Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:00

[1] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “เศรษฐี​คน​หนึ่ง​มี​พ่อ‍บ้าน มี​คน​มา​ฟ้อง​เศรษฐี​ว่า​พ่อ‍บ้าน​คน​นั้น​กำ‌ลัง​ผลาญ​สม‌บัติ​ของ​ท่าน

[2] เศรษฐี​จึง​เรียก​พ่อ‍บ้าน​มา บอก​กับ​เขา​ว่า ‘เรื่อง​ที่​เรา​ได้​ยิน​เกี่ยว‍กับ​เจ้า​นั้น​เป็น​อย่าง‍ไร​กัน? เอา​บัญชี​พ่อ‍บ้าน​ของ​เจ้า​มา เพราะ‍ว่า​เจ้า​จะ​เป็น​พ่อ‍บ้าน​ต่อ‍ไป​ไม่​ได้’

[3] พ่อ‍บ้าน​คน​นั้น​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ข้า​จะ​ทำ​อะไร​ดี เพราะ​ข้า​กำ‌ลัง​จะ​ถูก​นาย​ถอด​ออก​จาก​หน้า‍ที่​แล้ว? จะ​ไป​ขุด​ดิน​ก็​ไม่​มี​แรง จะ​ไป​ขอ‍ทาน​ก็​อาย​เขา

[4] ข้า​รู้​แล้ว​ว่า​จะ​ทำ​อะไร​ดี เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ข้า​ถูก‍ถอด​จาก​หน้า‍ที่​แล้ว คน​อื่นๆ จะ​ยัง​รับ​ข้า​ไว้​ใน​บ้าน​ของ​เขา’

[5] คน​นั้น​จึง​เรียก​ลูก‍หนี้​ของ​นาย​มา​ที​ละ​คน แล้ว​ถาม​คน​แรก​ว่า ‘ท่าน​เป็น‍หนี้​นาย​ของ​ข้าพ‌เจ้า​เท่า‍ไหร่?’

[6] เขา​ตอบ​ว่า ‘น้ำ‍มัน​ร้อย​ถัง’ พ่อ‍บ้าน​จึง​บอก​เขา​ว่า ‘ไป​เอา​บัญชี​ของ​ท่าน​มา นั่ง​ลง​แล้ว​แก้​เป็น​ห้า‍สิบ​ถัง​เร็วๆ เข้า’

[7] แล้ว​เขา​ก็​ถาม​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า ‘ท่าน​เป็น‍หนี้​เท่า‍ไหร่?’ เขา​ตอบ​ว่า ‘ข้าว​สาลี​ร้อย​กระ‌สอบ’ พ่อ‍บ้าน​จึง​บอก​ว่า ‘เอา​บัญชี​ของ​ท่าน​มา​แก้​เป็น​แปด‍สิบ’

[8] แล้ว​เศรษฐี​ก็​ชม​พ่อ‍บ้าน​อสัตย์​นั้น เพราะ​เขา​ทำ​ด้วย​ความ​ฉลาด เพราะ​ว่า​ลูก​ของ​ยุค​นี้​รู้จัก​ใช้​ความ​ฉลาด​กับ​คน​ใน​สมัย​ของ​พวก​เขา​มาก​กว่า​ลูก​ของ​ความ​สว่าง

[9] เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า จง​ทำ​ตัว​ให้​มี​มิตร‍สหาย​ด้วย​เงิน​ทอง​อธรรม เพื่อ​ที่​ว่า​เมื่อ​สูญ​เสีย​มัน​ไป​แล้ว เขา​จะ​ได้​ต้อน‍รับ​ท่าน​ไว้​ใน​ที่​อา‌ศัย​ตลอด​ไป

[10] “คน​ที่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​เล็ก‍น้อย​จะ​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​มาก​ด้วย และ​คน​ที่​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​เล็ก​น้อย จะ​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​มาก​เช่น​กัน

[11] ดัง‍นั้น​ถ้า​พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​เงิน​ทอง​อธรรม​แล้ว ใคร​จะ​มอบ​ของ​เที่ยง​แท้​ให้​แก่​ท่าน?

[12] และ​ถ้า​พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​คน​อื่น​แล้ว ใคร​จะ​มอบ​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​ท่านเอง​ให้​แก่​ท่าน?

[13] ไม่‍มี​ผู้‍ใด​เป็น​ข้า‍สอง‍เจ้า​บ่าว‍สอง‍นาย​ได้ เพราะ​จะ​เกลียด​ชัง​นาย​คน​หนึ่ง​และ​จะ​รัก​นาย​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​จะ​นับ‍ถือ​นาย​คน​หนึ่ง​และ​จะ​ดู‍หมิ่น​นาย​อีก​คน​หนึ่ง ท่าน​จะ​รับ‍ใช้​พระ‍เจ้า​และ​เงิน‍ทอง​พร้อม‍กัน​ไม่‍ได้”

[14] พวก​ฟา‌ริสี​ที่​เห็น​แก่​เงิน​เมื่อ​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นั้น​แล้ว​จึง​เยาะ‍เย้ย​พระ‍องค์

[15] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​ทำ‍ที​ดู​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​ต่อ‍หน้า​มนุษย์ แต่​พระ‍เจ้า​ทรง‍ทราบ​จิต‍ใจ​ของ​ท่าน เพราะ‍ว่า​สิ่ง​ที่​มี​คุณ‍ค่า​สูง​ใน​หมู่​มนุษย์ ก็​เป็น​ที่​เกลียด‍ชัง​ใน​สาย​พระ‍เนตร​ของ​พระ‍เจ้า

[16] “มี​เพียง ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​จน​กระ‌ทั่ง​ยอห์น​มา​ปรา‌กฏ ตั้ง‍แต่​นั้น​มา​เขา​ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ​เรื่อง​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า และ​ทุก​คน​ก็​พยา‌ยาม​แย่ง​ชิง​กัน​เข้า​ไป​ใน​แผ่น‍ดิน​นั้น

[17] ถึง​กระ‌นั้น ฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป​ก็​ยัง​ง่าย‍กว่า​ขีด ขีด​หนึ่ง​ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​หลุด​หาย​ไป

[18] “ผู้‍ที่​หย่า​ภรร‌ยา​ของ​ตน​แล้ว​ไป​มี​ภรร‌ยา​ใหม่​ก็​ผิด​ประ‌เว‌ณี และ​คนที่​รับ​หญิง​ซึ่ง​สามี​หย่า​แล้ว​มา​เป็น​ภรร‌ยา​ของ​ตน​ก็​ผิด​ประ‌เวณี​ด้วย

[19] “มี​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​นุ่ง‍ห่ม​ผ้า​สี‍ม่วง​และ​ผ้า​ป่าน​เนื้อ‍ดี อยู่​อย่าง​รื่น‍เริง​ฟุ่ม‍เฟือย​ทุกๆ วัน

[20] และ​มี​คน​ยาก‍จน​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ลา‌ซา‌รัส เป็น​แผล​ทั้ง​ตัว นอน​อยู่​ที่​ประตู​รั้ว‍บ้าน​ของ​เศรษฐี

[21] เขา​อยาก​จะ​กิน​เศษ​อาหาร​ที่​ตก​จาก​โต๊ะ​ของ​เศรษฐี​คน​นั้น แม้​สุนัข​ก็​มา​เลีย​แผล​ของ​เขา

[22] ต่อ​มา​คน​ยาก‍จน​นั้น​ตาย และ​พวก​ทูต‍สวรรค์​นำ​เขา​ไป​อยู่​กับ​อับ‌รา‌ฮัม ส่วน​เศรษฐี​คน​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย และ​ถูก​ฝัง​ไว้

[23] และ​เมื่อ​เขา​เป็น​ทุกข์​ทร‌มาน​อยู่​ใน​แดน‍คน‍ตาย เขา​แหงน‍หน้า​ดู เห็น​อับ‌รา‌ฮัม​อยู่​แต่​ไกล และ​ลา‌ซา‌รัสก็​อยู่​กับ​ท่าน

[24] เศรษฐี​จึง​ร้อง​ว่า ‘อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​เจ้า‍ข้า ขอ​เมตตา​ข้าพ‌เจ้า​เถิด ขอ​ใช้​ลา‌ซา‌รัส​เอา​ปลาย​นิ้ว​จุ่ม​น้ำ​มา​แตะ​ลิ้น​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ให้​เย็น เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​ต้อง​ทุกข์​ระทม​อยู่​ใน​เปลว​ไฟ​นี้’

[25] แต่​อับ‌รา‌ฮัม​ตอบ​ว่า ‘ลูก​เอ๋ย เจ้า​จง​ระลึก​ว่า​เมื่อ​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ เจ้า​ได้​สิ่ง​ที่​ดี​สำ‌หรับ​ตัว และ​ลา‌ซา‌รัส​ได้​แต่​สิ่ง​เลว เวลา‍นี้​เขา​ได้​รับ​การ​ปลอบ‍โยน​แล้ว แต่​เจ้า​ได้​รับ​แต่​ความ​ทุกข์​ระทม

[26] ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เจ้า​ก็​มี​เหว​ใหญ่​ตั้ง​ขวาง​อยู่ เพื่อ​ว่า​ถ้า​ใคร​อยาก​จะ​ข้าม​จาก​ที่‍นี่​ไป​ถึง​พวก​เจ้า​ก็​ทำไม่​ได้ หรือ​ถ้า​จะ​ข้าม​จาก​ที่‍นั่น​มา​ถึง​เรา​ก็​ทำไม่​ได้’

[27] เศรษฐี​คน​นั้น​จึง​กล่าว​ว่า ‘ถ้า​อย่าง​นั้น บิดา​เจ้า​ข้า ขอ​ท่าน​ใช้​ลา‌ซา‌รัส​ไป​ที่​บ้าน​บิดา​ของ​ข้าพ‌เจ้า

[28] เพราะ‍ว่า​ข้าพ‌เจ้า​มี​น้อง‍ชาย​ห้า​คน ให้​ลา‌ซา‌รัส​ไป​เตือน​พวก​เขา เพื่อ​ไม่​ให้​เขา​ต้อง​มา​อยู่​ใน​ที่​ทุกข์​ทร‌มาน​แห่ง​นี้’

[29] แต่​อับ‌รา‌ฮัม​ตอบ​ว่า ‘เขา​มี​โม‌เสส​และ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​แล้ว ให้​พวก​เขา​ฟัง​คน​เหล่า​นั้น​เถิด’

[30] เศรษฐี​คน‍นั้น​จึง​กล่าว​ว่า ‘ไม่‍ได้ อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​เจ้า‍ข้า แต่​ถ้า​มี​ใคร​สัก​คน​หนึ่ง​จาก​พวก​คน‍ตาย​ไป‍หา​พวก​เขา เขา​คง​จะ​กลับ‍ใจ​ใหม่’

[31] อับ‌รา‌ฮัม​จึง​ตอบ​เขา​ว่า ‘ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ฟัง​โม‌เสส​และ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ แม้​จะ​มี​ใคร​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย เขา​ก็​ยัง​จะ​ไม่​เชื่อ’ ”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters