Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:05

[1] ภาย‍หลัง​เหตุ‍การณ์​เหล่า​นั้น พระ‍เยซู​ทรง​แต่ง‍ตั้ง​อีก​เจ็ด‍สิบ‍สอง ​คน​และ​ทรง​ใช้​พวก​เขา​ออก​ไป​เป็น​คู่ๆ ล่วง‍หน้า​ไป​ก่อน​พระ‍องค์ เข้า​ไป​ทุก​เมือง​และ​ทุก​ตำ‌บล​ที่​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​ไป​นั้น

[2] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้งหลาย​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก แต่​คน‍งาน​ยัง​น้อย​อยู่ เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​จง​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า‍ของ​นา​ให้​ส่ง​คน‍งาน​มา​เก็บ​เกี่ยว​พืช‍ผล​ของ​พระ‍องค์

[3] ไป​เถอะ เรา​ใช้​พวก​ท่าน​ออก​ไป​เหมือน​อย่าง​ลูก‍แกะ​ที่​อยู่​ท่าม‍กลาง​ฝูง​หมา‍ป่า

[4] อย่า​เอา​ถุง​เงิน หรือ​ย่าม หรือ​รอง‍เท้า​ไป และ​อย่า​ทัก‍ทาย​ใคร​ตาม​ทาง

[5] ถ้า​จะ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ใด​จง​พูด​ก่อน​ว่า ‘ขอ​ให้​บ้าน​นี้​มี​สันติ‍สุข’

[6] ถ้า​มี​คน​รัก​สันติ ​อยู่​ที่​นั่น สันติ‍สุข​ของ​พวก​ท่าน​จะ​อยู่​กับ​เขา ถ้า​ไม่​มี สันติ‍สุข​ของ​ท่าน​จะ​กลับ​คืน​มา​อยู่​กับ​พวก​ท่าน

[7] จง​อา‌ศัย​อยู่​ใน​บ้าน​เดียว​กัน​นั้น​ตลอด กิน​และ​ดื่ม​ของ​ที่​พวก​เขา​จัด​ให้​นั้น เพราะ‍ว่า​คน​ที่​ทำ‍งาน​สม‍ควร​จะ​ได้​รับ​ค่า‍จ้าง​ของ​ตน อย่า​ย้าย​จาก​บ้าน​นี้​ไป​บ้าน​โน้น

[8] เมื่อ​พวก​ท่าน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ไหน​และ​มี​คน​ต้อน‍รับ​ท่าน จง​รับ‌ประ‌ทาน​สิ่ง​ที่​เขา​จัด​ให้

[9] และ​จง​รัก‌ษา​คน‍ป่วย​ใน​เมือง​นั้น​ให้​หาย​และ​แจ้ง​กับ​เขา​ว่า ‘แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​มา​ใกล้​พวก​ท่าน​แล้ว’

[10] แต่​ถ้า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ไหน​และ​ไม่​มี​ใคร​ต้อน‍รับ​ท่าน จง​ออก​ไป​ที่​กลาง​ถนน​ของ​เมือง​นั้น​กล่าว​ว่า

[11] ‘แม้​แต่​ผง‍คลี​ดิน​ใน​เมือง​ของ​พวก​ท่าน​ที่​ติด​อยู่​กับ​เท้า​ของ​เรา เรา​ก็​จะ​สะบัด​ออก​เพื่อ​เป็น​การ​ประ‌ท้วง​ท่าน แต่​พวก​ท่าน​จง​เข้า‍ใจ​ข้อ‍ความ​นี้ คือ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​มา​ใกล้​แล้ว’

[12] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า โทษ​ของ​เมือง​โส‌โดม​ใน​วัน​นั้น​จะ​ยัง​เบา​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​นั้น

[13] “วิบัติ​แก่​เจ้า เมือง​โค‌รา‌ซิน วิบัติ​แก่​เจ้า เมือง​เบธ‌ไซ‌ดา ถ้า​การ​อัศจรรย์​ต่างๆ ซึ่ง​ทำ​ท่าม‍กลาง​พวก​เจ้า​ได้​ทำ​ใน​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซ‌ดอน คน​ใน​เมือง​ทั้ง‍สอง​คง​ได้​นุ่ง‍ห่ม​ผ้า‍กระ‌สอบ นั่ง​บน​ขี้‍เถ้า กลับ​ใจ​ใหม่​นาน​แล้ว

[14] แต่​ใน​วัน​พิพาก‌ษา​นั้น โทษ​ของ​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ไซ‌ดอน​จะ​เบา​กว่า​โทษ​ของ​พวก​เจ้า

[15] ส่วน​เจ้า เมือง​คา‌เปอร‌นา‌อุม เจ้า​จะ​ถูก​ยก‍ขึ้น​เทียม‍ฟ้า​หรือ? เปล่า​เลย เจ้า​จะ​ต้อง​ลง​ไป​ถึง​แดน​คน‍ตาย​ต่าง​หาก

[16] ผู้​ที่​ยอมฟัง​พวก​ท่าน​ก็​ยอม​ฟัง​เรา ผู้​ที่​ไม่​ยอม​รับ​พวก​ท่าน​ก็​ไม่​ยอม​รับ​เรา ผู้​ที่​ไม่​ยอม​รับ​เรา​ก็​ไม่​ยอม​รับ​ผู้​ที่​ใช้​เรา​มา”

[17] สา‌วก​เจ็ด‍สิบ​สอง​คน​นั้น​กลับ​มา​ด้วย​ความ​ยินดี​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า แม้​แต่​พวก​ผี​ก็​อยู่​ใต้​บัง‍คับ​ของ​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​โดย​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์”

[18] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เห็น​ซา‌ตาน ​ตก​จาก​ฟ้า​เหมือน​ฟ้า‍แลบ

[19] นี่​แน่ะ เรา​ให้​พวก​ท่าน​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​เหยียบ​งูร้าย​และ​แมง‍ป่อง และ​ให้​มี​อำ‌นาจ​ยิ่ง‍ใหญ่​กว่า​ฤทธา‌นุ‌ภาพ​ของ​ศัตรู​นั้น ไม่‍มี​อะไร​จะ​มา​ทำ​อัน‌ตราย​พวก​ท่าน​ได้​เลย

[20] แต่​ว่า​อย่า​ชื่น‍ชม​ยินดี​ใน​สิ่ง​นี้ คือ​ที่​พวก​ผี​อยู่​ใต้​บัง‍คับ​ของ​ท่าน แต่​จง​ชื่น‍ชม​ยินดี​ที่​ชื่อ​ของ​ท่าน​จด​ไว้​ใน​สวรรค์”

[21] ใน​เวลา​นั้น​เอง พระ‍เยซู​ทรง​เปรม‍ปรีดิ์​ใน​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ ตรัส​ว่า “ข้า‍แต่​พระ‍บิดา​ผู้​เป็น​เจ้า​แห่ง​ฟ้า​สวรรค์​และ​โลก ข้า‍พระ‍องค์​สรร‌เสริญ​พระ‍องค์​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ปิด‍บัง​สิ่ง​เหล่า​นี้​ไว้​จาก​คน​มี​ปัญ‌ญา​และ​คน‍ฉลาด แต่​ทรง​สำ‌แดง​แก่​พวก​ทารก ถูก​แล้ว ข้า‍แต่​พระ‍บิดา พระ‍องค์​พอ‍พระ‌ทัย​เช่น​นั้น

[22] “พระ‍บิดา​ของ​เรา​ทรง‍มอบ​สิ่ง​สาร‌พัด​ให้​แก่​เรา ไม่‍มี​ใคร​รู้​ว่า​พระ‍บุตร​เป็น​ใคร​นอก‍จาก​พระ‍บิดา และ​ไม่‍มี​ใคร​รู้​ว่า​พระ‍บิดา​เป็น​ใคร​นอก‍จาก​พระ‍บุตร และ​ผู้​ที่​พระ‍บุตร​ประ‌สงค์​จะ​สำ‌แดง​ให้​รู้”

[23] พระ‍องค์​ทรง​หัน​มา​หา​พวก​สา‌วก ตรัส​กับ​พวก​เขา​เป็น​การ​ส่วน‍ตัว​ว่า “ผู้​ที่​ได้​เห็น​สิ่งที่​พวก​ท่าน​เห็น​ก็​เป็น​สุข

[24] เพราะ​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​หลาย​คน​และ​กษัตริย์​หลาย​องค์​ปรารถ‌นา​จะ​เห็น​สิ่ง​ที่​ท่าน​เห็น​อยู่​นี้ แต่​เขา​ทั้ง‍หลาย​ไม่​เคย​เห็น และ​อยาก​จะ​ได้​ยิน​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ได้​ยิน แต่​เขา​ก็​ไม่‍เคย​ได้​ยิน”

[25] มี​ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ​คน​หนึ่ง​ยืน​ขึ้น​ทด‍สอบ​พระ‍องค์ ทูล​ถาม​ว่า “ท่าน​อาจารย์ ข้าพ‌เจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​เพื่อ​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์?”

[26] พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​เขียน​ว่า​อย่างไร? ท่าน​อ่าน​แล้ว​เข้าใจ​อย่างไร?”

[27] เขา​ทูล​ตอบ​ว่า“พวก​ท่าน​จง​รัก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ผู้​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​ใจ​ของ​ท่าน ด้วย​สุด​จิต​ของ​ท่าน ด้วย​สุด​กำ‌ลัง​ของ​ท่าน และ​ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​ท่าน และ​จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง ”

[28] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​ตอบ​ถูก​แล้ว จง​ไปทำ​อย่าง​นั้น​แล้ว​จะ​ได้​ชีวิต ”

[29] แต่​คน​นั้น​ต้อง‍การ​จะ​รัก‌ษา​หน้า จึง​ทูล​พระ‍เยซู​ว่า “ใคร​เป็น​เพื่อน‍บ้าน​ของ​ข้าพ‌เจ้า?”

[30] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ลง​จาก​กรุง​เยรู‌ซาเล็ม​ไป​ยัง​เมือง​เย‌รีโค และ​เขา​ถูก​พวก​โจร​ปล้น พวก​โจร​แย่ง​ชิง​เสื้อ‍ผ้า​ของ​เขา ทุบ‍ตี​เขา แล้ว​ทิ้ง​เขา​ไว้​ใน​สภาพ​ที่​เกือบ​จะ​ตาย​แล้ว

[31] เผอิญ​มี​ปุโร‌หิต​คน​หนึ่ง​เดิน​มา​ตาม​ทาง​นั้น เมื่อ​เห็น​คน​นั้น​แล้ว​ก็​เดิน​เลย​ไป​เสีย​อีก​ฟาก​หนึ่ง

[32] คน​เลวี​ก็​เหมือน​กัน เมื่อ​มา​ถึง​ที่​นั่น​และ​เห็น​แล้ว​ก็​เลย​ไป​เสีย​อีก​ฟาก​หนึ่ง

[33] แต่​เมื่อ​ชาว​สะ‌มา‌เรีย​คน​หนึ่ง​เดิน‍ทาง​ผ่าน​มา​ใกล้​คน​นั้น เห็น​แล้ว​ก็​มี​ใจ​สง‌สาร

[34] จึง​เข้า​ไป​หา​เขา เอา​เหล้า​องุ่น​กับ​น้ำมัน​เท​ใส่​บาด‍แผล​และ​เอา​ผ้า​มา​พัน​ให้ แล้ว​ให้​เขา​ขึ้น​ขี่​สัตว์​ของ​ตน​เอง​พา​มา​ถึง​โรง‍แรม และ​ดู‍แล​รัก‌ษา​พยา‌บาล​เขา

[35] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​ก่อน​จะ​ไป เขา​เอา​เงิน​สอง​เดนา‌ริ‌อัน​ให้​กับ​เจ้า‍ของ​โรง‍แรม บอก​ว่า ‘ช่วย​รักษา​เขา​ด้วย สำ‌หรับ​เงิน​ที่​ต้อง​เสีย​เกิน​กว่า​นี้​จะ​ใช้​ให้​เมื่อ​กลับ​มา’

[36] ท่าน​เห็น​ว่า​ใน​สาม​คน​นั้น​คน​ไหน​ถือ​ได้​ว่า​เป็น​เพื่อน‍บ้าน​ของ​คน​ที่​ถูก‍ปล้น?”

[37] เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “คือ​คน‍นั้น​แหละ​ที่​แสดง​ความ​เมตตา​ต่อ​เขา” พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​จง​ไป​ทำ​เหมือน​อย่าง​นั้น”

[38] เมื่อ​พระ‍เยซู​กับ​พวก​สา‌วก​เดิน‍ทาง​ไป พระ‍องค์​ทรง​เข้า​ไป​ใน​หมู่‍บ้าน​แห่ง​หนึ่ง และ​มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มาร‌ธา​ต้อน‍รับ​พระ‍องค์​เข้า​ไป​พัก​ที่​บ้าน​ของ​นาง

[39] มาร‌ธา​มี​น้อง‍สาว​ชื่อ​มา‌รีย์ และ​มา‌รีย์​ก็​นั่ง​อยู่​ใกล้​พระ‍บาท​ของ​พระ‍เยซู​คอย​ฟัง​ถ้อย‍คำ​ของ​พระ‍องค์

[40] แต่​มาร‌ธา​วุ่น‍วาย​อย่าง​มาก​กับ​การ​ปรน‌นิบัติ จึง​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ไม่​สน​พระ‌ทัย​หรือ​ที่​น้อง‍สาว​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ปล่อย​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​ปรน‌นิบัติ​อยู่​คน​เดียว? ขอ​พระ‍องค์​สั่ง​น้อง​ให้​มา​ช่วย​ข้า‍พระ‍องค์​ด้วย”

[41] แต่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​ตอบ​นาง​ว่า “มาร‌ธา มาร‌ธา​เอ๋ย เธอ​กระ‌วน‍กระ‌วาย​และ​ร้อน‍ใจ​หลาย​อย่าง​เหลือ​เกิน

[42] สิ่ง​ที่​จำเป็น​นั้น​มี​เพียง​สิ่ง​เดียว และ​มา‌รีย์​ก็​เลือก​เอา​ส่วน​ที่​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่‍ได้”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters