Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:06

[1] พระ‍เยซู​ตรัส​อุป‌มา​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวก​เขา​ฟัง เพื่อ​สอน​ว่า​เขา​ทั้งหลาย​ควร​อธิษ‌ฐาน​อยู่​เสมอ​และ​ไม่​อ่อน​ระอา​ใจ

[2] พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “ใน​เมือง​แห่ง​หนึ่ง​มี​ผู้​พิพาก‌ษา​อยู่​คน​หนึ่ง เป็น​คน​ที่​ไม่​เกรง‍กลัว​พระ‍เจ้า​และ​ไม่​เห็น​แก่​มนุษย์​ด้วย

[3] ใน​เมือง​นั้น​มี​หญิง‍ม่าย​คน​หนึ่ง​มา​หา​ท่าน​พูด​ว่า ‘ขอ​ให้​ความ​ยุติ‍ธรรม​แก่​ดิฉัน​ใน​การ​สู้‍ความ​เถิด’

[4] แต่​ผู้​พิพาก‌ษา​คน​นั้น​ไม่‍ยอม​ทำ​จน​เวลา​ผ่าน​ไป​นาน แต่​ภาย‍หลัง​เขา​นึก​ใน​ใจ​ว่า ‘แม้​ว่า​ข้าจะ​ไม่​เกรง​กลัว​พระ‍เจ้า​และ​ไม่​เห็น​แก่​มนุษย์

[5] แต่​เพราะ​แม่‍ม่าย​คน‍นี้​มา​ทำ​ให้​ข้า​ลำ‌บาก ข้า​จะ​ให้​ความ​ยุติ‍ธรรม​แก่​นาง​เพื่อ​ไม่​ให้​นาง​มา​รบ‍กวน​ให้​รำ‌คาญ​ใจ​บ่อยๆ’ ”

[6] และ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​ว่า “จง​ฟัง​คำ​ที่​ผู้​พิพาก‌ษา​อธรรม​คน​นี้​พูด

[7] พระ‍เจ้า​จะ​ไม่​ประ‌ทาน​ความ​ยุติ‍ธรรม​แก่​คน​ที่​พระ‍องค์​ทรง​เลือก​ไว้ คือ​พวก​ที่​ร้อง​ถึง​พระ‍องค์​ทั้ง​กลาง‍วัน​กลาง‍คืน​หรือ? พระ‍องค์​จะ​ทรง​อด‍ทน​ได้​หรือ?

[8] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า พระ‍องค์​จะ​ประ‌ทาน​ความ​ยุติ‍ธรรม​แก่​พวก​เขา​โดย​เร็ว แต่​เมื่อ​บุตร‍มนุษย์​มา ท่าน​ยัง​จะ​พบ​ความ​เชื่อ​ใน​แผ่น‍ดิน​โลก​หรือ?”

[9] สำ‌หรับ​บาง‍คน​ที่​เชื่อ​มั่น​ใน​ตัว​เอง​ว่า​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​และ​ดู‍หมิ่น​คน​อื่น​นั้น พระ‍องค์​ตรัส​อุป‌มา​นี้​ว่า

[10] “มี​สอง​คน​ขึ้น​ไป​อธิษ‌ฐาน​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร คน​หนึ่ง​เป็น​ฟา‌ริสี​และ​คน​หนึ่ง​เป็น​คน​เก็บ​ภาษี

[11] คน​ที่​เป็น​ฟา‌ริสี​นั้น​ยืน​อยู่​คน​เดียว​อธิษ‌ฐาน​ว่า ‘ข้า‍แต่​พระ‍เจ้า ข้า‍พระ‍องค์​ขอบ‍พระ‍คุณ​พระ‍องค์​ที่​ข้า‍พระ‍องค์​ไม่​เหมือน​คน‍อื่น​ที่​เป็น​คน​ฉ้อ​โกง เป็น​คน​อธรรม และ​เป็น​คน​ล่วง​ประ‌เวณี และ​ไม่​เหมือน​คน​เก็บ​ภาษี​คน‍นี้

[12] ข้า‍พระ‍องค์​ถือ​อด​อาหาร​สอง​วัน​ต่อ​สัป‌ดาห์ และ​สิ่ง​สาร‌พัด​ที่​ข้า‍พระ‍องค์​หา​ได้ ข้า‍พระ‍องค์​ก็​เอา​ทศางค์ ​มา​ถวาย​เสมอ’

[13] ส่วน​คน​เก็บ​ภาษี​นั้น​ยืน​อยู่​แต่​ไกล ไม่​ยอม​แม้​แต่​แหงน​หน้า​ดู​ฟ้า แต่​ตี‍อก​ชก​ตัว​กล่าว​ว่า ‘ข้า‍แต่​พระ‍เจ้า ขอ​ทรง​เมต‌ตา​แก่​ข้า‍พระ‍องค์​ผู้​เป็น​คน‍บาป​เถิด’

[14] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า คน‍นี้​แหละ​เมื่อ​กลับ​ลง​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​ตน​ก็​ถูก​นับ‍ว่า​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม ไม่‍ใช่​อีก​คน​หนึ่ง​นั้น เพราะ‍ว่า​ทุก‍คน​ที่​ยก​ตัว​ขึ้น​จะ​ต้อง​ถูก​เหยียด​ลง แต่​ทุก‍คน​ที่​ถ่อม​ตัว​ลง​จะ​ได้​รับ​การ​ยก​ขึ้น ”

[15] แล้ว​มี​บาง​คน​อุ้ม​ทารก​มา​หา​พระ‍องค์​เพื่อ​จะ​ให้​พระ‍องค์​ทรง​สัม‌ผัส​ทารก​นั้น เมื่อ​พวก​สา‌วก​เห็น​ก็​ห้าม​เขา

[16] แต่​พระ‍เยซู​ทรง​เรียก​ให้​เขา​เอา​เด็กๆ มา แล้ว​ตรัส​ว่า “จง​ยอม​ให้​เด็ก​เล็กๆ เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​เขา​เลย เพราะ‍ว่า​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​เป็น​ของ​คน​อย่าง​พวก​เขา

[17] เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ใคร​ที่​ไม่​ยอม​รับ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​นั้น​ไม่‍ได้”

[18] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ขุน‍นาง​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์​ผู้​ประ‌เสริฐ ข้าพเจ้า​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร​ถึง​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์?”

[19] พระ‍เยซู​ตรัส​ถาม​คน‍นั้น​ว่า “ท่าน​ใช้​คำ​ว่า​ประ‌เสริฐ​กับ​เรา​ทำไม? ไม่‍มี​ใคร​ประเสริฐ​นอกจาก​พระ‍เจ้า​องค์​เดียว

[20] ท่าน​รู้‍จัก​บัญ‌ญัติ​แล้ว​ที่​ว่า‘ห้าม​ล่วง‍ประ‌เวณี​ผัว​เมีย​เขา ห้าม​ฆ่า​คน ห้าม​ลัก‍ทรัพย์ ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ จง​ให้​เกียรติ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า ’ ”

[21] คน​นั้น​จึง​ทูล​ว่า “ข้อ​เหล่า​นั้น​ข้าพ‌เจ้า​ถือ​รักษา​ไว้​ตั้ง​แต่​เด็ก”

[22] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​ยัง​ขาด​สิ่ง‍หนึ่ง จง​ไป​ขาย​สิ่ง​ของ​ทั้ง‍หมด​ที่​ท่าน​มี​อยู่​แล้ว​แจก‍จ่าย​ให้​คน​ยาก‍จน ท่าน​ถึงจะ​มี​ทรัพย์​สม‌บัติ​ใน​สวรรค์ แล้ว​จง​กลับ​มา​ติด‍ตาม​เรา”

[23] แต่​เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​เป็น​ทุกข์ เพราะ​เขา​เป็น​คน​มั่งมี​มาก

[24] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​เขา​มี​อาการ​อย่าง​นั้น พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ว่า “คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ

[25] ตัว​อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ยัง​ง่าย‍กว่า​การ​ที่​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

[26] พวก​ที่​ได้​ยิน​จึง​กล่าว​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​รอด​ได้?”

[27] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “สิ่ง​ที่​มนุษย์​ทำไม่ได้ พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​ได้”

[28] เป‌โตร​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “นี่​แหละ พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ถึง​ได้​สละ​ทิ้ง​บ้าน‍เรือน​ของ​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ติด‍ตาม​พระ‍องค์​มา”

[29] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า คน​ที่​สละ​บ้าน หรือ​ภรรยา หรือ​พี่‍น้อง หรือ​บิดา​มารดา หรือ​บุตรเพราะ​เห็น‍แก่​แผ่น‍ดิน​ของ​พระเจ้า

[30] จะ​ได้​รับ​ผล​ตอบ‍แทน​หลาย​เท่า​ใน​ยุค​นี้ และ​ใน​ยุค‍หน้า​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์”

[31] พระ‍องค์​ทรง‍พา​สา‌วก​สิบ‍สอง​คน​ไป​แล้ว​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “นี่‍แน่ะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​เขียน​เรื่อง​บุตร‍มนุษย์​จะ​สำเร็จ

[32] เพราะ‍ว่า​บุตร‍มนุษย์​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​คน​ต่าง​ชาติ และ​พวก​เขา​จะ​เยาะ‍เย้ย​ท่าน กระ‌ทำ​หยาบ‍คาย​ต่อ​ท่าน ถ่ม​น้ำ‍ลาย​รด​ท่าน

[33] พวก​เขา​จะ​โบย‍ตี​และ​ฆ่า​ท่าน แล้ว​ใน​วัน​ที่​สาม​ท่าน​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่”

[34] ส่วน​พวก​สา‌วก​ไม่​เข้า‍ใจ​สิ่ง​เหล่า‍นั้น​เลย ความ​หมาย​ของ​ถ้อย​คำ​นั้น​ถูก​ซ่อน​ไว้​จาก​พวก​เขา และ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​พระ‍องค์​ตรัส​ถึง​อะไร

[35] เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​มา​ใกล้​เมือง​เย‌รี‌โค มี​คน​ตา‍บอด​คน​หนึ่ง​นั่ง​ขอ‍ทาน​อยู่​ริม​ทาง

[36] เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​เสียง​ฝูง​ชน​เดิน​ผ่าน​จึง​ถาม​ว่า​มี​เรื่อง​อะไร

[37] พวก​เขา​จึง​บอก​ว่า​เยซู​ชาว​นาซา‌เร็ธ​เสด็จ​ผ่าน​มา

[38] คน​ตา‍บอด​คน​นั้น​จึง​ร้อง​ว่า “เยซู บุตร‍ดา‌วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​ข้า​พระ‍องค์​เถิด”

[39] คน​ที่​เดิน​อยู่​ข้าง‍หน้า​นั้น​จึง​ห้าม​เขา​เพื่อ​ให้​เขา​เงียบ แต่​เขา​ยิ่ง​ร้อง​ขึ้น​ว่า “บุตร​ดา‌วิด​เจ้า‍ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​ข้า​พระ‍องค์​เถิด”

[40] พระ‍เยซู​ทรง​หยุด​และยืน​อยู่ และทรง​สั่ง​ให้​พา​คน​ตา‍บอด​มา​หา​พระ‍องค์ เมื่อ​เขา​มา​ใกล้​แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส‍ถาม​เขา​ว่า

[41] “ท่าน​ปรารถ‌นา​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​แก่​ท่าน?” เขา​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า โปรด​ให้​ข้า‍พระ‌องค์​เห็น​ได้”

[42] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​เห็น​เถิด ความ‍เชื่อ​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ตัว​ท่าน​หาย​ปกติ​แล้ว”

[43] ทัน‍ใด​นั้น​เขา​ก็​เห็น​ได้ และ​ตาม​พระ‍องค์​ไป​พร้อม​กับ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍เจ้า และ​เมื่อ​ประ‌ชา‍ชน​เห็น​เช่น​นั้น พวก​เขา​ก็​สรร‌เสริญ​พระเจ้า​ด้วย

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters