[1] นี่ใครหนอมาจากเอโดม สวมเสื้อผ้าสีแดงจากเมืองโบสราห์? นี่ใครหนอสวมเครื่องแต่งกายของท่านอย่างโอ่อ่า และมาด้วยกำลังยิ่งใหญ่ของท่าน? “คือเราเองที่ร้องประกาศความชอบธรรม และมีอานุภาพที่จะช่วยให้รอด”
[2] ทำไมฉลองพระองค์ ของพระองค์จึงมีสีแดง และเครื่องทรงของพระองค์เหมือนของคนย่ำในบ่อย่ำองุ่น?
[3] “เราย่ำบ่อองุ่น ตามลำพัง และไม่มีใครจากชนชาติทั้งหลายอยู่กับเราเลย เราย่ำมันด้วยความโกรธของเรา เราเหยียบมันด้วยความพิโรธของเรา โลหิตของเขาเปื้อนอยู่บนเสื้อผ้าของเรา และเราทำให้เครื่องแต่งกายของเราเลอะไปหมด
[4] เพราะวันแห่งการแก้แค้นอยู่ในใจเรา และปีแห่งการไถ่ของเรามาถึง
[5] เรามองดู แต่ไม่มีใครช่วยเหลือ เราประหลาดใจ แต่ไม่มีผู้เกื้อหนุน แขนของเราเองจึงนำการช่วยกู้มาให้เรา และความโกรธของเรานั้นเกื้อหนุนเรา
[6] เราเหยียบชนชาติทั้งหลายลงด้วยความโกรธของเรา เราทำให้เขาเมาด้วยความพิโรธของเรา และเราเทโลหิตของพวกเขาบนแผ่นดินโลก”
[7] ข้าพเจ้าจะกล่าวให้คิดถึงความรักมั่นคงของพระยาห์เวห์ และกิจการอันน่าสรรเสริญของพระยาห์เวห์ ตามทุกสิ่งที่พระยาห์เวห์ประทานแก่พวกเรา และตามความดีใหญ่ยิ่งที่มีต่อวงศ์วานของอิสราเอล ซึ่งพระองค์ประทานตามพระกรุณาของพระองค์ และตามความรักมั่นคงอันอุดมของพระองค์
[8] เพราะพระองค์ตรัสว่า “แท้จริงคนเหล่านี้เป็นชนชาติของเรา เป็นบุตรที่ไม่ประพฤติคดโกงต่อเรา” พระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา
[9] พระองค์ทุกข์พระทัยในความทุกข์ทั้งหมดของเขา แล้วทูตสวรรค์ที่อยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ช่วยพวกเขาให้รอด พระองค์ทรงไถ่เขาด้วยความรักและความสงสารของพระองค์ พระองค์ทรงยกพวกเขาขึ้นและหอบเขาไปตลอดกาลก่อน
[10] แต่เขาทั้งหลายได้กบฏ และทำให้วิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เสียพระทัย ดังนั้นพระองค์จึงทรงหันไปเป็นศัตรูของพวกเขา และพระองค์ทรงต่อสู้กับเขาทั้งหลาย
[11] แล้วประชากรระลึกถึงสมัยโบราณ ระลึกถึงโมเสส พระองค์อยู่ที่ไหน? คือผู้ทรงนำพวกเขาขึ้นมาจากทะเล พร้อมกับผู้เลี้ยงฝูงแพะแกะของพระองค์ พระองค์อยู่ที่ไหน? คือผู้ทรงบรรจุวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ในท่ามกลางเขาทั้งหลาย
[12] ผู้ทรงให้พระกรรุ่งโรจน์ของพระองค์ ไปกับมือขวาของโมเสส ผู้ทรงแยกน้ำออกต่อหน้าพวกเขา เพื่อสร้างชื่อเสียงนิรันดร์ให้พระองค์เอง
[13] ผู้ทรงนำพวกเขาผ่านที่ลึก เหมือนม้าในถิ่นทุรกันดาร เขาทั้งหลายไม่ได้สะดุด
[14] เหมือนสัตว์เลี้ยงลงไปยังหุบเขาฉันใด พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ทรงทำให้เขาหยุดพักฉันนั้น เช่นนั้นแหละพระองค์ ทรงนำชนชาติของพระองค์ เพื่อจะสร้างชื่อเสียงรุ่งโรจน์แด่พระองค์เอง
[15] ขอทอดพระเนตรลงมาจากฟ้าสวรรค์และทรงเพ่งดู จากที่ประทับบริสุทธิ์และรุ่งโรจน์ของพระองค์ ความกระตือรือร้นและอานุภาพของพระองค์อยู่ที่ไหน? พระทัยสงสารของพระองค์และพระกรุณาของพระองค์ ถูกยึดไว้จากข้าพระองค์
[16] เพราะว่าพระองค์เป็นพระบิดาของพวกข้าพระองค์ แม้อับราฮัมไม่รู้จักพวกข้าพระองค์ และอิสราเอลจดจำพวกข้าพระองค์ไม่ได้ ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์เป็นพระบิดาของพวกข้าพระองค์ พระนามของพระองค์คือพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์แต่โบราณ
[17] ข้าแต่พระยาห์เวห์ ทำไมพระองค์ทรงให้พวกข้าพระองค์หลงไปจากพระมรรคา ของพระองค์? และทรงให้ใจพวกข้าพระองค์แข็งกระด้างจนไม่ยำเกรงพระองค์ ขอพระองค์ทรงกลับมาเพื่อเห็นแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ คือ เผ่าทั้งหลายอันเป็นมรดกของพระองค์
[18] ชนชาติบริสุทธิ์ของพระองค์ครอบครองชั่วขณะหนึ่ง แต่ศัตรูพวกข้าพระองค์เหยียบย่ำสถานนมัสการของพระองค์
[19] เป็นเวลานานที่พวกข้าพระองค์เป็นเหมือนผู้ที่พระองค์ไม่เคยปกครอง เหมือนผู้ซึ่งเขาไม่ได้เรียกโดยพระนามของพระองค์