Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 9:44

[1] พระ‍เยซู​ทรง​อธิษ‌ฐาน​อยู่​ใน​ที่​แห่ง​หนึ่ง เมื่อ​เสร็จ​แล้ว สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​คน​หนึ่ง​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​ทรง​สอน​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​อธิษ‌ฐาน เหมือน​ที่​ยอห์น​สอน​พวก​ศิษย์​ของ​ท่าน”

[2] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เมื่อ​อธิษ‌ฐาน จง​กล่าวว่า ‘ข้า‍แต่​พระ‍บิดา ขอ​ให้​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์​เป็น​ที่​เคารพ​สัก‌การะ ขอ​ให้​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍องค์​มา​ตั้ง‍อยู่

[3] ขอ​ประ‌ทาน​อาหาร​ประ‌จำ​วัน​แก่​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ทุกๆ วัน

[4] ขอ​ทรง​ยก‍โทษ​บาป​ผิด​ของ​พวก​ข้า‍พระ‍องค์ เพราะ‍ว่า​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ยก‍โทษ​ให้​กับ​ทุก‍คน​ที่​เป็น​หนี้​ข้า‍พระ‍องค์​นั้น และ​ขอ​อย่า​ทรง‍นำ​ข้า‍พระ‍องค์​เข้า​ไป​ใน​การ​ทด‍ลอง’ ”

[5] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ใคร​ใน​พวก​ท่านที่​มี​เพื่อน​คน​หนึ่ง และ​เขา​ไป​หา​เพื่อน​คน​นั้น​ใน​เวลา​เที่ยง‍คืน พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย ขอ​ยืม​ขนม‍ปัง​สัก​สาม​ก้อน​เถิด

[6] เพราะ​เพื่อน​ของ​ข้า​เพิ่ง​เดิน‍ทาง​มา​ถึง และ​ข้า​ไม่‍มี​อะไร​จะ​ให้​เขา​กิน’

[7] เพื่อน​ที่​อยู่​ข้าง‍ใน​ตอบ​ว่า ‘อย่า​รบ‍กวน​ข้า​เลย ประตู​ปิด​แล้ว ลูกๆ กับ​ตัว​ข้า​ก็​เข้า​นอน​กัน​หมด​แล้ว ข้า​ไม่​สา‌มารถ​ลุก​ขึ้น​ไป​หยิบ​ให้​ท่าน​ได้’

[8] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า แม้​เขา​จะ​ไม่​ลุก‍ขึ้น​ไป​หยิบ​ให้​คน‍นั้น​เพราะ​เป็น​เพื่อน​กัน แต่​ว่า​เพราะ​ถูก​คน​นั้น​รบ‍เร้า​อย่าง​มาก เขา​ก็​จะ​ลุก​ขึ้น​หยิบ​ให้​ตาม​ที่​คน​นั้น​ต้อง‍การ

[9] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า จง​ขอ​แล้ว​จะ​ได้ จง​หา​แล้ว​จะ​พบ จง​เคาะ​แล้ว​จะ​เปิด​ให้​แก่​ท่าน

[10] เพราะ‍ว่า​ทุก‍คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ ทุก‍คน​ที่​แสวง‍หา​ก็​พบ และ​ทุก‍คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา

[11] มี​ใครบ้าง​ใน​พวก​ท่าน​ที่​เป็น​พ่อ ถ้า​ลูก​ขอ ​ปลา​จะ​เอา​งู​ให้​เขา​แทน​หรือ?

[12] หรือ​ถ้า​ขอ​ไข่ จะ​เอา​แมง‍ป่อง​ให้​เขา​หรือ?

[13] เพราะ​ฉะนั้น ถ้า​พวก​ท่าน​เอง​ผู้​เป็น​คน‍บาป​ยัง​รู้‍จัก​ให้​สิ่ง​ดี​แก่​บุตร​ของ​ตน ยิ่ง‍กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด พระ‍บิดา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์จะ​ประทาน​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​แก่​พวก​ที่​ขอ​ต่อ​พระ‍องค์”

[14] พระ‍องค์​ทรง​ขับ​ผี‍ใบ้ เมื่อ​ผี​ออก​แล้ว คน‍ใบ้​จึง​พูด​ได้ และ​ฝูง‍ชน​ก็​ประ‌หลาด​ใจ

[15] แต่​บาง‍คน​พูด​ว่า “คน‍นี้​ขับ​ผี​ออก​ได้​โดย​อาศัย​เบ‌เอล‌เซ‌บูล​นาย‍ผี”

[16] คน​อื่นๆ ก็​ทด‍ลอง​พระ‍องค์​โดย​ขอ​ให้​พระ‍องค์​แสดง​หมาย‍สำ‌คัญ​จาก​ท้อง‍ฟ้า

[17] แต่​พระ‍องค์​ทรง​ทราบ​ความ‍คิด​ของ​เขา​ทั้งหลาย จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “อา‌ณา‍จักร​ทุก​แห่ง​ที่​แตก​แยก​กัน​ย่อม​ต้อง​พินาศ และ​ครัว‍เรือน​ทุก​หลัง​ย่อม​ต้อง​ล่ม​สลาย

[18] ถ้า​ซา‌ตาน​แตก​แยก​กัน​เอง อาณา‌จักร​ของ​มัน​จะ​ตั้ง​อยู่​ได้​อย่าง‍ไร? เพราะ​พวก​ท่าน​กล่าว​ว่า​เรา​ขับ‍ผี​ออก​ได้​โดย​อาศัย​เบ‌เอล‌เซ‌บูล

[19] ถ้า​เรา​ขับ‍ผี​ออก​โดย​อาศัย​เบ‌เอล‌เซ‌บูล​แล้ว ลูก​น้อง​ของ​พวก​ท่าน​ขับ​มัน​ออก​โดย​อาศัย​ใคร? เพราะ​เหตุ‍นี้ ลูก​น้อง​ของ​พวก​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​ตัดสิน​โทษ​ท่าน

[20] แต่​ถ้า​เรา​ขับ‍ผี​ออก​ด้วย​นิ้ว​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍เจ้า แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​มา​ถึง​พวก​ท่าน​แล้ว

[21] เมื่อ​คน​ที่​มี​กำ‌ลัง​ถือ​อา‌วุธ​เฝ้า​ตึก​ของ​ตน​อยู่ สิ่ง‍ของ​ของ​เขา​ก็​ปลอด‍ภัย

[22] แต่​เมื่อ​คน​ที่​มี​กำ‌ลัง​มาก​กว่า​มา​ต่อ‍สู้​เอา​ชนะ​เขา คน​นั้น​ก็​ชิง​เอา​อา‌วุธ​ยุทธ‌ภัณฑ์​ที่​เขา​วาง‍ใจ​นั้น​ไป​เสีย แล้ว​เอา​สิ่ง​ของ​ที่​ริบ​มา​ได้​นั้น​มา​แบ่ง​สรร​ปัน‍ส่วน

[23] ใคร​ไม่​อยู่​ฝ่าย​เรา​ก็​ต่อ‍ต้าน​เรา และ​ใคร​ไม่​รวบ‍รวม​ไว้​กับ​เรา ก็​ทำ​ให้​กระ‌จัด‍กระ‌จาย​ไป

[24] “เมื่อ​ผี​โส‌โครก​ออก​มา​จาก​ใคร​แล้ว มัน​ก็​ท่อง‍เที่ยว​ไป​ใน​ที่​กัน‌ดาร​น้ำ​เพื่อ​แสวง‍หา​ที่​หยุด​พัก แต่​เมื่อ​ไม่​พบ มัน​จึง​กล่าว​ว่า ‘ข้า​จะ​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ข้า​ที่​ข้า​จาก​มา​นั้น’

[25] และ​เมื่อ​มา​ถึง​ก็​เห็น​บ้าน​นั้น​ถูก​กวาด​และ​จัด​เป็น​ระ‌เบียบ​ไว้​แล้ว

[26] มัน​จึง​ไป​พา​ผี​อื่น​อีก​เจ็ด​ตัว​ที่​ร้าย‍กว่า​ตัว​มัน​เอง​เข้า​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ที่‍นั่น แล้ว​ใน​ที่‍สุด​คน‍นั้น​ก็​ตก​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​เลว​ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ตอน​แรก”

[27] ขณะ​ที่​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​ตรัส​คำ​เหล่า​นั้น มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​ท่าม‍กลาง​ฝูง‍ชน​ร้อง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ครรภ์​ที่​ให้​กำ‌เนิด​ท่าน​และ​เต้า‍นม​ที่​เลี้ยง​ท่าน​นั้น​ก็​เป็น​สุข”

[28] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ได้​ยิน​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​แล้ว​ถือ​รัก‌ษา​ไว้​ต่าง‍หาก​ที่​เป็น​สุข”

[29] เมื่อ​ฝูง‌ชน​มา​ชุม‍นุม​กัน​มาก​ขึ้น พระ‍องค์​ก็​ตรัส​ว่า “คน​ใน​ยุค‍นี้​เป็น​คน​ชั่ว‍ร้าย ชอบ​แสวง‍หา​หมาย​สำ‌คัญ แต่​จะ​ไม่​โปรด​ให้​หมาย​สำ‌คัญ​แก่​พวก​เขา​เว้น​แต่​หมาย​สำ‌คัญ​ของ​โย‌นาห์​เท่า​นั้น

[30] เพราะ​ว่า​โย‌นาห์​เคย​เป็น​หมาย‍สำ‌คัญ​ให้​กับ​ชาว​นีนะ‌เวห์​อย่าง‍ไร บุตร‍มนุษย์​ก็​จะ​เป็น​หมาย‍สำ‌คัญ​ให้​กับ​คน​ยุค​นี้​อย่าง​นั้น

[31] ราชินี​แห่ง​ทิศ​ใต้​จะ​ลุก​ขึ้น​ใน​วัน​พิพาก‌ษา​พร้อม​กับ​คน​ยุค​นี้และ​กล่าว​โทษ​พวก​เขา เพราะ‍ว่า​พระ‍นาง​นั้น​มา​จาก​ที่​สุด‍ปลาย​แผ่น‍ดิน​โลก​เพื่อ​จะ​ฟัง​สติ‍ปัญ‌ญา​ของ​ซา‌โล‌มอน และ​ผู้​ที่​ใหญ่​กว่า​ซา‌โล‌มอน​ก็​อยู่​ที่​นี่

[32] ชาว​นีนะ‌เวห์​จะ​ลุก​ขึ้น​ใน​วัน​พิพาก‌ษา​พร้อม​กับ​คน​ยุค‍นี้​และ​กล่าว​โทษ​พวก​เขา เพราะ‍ว่า​ชาว​นีนะ‌เวห์​กลับ‍ใจ​ใหม่​เพราะ​การ​ประ‌กาศ​ของ​โย‌นาห์ และ​ผู้​ที่​ใหญ่​กว่า​โย‌นาห์​ก็​อยู่​ที่​นี่

[33] “ไม่‍มี​ใคร​เมื่อ​จุด​ตะเกียง​แล้ว​จะ​ตั้ง​ไว้​ใน​ที่​ลี้‍ลับ​หรือ​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ แต่​จะ​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง เพื่อ​คน​ที่​เข้า​มา​จะ​เห็น​แสง‍สว่าง

[34] ตา​เป็น​ประ‌ทีป​ของ​ร่าง‍กาย ถ้า​ตา​ของ​ท่าน​ปกติ ทั้ง​ตัว​ก็​พลอย​สว่าง​ไป​ด้วย แต่​ถ้า​ตา​ของ​ท่าน​ผิด​ปกติ ทั้ง​ตัว​ก็​พลอย​มืด​ไป​ด้วย

[35] ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​ความ‍สว่าง​ที่​อยู่​ใน​ตัว​ท่าน​กลาย​เป็น​ความ​มืด

[36] ถ้า​ทั้ง​ตัว​ของ​ท่าน​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ‍สว่าง​ไม่‍มี​ความ‍มืด​เลย มัน​ก็​จะ​สว่าง​ไสว​ไป​หมด​เหมือน​อย่าง​ความ‍สว่าง​ของ​ตะเกียง​ที่​ส่อง​มา​ยัง​ท่าน”

[37] เมื่อ​พระ‍องค์​ตรัส​จบ​แล้ว คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ฟา‌ริสี​ก็​เชิญ​พระ‍องค์​ไป​ร่วม​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร พระ‍องค์​จึง​เสด็จ​ไป​และ​ประทับ​ที่​โต๊ะ

[38] เมื่อ​ฟา‌ริสี​คน​นั้น​เห็น​ว่า​พระ‍องค์​ไม่​ได้​ทำ​พิธี​ชำระ​ก่อน​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​ก็​ประ‌หลาด​ใจ

[39] องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​ซึ่ง​เป็น​ฟา‌ริสี​ย่อม​ชำระ​ถ้วย‍ชาม​แต่​เพียง​ภาย​นอก แต่​ภาย‍ใน​พวก​ท่าน​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​โลภ​และ​ความ​ชั่ว‍ร้าย

[40] โอ คน​โฉด‍เขลา ผู้​ที่​ทรง​สร้าง​ภาย‍นอก​ก็​ทรง​สร้าง​ภาย‍ใน​ด้วย​ไม่​ใช่​หรือ?

[41] ดัง‍นั้น​จง​ให้​ทาน​ด้วย​สิ่ง​ที่​อยู่​ภาย‍ใน แล้ว​ทุก​สิ่ง​จะ​สะอาด​บริ‌สุทธิ์​สำ‌หรับ​พวก​ท่าน

[42] “แต่​วิบัติ​แก่​ท่าน พวก​ฟา‌ริสี เพราะ‍ว่า​ท่าน​ถวาย​ทศางค์ ​เป็น​พวก​สะระ‌แหน่ ขมิ้น และ​พืช​ผัก​ทุก​ชนิด แต่​กลับ​ละ​เว้น​ความ​ยุติ‍ธรรม​และ​ความ​รัก​ต่อ​พระ‍เจ้า สิ่ง​เหล่า​นี้​พวก​ท่าน​ควร​ทำ​อยู่​แล้ว แต่​สิ่ง​อื่นๆ ก็​ไม่​ควร​ละ​เว้น​ด้วย

[43] วิบัติ​แก่​ท่าน พวก​ฟา‌ริสี เพราะ‍ว่า​ท่าน​ชอบ​ที่‍นั่ง​อัน​มี​เกียรติ​ใน​ธรรม‍ศาลา และ​ชอบ​ให้​เขา​คำ‍นับ​กลาง​ตลาด

[44] วิบัติ​แก่​พวก​ท่าน เพราะ‍ว่า​ท่าน​เป็น​เหมือน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​ไม่​ปรา‌กฏ​ให้​เห็น และ​คน​ก็​เดิน​เหยียบ​อยู่​บน​นั้น​โดย​ไม่‍รู้​เรื่อง”

[45] ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ​คน​หนึ่ง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ การ​ที่​ท่าน​พูด​อย่าง​นั้น ท่าน​ก็​ติเตียน​เรา​ด้วย”

[46] พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “วิบัติ​แก่​ท่าน​ด้วย​พวก​ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ เพราะ​ท่าน​เอา​ของ​ที่​หนัก​เหลือ​รับ​ให้​มนุษย์​เป็น​คน​แบก แต่​ตัว​พวก​ท่าน​เอง​กลับ​ไม่​ช่วย​ยก​เลย​แม้​แต่​นิ้ว​เดียว

[47] วิบัติ​แก่​พวก​ท่าน เพราะ​ท่าน​ก่อ​อุโมงค์​ให้​กับ​บรรดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ และ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​ท่าน​เอง​ก็​เป็น​ผู้​ฆ่า​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​เหล่า​นั้น

[48] เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​จึง​เป็น​พยาน​เห็น‍ชอบ​กับ​การ​กระทำ​ของ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​ท่าน เพราะ‍ว่า​พวก​เขา​เป็น​ผู้​ฆ่า​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​เหล่า​นั้น และ​พวก​ท่าน​ก็​เป็น​ผู้​ก่อ​อุโมงค์​ให้

[49] เพราะ​เหตุ‍นี้​พระ‍ปัญ‌ญา​ของ​พระ‍เจ้า​จึง​ตรัส​ไว้​ว่า ‘เรา​จะ​ใช้​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​และ​บรรดา​อัคร‌ทูต​ไป‍หา​พวก​เขา แล้ว​บาง​คน​จะ​ถูก​พวก​เขา​ข่ม‍เหง และ​บาง​คน​จะ​ถูก​พวก​เขา​ฆ่า’

[50] เพราะ​ฉะนั้น​คน​ยุค‍นี้​แหละ​ที่​จะ​ต้อง​รับ​ผิด‍ชอบ​ใน​เรื่อง​โล‌หิต​ของ​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะซึ่ง​ต้อง​หลั่ง​ออก​ตั้ง‍แต่​แรก​สร้าง​โลก

[51] คือ​ตั้ง​แต่​โล‌หิต​ของ​อาเบล ​จน‍ถึง​โล‌หิต​ของ​เศ‌คา‌ริยาห์ ​ที่​ถูก​ฆ่า​ตาย​บริเวณ​ระหว่าง​แท่น​บูชา​กับ​พระ‍นิเวศ​ของ​พระ‍เจ้า เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า คน​ยุค‍นี้​จะ​ต้อง​รับ​ผิด‍ชอบ​ใน​โล‌หิต​นั้น

[52] วิบัติ​แก่​ท่าน พวก​ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ เพราะ‍ว่า​ท่าน​เอา​ลูก‍กุญ‌แจ​แห่ง​ความ‍รู้​ไป​เสีย ตัว​พวก​ท่าน​เอง​ไม่​เข้า​ไป และ​เมื่อ​มี​คน​กำ‌ลัง​จะ​เข้า​ไป ท่าน​ก็​ขัด‍ขวาง​ไว้”

[53] เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​ออก​จาก​ที่​นั่น พวก​ธรร‌มา‌จารย์​และ​พวก​ฟา‌ริสี​ก็​เริ่ม​ผูก​พยา‌บาท​และ​จู่‍โจม​พระ‍องค์​ด้วย​คำ‍ถาม​ต่างๆ

[54] เพื่อ​คอย​จับ​ผิด​ใน​สิ่ง​ที่​พระ‍องค์​ตรัส

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters