประ‌สงค์​ของ​พวก​เขา

[26] เมื่อ​กำ‌ลัง​พา​พระ‍องค์​ออก​ไป พวก​เขา​เกณฑ์​ซีโมน​ชาว​ไซ‌รีน​ที่​มา​จาก​บ้าน​นอก แล้ว​เอา​กาง‌เขน​วาง​บน​ตัว​เขา ให้​แบก​ตาม​พระ‍เยซู​ไป

[27] มี​คน​จำ‍นวน​มาก​ตาม​พระ‍องค์​ไป​ด้วย ทั้ง​พวก​ผู้‍หญิง​ที่​กำ‌ลัง​ทุกข์‍โศก​และ​คร่ำ‍ครวญ​เพราะ​พระ‍องค์

[28] พระ‍เยซู​ทรง​หัน​มา​ทาง​พวก​เขา​ตรัส​ว่า “ธิดา​ทั้ง‍หลาย​แห่ง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​เอ๋ย อย่า​ร้อง‍ไห้​สง‌สาร​เรา​เลย แต่​จง​ร้อง‍ไห้​สง‌สาร​ตน‍เอง​และ​ลูกๆ เถิด

[29] เพราะ‍ว่า​จะ​มี​เวลา‍หนึ่ง​ที่​พวก​เขา​จะ​กล่าว​ว่า ‘พวก​ผู้‍หญิง​ที่​เป็น​หมัน และ​ครรภ์​ที่​ไม่​ได้​ปฏิ‌สนธิ และ​เต้า‍นม​ที่​ไม่​เคย​เลี้ยง​ลูก ก็​เป็น​สุข’

[30] ใน​เวลา​นั้น​เขา​จะ​เริ่มพูด​กับ​ภูเขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า ‘จง​พัง​ลง​มา​ทับ​เรา’ และ​พูด​กับ​เนิน‍เขา​ว่า ‘จง​ปก‍คลุม​เรา​ไว้’

[31] เพราะ‍ว่า​ถ้า​เขา​ทำ​อย่าง​นี้​เมื่อ​ไม้​ยัง‍สด​อยู่ อะไร​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไม้‍แห้ง​แล้ว?”

[32] มี​อีก​สอง‍คน​ที่​เป็น​ผู้‍ร้าย ซึ่ง​เขา​พา​ไป​ประ‌หาร​ชีวิต​พร้อม​กับ​พระ‍องค์

[33] เมื่อ​ไป​ถึง​สถาน​ที่​แห่ง​หนึ่ง​ที่​เรียก‍ว่า​กระ‌โหลก​ศีรษะ เขา​ก็​ตรึง​พระ‍องค์​ไว้​ที่‍นั่น​บน​กาง‌เขน​พร้อม​กับ​ผู้‍ร้าย​สอง​คน​นั้น ข้าง‍ขวา​คน​หนึ่ง​ข้าง‍ซ้าย​คน​หนึ่ง

[34] พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “พระ‍บิดา​เจ้า‍ข้า ขอ​ทรง​ยก​โทษ​พวก​เขา​เพราะ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​กำ‌ลัง​ทำ​อะไร” แล้ว​พวก​เขา​ก็​เอา​ฉลอง‍พระ‍องค์​มา​จับ‍ฉลาก​แบ่ง​กัน

[35] ประ‌ชา‍ชน​ก็​ยืน​มอง​ดู​อยู่ พวก​ผู้‍นำ​ก็​เยาะ‍เย้ย​พระ‍องค์​ด้วย​ว่า “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ให้​รอด​ได้ ก็​ให้​เขา​ช่วย​ตัว‍เอง​ด้วย​ซิ ถ้า​หาก​เขา​เป็น​พระ‍คริสต์​ของ​พระ‍เจ้า​ที่​ทรง​เลือก​ไว้”

[36] พวก​ทหาร​ก็​เยาะ‍เย้ย​พระ‍องค์​ด้วย และ​เข้า​มา​เอา​เหล้า‍องุ่น​เปรี้ยว​ส่ง​ให้​พระ‍องค์

[37] แล้ว​กล่าว​ว่า “ถ้า​เจ้า​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว​ก็​จง​ช่วย​ตัว‍เอง​ให้​รอด​เถิด”

[38] เหนือ​พระ‍องค์​มี​คำ​จา‌รึก​ไว้​ด้วย​ว่า “คน‍นี้​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว”

[39] ผู้‍ร้าย​คน​หนึ่ง​ที่​ถูก​ตรึง​ไว้​จึง​พูด​หมิ่น​ประ‌มาท​พระ‍องค์​ว่า “เจ้า​เป็น​พระ‍คริสต์​ไม่​ใช่​หรือ? จง​ช่วย​ตัว​เอง​กับ​เรา​ทั้ง​สอง​ให้​รอด​เถิด”

[40] แต่​อีก​คน​หนึ่ง​ห้าม‍ปราม​เขา​ว่า “เจ้า​ไม่​เกรง‍กลัว​พระ‍เจ้า​หรือ? เพราะ​เจ้า​ก็​ถูก​ลง​โทษ​เหมือน​กัน

[41] และ​เรา​ทั้ง‍สอง​ก็​สมควร‍กับ​โทษ​นั้น​จริง เพราะ​เรา​ได้​รับ​ผล​สม​กับ​การ​กระทำ แต่​ท่าน​ผู้​นี้​ไม่‍ได้​ทำ​ผิด​อะไร​เลย”

[42] แล้ว​คน‍นั้น​จึง​ทูล​ว่า “พระ‍เยซู ขอ​พระ‍องค์​ทรง​ระลึก​ถึง​ข้า‍พระ‍องค์​เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍องค์”

[43] พระ‍เยซู​ทรง‍ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​ท่าน​ว่า วัน‍นี้​ท่าน​จะ​อยู่​กับ​เรา​ใน​เมือง​บรม‍สุข‍เกษม”

[44] เวลา​นั้น​ประ‌มาณ​เที่ยงวัน เกิด​มืด‍มัว​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น‍ดิน​จน‍ถึง​บ่าย​สาม​โมง

[45] ดวง​อา‌ทิตย์​ก็​มืด​ไป ม่าน ใน​พระ‍วิหาร​ก็​ขาด​ตรง​กลาง

[46] พระ‍เยซู​ทรง​ร้อง​เสียง​ดัง​ตรัส​ว่า “ข้า​แต่​พระ‍บิดา ข้า‍พระ‍องค์​ขอ​ฝาก​จิต​วิญ‌ญาณ​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ไว้​ใน​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍องค์ ” ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​ก็​สิ้น​พระ‍ชนม์

[47] เมื่อ​นาย​ร้อย​เห็น​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​นี้ จึง​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​ว่า “แท้‍จริง​ท่าน​ผู้‍นี้​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม”

[48] ฝูง‍ชน​ทั้ง‍หมด​ที่​มา​ชุม‌นุม​กัน​เพื่อ​จะ​ดู​เหตุ‍การณ์​นั้น เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​พา​กัน​ตี‍อก​ชก​ตัว​กลับ​ไป

[49] ทุก​คน​ที่​รู้‍จัก​พระ‍องค์ รวม​ทั้ง​พวก​ผู้‍หญิง​ซึ่ง​ตาม​พระ‍องค์​มา​จาก​กา‌ลิลี ก็​ยืน​อยู่​แต่​ไกล​มอง​เห็น​สิ่ง​เหล่า​นี้

[50] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โย‌เซฟ ท่าน​เป็น​สมา‌ชิก​สภา เป็น​คน‍ดี​และ​ชอบ‍ธรรม

[51] ท่าน​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​มติ​และ​การ​กระ‌ทำ​ของ​สภา​นั้น ท่านเป็น​ชาว​อาริ‌มา‌เธีย​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ของ​พวก​ยิว และเป็น​คน​ที่​คอย‍ท่า​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า

[52] ชาย​คน‍นี้​เข้า​ไป​หา​ปีลาต​ขอ​พระ‍ศพ​ของ​พระ‍เยซู

[53] เมื่อ​เขา​เอา​พระ‍ศพ​ลง​แล้ว จึง​เอา​ผ้า‍ป่าน​พัน​หุ้ม​ไว้ แล้ว​นำ​พระ‍ศพ​ไป​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ซึ่ง​เจาะ​ไว้​ใน​ศิลา อุโมงค์​นั้น​ยัง​ไม่​เคย​วาง​ศพ​ของ​ใคร​เลย

[54] วัน‍นั้น​เป็น​วัน​จัด‍เตรียม และ​ใกล้​จะ​ถึง​วัน​สะบาโต​แล้ว

[55] พวก​ผู้‍หญิง​ที่​ตาม​พระ‍องค์​มา​จาก​แคว้น​กา‌ลิลี​ก็​ตาม​ไป​และ​เห็น​อุโมงค์​นั้น ทั้ง​เห็น​ว่า​เขา​วาง​พระ‍ศพ​ของ​พระ‍องค์​ไว้​อย่าง‍ไร​ด้วย

[56] แล้ว​พวก​นาง​ก็​กลับ​ไป​จัด‍แจง​เครื่อง​หอม​กับ​น้ำ‍มัน​หอม ใน​วัน​สะ‌บา‌โต​นั้น​พวก​เขา​ก็​หยุด​พัก​ตาม​บัญ‌ญัติ

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters