Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:30

[1] ขณะ​นั้น​บาง‍คน​ซึ่ง​อยู่​ที่​นั่น​เล่า​เรื่อง​ชาว​กา‌ลิลี​ที่​ปีลาต​เอา​เลือด​และ​เครื่อง​บูชา​ของ​พวก​เขา​มา​คละ‍เคล้า​ด้วย​กัน​ให้​พระ‍เยซู​ทรง​ฟัง

[2] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​คิด​ว่า​ชาว​กา‌ลิลี​เหล่า​นั้น​เป็น​คนบาป​ยิ่ง‍กว่า​ชาว​กา‌ลิลี​อื่นๆ ทั้ง‍หมด เพราะ​พวก​เขา​ต้อง​ทน‍ทุกข์​อย่าง​นั้น​หรือ?

[3] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ไม่‍ใช่ แต่​ท่าน​เอง​ถ้า​ไม่​กลับ​ใจ​ใหม่​ก็​จะ​ต้อง​พินาศ​เหมือน​กัน

[4] สิบ‍แปด​คน‍นั้น​ที่​ถูก​หอ‍รบ​สิ‌โล‌อัม​พัง​ทับ​ตาย ท่าน​คิด​ว่า​พวก​เขา​ทำ​ผิด​มาก‍กว่า​คน​ที่​อา‌ศัย​อยู่​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ทั้ง​หมด​หรือ?

[5] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ไม่‍ใช่ แต่​ถ้า​ท่าน​ทุก​คน​ไม่​กลับ​ใจ​ใหม่​ก็​จะ​ต้อง​พินาศ​เช่น​กัน”

[6] พระ‍องค์​ตรัส​อุป‌มา​ต่อ‍ไป​นี้​ว่า “ชาย​คน​หนึ่ง​ปลูก​ต้น​มะเดื่อ​ต้น‍หนึ่ง​ไว้​ใน​สวน‍องุ่น​ของ​ตน และ​เขา​มา​หา​ผล​ที่​ต้น​นั้น​แต่​ไม่‍พบ

[7] เขา​จึง​พูด​กับ​ผู้​ที่​รัก‌ษา​เถา‍องุ่น​ว่า ‘นี่‍แน่ะ เรา​มา​หา​ผล​ที่​ต้น​มะเดื่อ​นี้​สาม​ปี​แล้ว แต่​ไม่​พบ จง​โค่น​มัน​ทิ้งไป จะ​ให้​ดิน​จืด​ไป​เปล่าๆ ทำไม?’

[8] แต่​ผู้​รัก‌ษา​เถา‍องุ่น​ตอบ​เขา​ว่า ‘นาย​เจ้า‍ข้า ขอ​เก็บ​เอา​ไว้​อีก​ปี ลอง​ให้​ข้าพ‌เจ้า​พรวน​ดิน​ใส่​ปุ๋ย​ดู

[9] ถ้า​ปี‍หน้า​มัน​เกิด​ผล​ก็​ดี​ไป แต่​ถ้า​ไม่ ท่าน​จะ​โค่น​มัน​ทิ้ง​ก็​ได้’ ”

[10] ขณะ​ที่​พระ‍เยซู​ทรง​สั่ง‍สอน​อยู่​ที่​ธรรม‍ศาลา​แห่ง‍หนึ่ง​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต

[11] มี​ผู้‍หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ผี​เข้า​สิง​ซึ่ง​ทำ​ให้​นาง​เป็น​โรค​มา​สิบ‍แปด​ปี​แล้ว​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย หลัง​ของ​นาง​ก็​โกง ยืด​ตัว​ขึ้น​ไม่​ได้​เลย

[12] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​จึง​ทรง​เรียก​และ​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “หญิง​เอ๋ย เธอ​ได้​รับ​การ​ปลด​ปล่อย​ให้​พ้น​จาก​โรค​ของ​เธอ​แล้ว”

[13] เมื่อ​พระ‍องค์​วาง​พระ‍หัตถ์​บน​ตัว​นาง ทัน‍ใด​นั้น​นาง​ก็​ยืด​ตัว​ตรง​ได้ และ​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า

[14] แต่​นาย‍ธรรม‍ศาลา​ไม่​พอ​ใจ เพราะ​พระ‍เยซู​ทรง​รัก‌ษา​โรค​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต จึง​พูด​กับ​ฝูง‍ชน​ว่า “มี​ถึง​หก​วัน​สำหรับ​ทำ‍งาน จง​มา​และ​รับ​การ​รัก‌ษา​โรค​ภาย​ใน​หก​วัน​นั้น อย่า​ทำ​ใน​วัน​สะบา‌โต”

[15] แต่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “โอ พวก​หน้า​ซื่อ‍ใจ‍คด พวก​ท่าน​ทุก​คน​ก็​ปล่อย​วัว​ปล่อย​ลา​ออก​จาก​คอก​ของ​มัน​พา​ไป​กิน​น้ำ​ใน​วัน​สะบา‌โต​ไม่​ใช่​หรือ?

[16] ผู้​หญิง​คน​นี้​เป็น​บุตร​สาว​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​ซึ่ง​ถูก​ซา‌ตาน​ผูก​มัด​ไว้​ถึง​สิบ‍แปด​ปี​แล้ว ไม่‍ควร​หรือ​ที่​จะ​ให้​นาง​หลุด​พ้น​จาก​เครื่อง​จำ‍จอง​นี้​ใน​วัน​สะบา‌โต?”

[17] เมื่อ​พระ‍องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พวก​ที่​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ‍องค์​ก็​ได้​รับ​ความ​อับ‍อาย แต่​ฝูง‍ชน​ทั้ง‍หมด​ชื่น‍ชม​ยินดี​กับ​คุณ‍ความ‍ดี​ทุก​ประ‌การ​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ทำ

[18] พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “แผ่น‍ดิน​ของ​พระเจ้า​เหมือน​สิ่ง​ใด? และ​เรา​จะ​เปรียบ​แผ่น‍ดิน​นั้น​กับ​อะไร​ดี?

[19] ก็​เป็น​เหมือน​เมล็ด​มัส‌ตาร์ด ​เล็กๆ ที่​คน​หนึ่ง​เอา​ไป​ปลูก​ใน​สวน มัน​งอก‍ขึ้น​เป็น​ต้น​ใหญ่ และ​นก​ใน​อา‌กาศ​มา​ทำ​รัง​อา‌ศัย​อยู่​ตาม​กิ่ง​ก้าน​ของ​ต้น​นั้น”

[20] พระ‍องค์​ตรัส​อีก​ว่า “เรา​จะ​เปรียบ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​กับ​อะไร?

[21] ก็​เป็น​เหมือน​เชื้อ ซึ่ง​ผู้‍หญิง​คน​หนึ่ง​เอา​มา​เจือ​ลง​ใน​แป้ง​สาม​ถัง​จน​แป้ง​นั้น​ฟู​ขึ้น​ทั้ง‍หมด”

[22] พระ‍เยซู​เสด็จ​ไป​ตาม​บ้าน​เมือง​ต่างๆ ทรง​สั่ง‍สอน​ระหว่าง​ทาง​ที่​มุ่ง​ไป​สู่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[23] มี​คน​หนึ่ง​มา​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​เจ้า‍ข้า คน​ที่​รอด​นั้น​มี​จำ‍นวน​เล็ก​น้อย​เท่า​นั้น​หรือ?” พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า

[24] “จง​เพียร​พยา‌ยาม​เข้า​ไป​ทาง​ประตู​ที่​คับ​แคบ เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า แม้​คน​จำ‍นวน​มาก​พยา‌ยาม​จะ​เข้า​ไป แต่​จะ​เข้า​ไม่​ได้

[25] เมื่อ​เจ้าของ​บ้าน​ลุก​ขึ้น​ปิด​ประตู​แล้ว และ​พวก​ท่าน​ยืน​อยู่​ภาย‍นอก​เคาะ​ที่​ประตู​ว่า ‘นาย​เจ้า‍ข้า ช่วย​เปิด​ให้​เรา​ด้วย’ แต่​เจ้าของ​บ้าน​นั้น​จะ​ตอบ​ท่าน​ว่า ‘เรา​ไม่​รู้​ว่า​พวก​เจ้า​มา​จาก​ไหน’

[26] แล้ว​ท่าน​จะ​กล่าว​ว่า ‘เรา​เคย​กิน​ดื่ม​กับ​นาย และ​นาย​ก็​เคย​สั่ง​สอน​ที่​ถนน​ของ​เรา’

[27] แต่​เจ้าของ​บ้าน​นั้น​จะ​กล่าว​ว่า ‘เรา​ไม่​รู้​ว่า​พวก​เจ้าที่​ทำ​ความ​ชั่ว​มา​จาก​ไหน จง​ไป​ให้​พ้น​หน้า​เรา’

[28] แล้ว​จะ​มี​การ​ร้อง‍ไห้​ขบ‍เขี้ยว​เคี้ยว‍ฟัน​ใน​เวลา​ที่​พวก​ท่าน​เห็น​อับ‌รา‌ฮัม อิส‌อัค ยา‌โคบ และ​บรรดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า แต่​ตัว​พวก​ท่าน​เอง​ก็​จะ​ถูก​ขับ‍ไล่​ออก​ไป​อยู่​ข้าง‍นอก

[29] และ​จะ​มี​คน​จาก​ทิศ​ตะวัน‍ออก ทิศ​ตะวัน‍ตก ทิศ​เหนือ ทิศ​ใต้ มา​นั่ง​ร่วม​โต๊ะ​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า

[30] และ​แน่​นอน​ว่า ผู้​ที่​เป็น​คน​สุด‍ท้าย​จะ​กลับ​กลาย​เป็น​คน‍แรก และ​ผู้​ที่​เป็น​คน‍แรก​จะ​กลับ​กลาย​เป็น​คน​สุด‍ท้าย ”

[31] ใน​เวลา​นั้น​เอง มี​พวก​ฟา‌ริสี​บาง‍คนมา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​จง​ไป​จาก​ที่​นี่​เถิด เพราะ​ว่า​เฮ‌โรด​ต้อง​การ​จะ​ฆ่า​ท่าน”

[32] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ไป‍บอก​เจ้า​หมา​จิ้งจอก​ตัว​นั้น​ว่า ‘จง​ฟัง​ให้​ดี เรา​ขับ‍ผี​และ​รัก‌ษา​โรค​ใน​วัน‍นี้​และ​วัน​พรุ่ง‍นี้ แล้ว​ใน​วัน‍ที่​สาม​เรา​ก็​จะ​เสร็จ​งาน’

[33] แต่​ว่า​เรา​จำ‍เป็น​จะ​ต้อง​เดิน​ต่อ​ไป​ใน​วัน‍นี้ วัน​พรุ่ง‍นี้ และ​วัน​มะรืน​นี้ เพราะ​ว่า​เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​จะ​ถูก​ฆ่า​นอก​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[34] โอ เย‌รู‌ซา‌เล็มๆ เมือง​ที่​ฆ่า​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​และ​เอา​หิน‍ขว้าง​พวก​ที่​ทรง​ใช้​มา​หา​ถึง​ตาย บ่อย​ครั้ง​เรา​ปรารถ‌นา​จะ​รวบ​รวม​ลูกๆ ของ​เจ้า​ไว้ เหมือน​แม่‍ไก่​ที่​กก​ลูก​อยู่​ใต้​ปีก​ของ​มัน แต่​พวก​เจ้า​ไม่‍ยอม

[35] นี่​แน่ะ นิ‌เวศ​ของ​พวก​เจ้า​จะ​ถูก​ทอด‍ทิ้ง เรา​บอก​พวก​เจ้า​ว่า เจ้า​จะ​ไม่​เห็น​เรา​จน​กว่า​พวก​เจ้า​จะ​กล่าว​ว่า‘ขอ​ให้​ท่าน​ผู้​เสด็จ​มา​ใน​พระ‍นาม​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​ทรง​พระ‍เจริญ’ ”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters