Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 10:43

[1] มหา‍ปุโร‌หิต​จึง​ถาม​ว่า “เรื่อง​นี้​จริง​หรือ?”

[2] สเท‌เฟน​จึง​ตอบ​ว่า “นี่แน่ะ ท่าน​พี่‍น้อง​และ​พวก​ท่าน​ที่​เป็น​ผู้‍ใหญ่ ขอ​ฟัง​เถิด พระ‍เจ้า​ผู้​เต็ม​ด้วย​พระ‍สิริ​ทรง​ปรา‌กฏ​แก่​อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​ของ​เรา เมื่อ​ท่าน​ยัง​อยู่​ใน​ประ‌เทศ​เม‌โส‌โป‌เต‌เมีย ก่อน​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ใน​เมือง​ฮา‌ราน

[3] และ​ตรัส​กับ​ท่าน​ว่า‘เจ้า​จง​ออก​จาก​เมือง​และ​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​เจ้า ไป​ยัง​ดิน‍แดน​ที่​เรา​จะ​สำ‌แดง​ให้​เจ้า’

[4] อับ‌รา‌ฮัม​จึง​ออก​จาก​แผ่น‍ดิน​ของ​ชาว​เคล‌เดีย​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ที่​เมือง​ฮา‌ราน หลัง​จาก​บิดา​ของ​ท่าน​เสีย​ชีวิต​แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​ให้​ท่าน​ออก​จาก​ที่‍นั่น​มา​อยู่​ใน​แผ่น‍ดิน​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​อา‌ศัย​อยู่​ทุก​วัน‍นี้

[5] แต่​พระ‍องค์​ไม่​ทรง​โปรด​ให้​อับ‌รา‌ฮัม​มี​มร‌ดก​ใน​แผ่น‍ดิน ไม่​ให้​มี​แม้​แต่​ขนาด​เท่า​ฝ่า‍เท้า และ​ขณะ​เมื่อ​ท่าน​ยัง​ไม่​มี​บุตร พระ‍องค์​ทรง​สัญ‌ญา​ไว้​ว่า จะ​ให้​แผ่น‍ดิน​นี้​เป็น​กรรม‍สิทธิ์​ของ​ท่าน​และ​เชื้อ‍สาย​ของ​ท่าน

[6] พระ‍เจ้า​ตรัส​อย่าง‍นี้​ว่า เชื้อ‍สาย​ของ​ท่าน​จะ​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ใน​ต่าง​ประ‌เทศ และ​คน​ในประ‌เทศ​นั้น​จะ​เอา​พวก​เขา​เป็น​ทาส และ​จะ​ข่ม‍เหง​พวก​เขา​นาน​ถึง​สี่‍ร้อย​ปี

[7] แล้ว​พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า‘และ​ประ‌เทศ​ที่​พวก​เขา​ปรน‌นิบัติ​อยู่​นั้น เรา​จะ​พิ‌พาก‌ษา หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​จะ​ออก​มา​และ​ปรน‌นิบัติ​เรา ณ สถาน​ที่​นี้’

[8] พระ‍เจ้า​จึง​ประทาน​พันธ‌สัญ‌ญา​แห่ง​การ​เข้า​สุหนัต แก่​ท่าน เพราะ​ฉะนั้น​เมื่อ​อับ‌รา‌ฮัม​มี​บุตร​ชื่อ​อิส‌อัค จึง​ให้เข้า​สุหนัต ​ใน​วัน​ที่​แปด อิส‌อัค​มี​บุตร​ชื่อ​ยา‌โคบ และ​ยา‌โคบ​มี​บุตร​สิบ‍สอง​คน​ซึ่ง​เป็น​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา

[9] “และ​บรรพ‌บุรุษ​เหล่า​นั้น​อิจ‌ฉา​โย‌เซฟ จึง​ขาย​เขา​ไป​ยัง​ประ‌เทศ​อียิปต์ แต่​พระ‍เจ้า​สถิต​กับ​โย‌เซฟ

[10] ทรง​ช่วย​ให้​พ้น​จาก​ความ​ทุกข์‍ลำ‌บาก​ทั้ง‍สิ้น ทรง​ให้​มี​ความ​ชอบ​และ​มี​สติ‍ปัญ‌ญา​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​ฟา‌โรห์​กษัตริย์​ของ​ประ‌เทศ​อียิปต์ ฟา‌โรห์​จึง​ตั้ง​โย‌เซฟ​ให้​ดู‍แล​ประ‌เทศ​อียิปต์​และ​ทุก​อย่าง​ใน​พระ‍ราช‍สำ‌นัก​ของ​พระ‍องค์

[11] ต่อ​มา​เกิด​การ​กัน‌ดาร​อาหาร​ทั่ว​แผ่น‍ดิน​อียิปต์​และ​แผ่น‍ดิน​คา‌นา‌อัน และ​มี​ความ​ลำ‌บาก​มาก บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​จึง​ไม่‍มี​อาหาร

[12] ยา‌โคบ​เมื่อ​ได้​ยิน​ว่า​มี​ข้าว​อยู่​ใน​ประ‌เทศ​อียิปต์ จึง​ใช้​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ไป​เป็น​ครั้ง​ที่​หนึ่ง

[13] พอ​ครั้ง​ที่‍สอง​โย‌เซฟ​แสดง​ตัว​ให้​พี่‍น้อง​รู้ และ​ฟา‌โรห์​ก็​ทรง​รู้‍จัก​ญาติ​ของ​โย‌เซฟ​ด้วย

[14] โย‌เซฟ​จึง​เชิญ​ยาโคบ​บิดา ​กับ​บรร‌ดา​ญาติ​ของ​ตน​เจ็ด‍สิบ‍ห้า​คน​ให้​มา​หา

[15] ยา‌โคบ​จึง​ลง​ไป​ที่​ประเทศ​อียิปต์ ​และ​ท่าน​กับ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ก็​เสีย​ชีวิต​ที่‍นั่น

[16] พวก​เขา​จึง​นำ​ศพ​ไป​ฝัง​ไว้​ใน​เมือง​เช‌เคม ใน​อุโมงค์​ที่​อับ‌รา‌ฮัม​เอา​เงิน​จำนวน​หนึ่ง​ซื้อ​จาก​บุตร​ของ​ฮา‌โมร์​ใน​เช‌เคม

[17] “แต่​เมื่อ​ใกล้​จะถึง​เวลา​ตาม​พระ‍สัญญา​ที่​พระ‍เจ้า​ตรัส​ไว้​กับ​อับ‌รา‌ฮัม ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล​ได้​ทวี​จำ‌นวน​มาก​ขึ้น​ใน​ประ‌เทศ​อียิปต์

[18] จน​กระทั่ง​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง​ซึ่ง​ไม่​รู้จัก​โยเซฟ​ได้​ขึ้น​ครอง​ราช‌สม‍บัติ​ใน​ประ‌เทศ​อียิปต์

[19] กษัตริย์​องค์​นั้น​ทรง​ออก​อุบาย​จัด‍การ​กับ​ชน‍ชาติ​ของ​เรา ทรง​ข่ม‍เหง​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา ทรง​บัง‍คับ​ให้​ทิ้ง​ลูก​อ่อน​ของ​พวก​เขา​เพื่อ​ไม่​ให้​รอด​ชีวิต

[20] เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​โม‌เสส​เกิด​มา มี​รูป‍ร่าง​งดงาม​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า เขา​จึง​ถูก​เลี้ยง​ไว้​ใน​บ้าน​บิดา​จน​ครบ​สาม​เดือน

[21] แต่​หลัง​จาก​ถูก​ทิ้ง​ไว้​นอก​บ้าน​แล้ว ราช‍ธิดา​ของ​ฟา‌โรห์​ก็​รับ​มา​เลี้ยง​เสมือน​เป็น​บุตร​ของ​ตน

[22] โม‌เสส​จึง​ได้​รับ​การ​สอน​ใน​เรื่อง​วิชา‍การ​ทุก​อย่าง​ของ​ชาว​อียิปต์ มี​สมรรถ‌ภาพ​ใน​การ​พูด​และ​ใน​กิจ‍การ​ต่างๆ

[23] “เมื่อ​โม‌เสส​มี​อายุ​ย่าง​เข้า​สี่‍สิบ​ปี ก็​นึก​อยาก​ไป​เยี่ยม​ญาติ​พี่‍น้อง​ของ​ตน​คือ​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล

[24] เมื่อ​ท่าน​เห็น​คน​หนึ่ง​ถูก​ข่ม‍เหง จึง​เข้า​ไป​ช่วย​โดย​ฆ่า​ชาว​อียิปต์​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ข่ม‍เหง​นั้น​เพื่อ​แก้‍แค้น

[25] เพราะ​คิด‍ว่า​ญาติ​พี่‍น้อง​คง​เข้า‍ใจ​ดี​ว่า พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​ช่วย​พวกเขา​ให้​รอด​ด้วย​มือ​ของ​ตน แต่​พวก​เขา​ไม่​เข้า‍ใจ​อย่าง​นั้น

[26] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​โมเสส​เข้า​มา​พบ​เขา​ทั้ง‍สอง​ขณะ​วิ‌วาท​กัน ก็​อยาก​ให้​เขา​ทั้ง‍สอง​กลับ​คืนดี​กัน จึง​กล่าว​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย​พวก​ท่าน​เป็น​พี่‍น้อง​กัน ทำไม​ถึง​ทำ‍ร้าย​กัน​?’

[27] คน​ที่​ข่ม‍เหง​เพื่อน​ก็​ผลัก​โม‌เสส​ออก​ไป และ​กล่าว​ว่า‘ใคร​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้​ครอบ‍ครอง​และ​ผู้​พิพาก‌ษา​ของ​เรา?

[28] เจ้า​จะ​ฆ่า​ข้า​เหมือน​กับ​ที่​ฆ่า​ชาว​อียิปต์​เมื่อ​วาน‍นี้​หรือ?’

[29] เมื่อ​โม‌เสส​ได้​ยิน​คำ​พูด​นั้น จึง​หนี​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ที่​แผ่น‍ดิน​มี‌เดียน ​และ​มี​บุตร​สอง​คน​ที่​นั่น

[30] “เมื่อ​เวลา​ผ่าน​ไป​ได้​สี่‍สิบ​ปีทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​มา​ปรา‌กฏ​แก่​โม‌เสส​ใน​เปลว​ไฟ​ที่​พุ่ม​ไม้​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​ของ​ภูเขา​ซี‌นาย

[31] เมื่อ​โม‌เสส​เห็น​ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ​เพราะ​นิมิต​นั้น เมื่อ​เข้า​ไป​ดู​ใกล้ๆ ก็​ได้​ยิน​พระ‍สุร‌เสียง​ของ​พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า

[32] ‘เรา​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เจ้า คือ​พระ‍เจ้า​ของ​อับ‌รา‌ฮัม ของ​อิส‌อัค และ​ของ​ยา‌โคบ’ โม‌เสส​จึง​กลัว​จน​ตัว​สั่น​ไม่​กล้า​มอง‍ดู

[33] พระ‍เจ้า​ตรัส​กับ​โม‌เสส​ว่า‘จง​ถอด​รอง‍เท้า​ออก เพราะ​ที่​ที่​เจ้า​ยืน​อยู่​นี้​เป็น​ที่​ศักดิ์‍สิทธิ์

[34] อัน​ที่​จริง​เรา​เห็น​ความ​ทุกข์​ของ​ชน​ชาติ​ของ​เรา​ที่​อยู่​ใน​ประ‌เทศ​อียิปต์​แล้ว และ​เรา​ได้​ยิน​เสียง​คร่ำ‍ครวญ​ของ​เขา​ทั้ง‍หลาย เรา​จึง​ลง​มา​เพื่อ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด มา​เถอะ เรา​จะ​ใช้​เจ้า​ไป​ยัง​ประ‌เทศ​อียิปต์’

[35] “โม‌เสส​คน​นี้​ที่​เคย​ถูก​พวก​เขา​ปฏิ‌เสธ โดย​กล่าว​ว่า‘ใคร​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​ผู้​ครอบ‍ครอง​และ​ผู้​พิ‌พาก‌ษา​ของ​เรา’ นั้น​เอง โดย​มือ​ของ​ทูต‍สวรรค์​ผู้​ซึ่ง​ปรา‌กฏ​แก่​ท่าน​ที่​พุ่ม​ไม้ พระ‍เจ้า​ทรง​ใช้​โม‌เสส​คน‍นี้​แหละ ไป​เป็น​ผู้​ครอบ‍ครอง​และ​ผู้​ช่วย​กู้

[36] คน‍นี้​แหละ​ที่​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา และ​ทำ​การ​อัศ‌จรรย์​และ​หมาย​สำ‍คัญ​ต่างๆ ใน​แผ่น‍ดิน​อียิปต์ ที่​ทะเล​แดง และ​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​สี่‍สิบ​ปี

[37] โม‌เสส​คน‍นี้​แหละ​ที่​กล่าว​กับ​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล​ว่า‘พระ‍เจ้า​จะ​ประ‌ทาน​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ผู้‍หนึ่ง​เกิด​มา​เพื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย จาก​พี่‍น้อง​ของ​พวก​ท่าน เหมือน​อย่าง​ข้าพ‌เจ้า’

[38] โมเสส​คน​นี้​แหละ​ที่​อยู่​ใน​ชุม‌นุม‍ชน​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร อยู่​กับ​ทูต‍สวรรค์​ผู้​พูด​กับ​ท่าน​ที่​ภูเขา​ซี‌นาย และ​อยู่​กับ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา ท่าน​ได้​รับ​พระ‍ดำ‌รัส​อัน​ทรง​ชีวิต​เพื่อ​ส่ง​ต่อ​มา​ให้​เรา

[39] บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ไม่​ยอม​ฟัง​โม‌เสส แต่​ผลัก​ไส​ท่าน​ออก​ไป และ​หัน‍เห​จิต‍ใจ​กลับ​ไป​ยัง​แผ่น‍ดิน​อียิปต์

[40] พวก​เขา​กล่าว​กับ​อา‌โรน​ว่า‘ขอ​สร้าง​พระ​ให้​แก่​เรา เป็น​พระ​ที่​จะ​นำ​เรา​ไป เพราะ​ว่า​โม‌เสส​คน​นี้ ที่​เป็น​คน​นำ​เรา​ออก​จาก​ประ‌เทศ​อียิปต์​นั้น เรา​ไม่​รู้​ว่า​เขา​เป็น​อะไร​ไป’

[41] ใน​เวลา​นั้น​พวก​เขา​ทำ​รูป​โค‍หนุ่ม และ​นำ​เครื่อง​สัตว‌บูชา​มา​ถวาย​แก่​รูป​นั้น และ​มี​ใจ​ยินดี​ใน​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ทำ​ขึ้น​ด้วย​มือ

[42] แต่​พระ‍เจ้า​เบือน​พระ‍พักตร์​และ​ทรง​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​นมัส‌การ​หมู่​ดาว​ใน​ท้อง‍ฟ้า ตาม​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​หนัง‍สือ​ของ​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ว่า ‘โอ พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล พวก​เจ้า​ฆ่า​สัตว์​บูชา​เรา ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​ถึง​สี่‍สิบ​ปี​หรือ?

[43] พวก​เจ้า​ขน​เต็นท์​ของ​พระ‍โม‌เลค และ​นำ​ดาว​พระ‍เร‌ฟาน รูป​พระ​ต่างๆ ที่​พวก​เจ้า​ทำ​ขึ้น เพื่อ​กราบ​นมัส‌การ​รูป​นั้น​ต่าง​หาก เรา​จะ​กวาด​พวก​เจ้า​ไป​ไกล​จน​พ้น เมือง​บา‌บิ‌โลน’

[44] “บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​เมื่อ​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​ก็​มี​เต็นท์​แห่ง​สักขี‍พยาน ตาม​ที่​พระ‍องค์​ทรง​สั่ง​ไว้​เมื่อ​ตรัส​กับ​โม‌เสส​ว่า​ให้​ทำ​เต็นท์​ตาม​แบบ​ที่​ได้​เห็น

[45] บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​เมื่อ​ได้​รับ​เต็นท์​นั้น​จึง​ขน​ตาม​โย‌ชู‌วา​ไป หลัง​จาก​เข้า​ยึด​แผ่น‍ดิน​ของ​บรร‌ดา​ประ‌ชา‍ชาติ​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ขับ‍ไล่​ให้​พ้น​หน้า​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​แล้ว เต็นท์​นั้น​ก็​ยัง​คง​อยู่​จน​ถึง​สมัย​ของ​ดา‌วิด

[46] ดา‌วิด​นั้น​ได้​รับ​ความ​โปรด‍ปราน​จาก​พระ‍เจ้า และ​ทรง​ขอ​อนุ‌ญาต​ที่​จะ​จัด​เตรียม​พระ‍นิเวศ​สำ‌หรับ​พระ‍เจ้า​ของ​ยา‌โคบ

[47] แต่​ซา‌โล‌มอน​เป็น​ผู้​ที่​ได้​สร้าง​พระ‍นิเวศ​สำ‌หรับ​พระ‍เจ้า

[48] ถึง​กระ‌นั้น​ก็​ดี องค์​ผู้​สูง​สุด​ก็​ไม่​ได้​ประ‌ทับ​ใน​พระ‍นิเวศ​ที่​มือ​มนุษย์​ทำ​ไว้ ตาม​ที่​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​กล่าว​ไว้​ว่า

[49] ‘สวรรค์​เป็น​ที่​ประ‌ทับ​ของ​เรา และ​แผ่น‍ดิน​โลก​เป็น​ที่​รอง​เท้า​ของ​เรา พวก​เจ้า​จะ​สร้าง​นิเวศ​ชนิด​ไหน​สำ‌หรับ​เรา องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ตรัส หรือ​อะไร​จะ​เป็น​ที่​พำ‌นัก​ของ​เรา?

[50] สิ่ง​เหล่า‍นี้​มือ​ของ​เรา​ทำ​ไว้​ทั้ง​หมดไม่​ใช่​หรือ?’

[51] “เจ้า​พวก​คน​หัว​แข็ง ใจ​ดื้อ‍ดึง และ​หู​ตึง พวก​ท่าน​ขัด​ขวาง​พระ‍วิญ‌ญาณ‍บริ‌สุทธิ์​อยู่​เสมอ บรรพ‌บุรุษ​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ทำ​อย่าง‍ไร พวก​ท่าน​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น

[52] มี​ใคร​บ้าง​ใน​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ที่​บรรพ‌บุรุษ​ทั้ง‍หลาย​ของ​พวก​ท่าน​ไม่​ได้​ข่ม‍เหง? พวก​เขา​ฆ่า​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​พยา‌กรณ์​ถึง​การ​เสด็จ​มา​ของ ‘องค์​ผู้​ชอบ‍ธรรม’ และ​บัด‍นี้​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ก็​ทรยศ​และ​ฆ่า​พระ‌องค์

[53] คือ​พวก​ท่าน​ที่​ได้​รับ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​จาก​เหล่า​ทูต‍สวรรค์ แต่​ไม่​ได้​ประ‌พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นั้น”

[54] เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​รู้‍สึก​เดือด‍ดาล และ​ขบ‍เขี้ยว​เคี้ยว‍ฟัน​เข้า​ใส่​สเท‌เฟน

[55] ส่วน​สเท‌เฟน​เต็ม​ด้วย​พระ‌วิญ‌ญาณ​บริ‍สุทธิ์ ท่าน​เขม้น​ดู​สวรรค์​เห็น​พระ‍รัศมี​ของ​พระ‍เจ้า และ​เห็น​พระ‍เยซู​ทรง​ยืน​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ‌หัตถ์​ของ​พระ‍องค์

[56] แล้ว​ท่าน​กล่าว​ว่า “นี่แน่ะ ข้าพ‌เจ้า​เห็น​ท้อง​ฟ้า​แหวก​เป็น​ช่อง และ​เห็น​บุตร‌มนุษย์​ทรง​ยืน​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ‌หัตถ์​ของ​พระ‍เจ้า”

[57] แต่​พวก​เขา​ร้อง​เสียง​ดัง​และ​อุด​หู​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ไป​หา​สเท‌เฟน

[58] แล้ว​ขับ​ไล่​ท่าน​ออก​จาก​กรุง​และ​เอา​หิน​ขว้าง และ​พวก​สักขี​พยาน​ที่​ปรัก‌ปรำ​สเท‌เฟน ก็​ฝาก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน​วาง​ไว้​ที่​เท้า​ของ​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เซา‌โล

[59] ขณะ​ที่​พวก​เขา​เอา​หิน​ขว้าง​สเท‌เฟน​อยู่​นั้น ท่าน​ร้องทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระ‌เยซู องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​ทรง​รับ​จิต​วิญ‌ญาณ​ของ​ข้า​พระ‌องค์​ด้วย”

[60] แล้ว​สเท‌เฟน​ก็​คุก​เข่า​ลง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “ข้า​แต่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​โปรด​อย่า​ถือ​โทษ​พวก​เขา​เพราะ​บาป​นี้” เมื่อ​กล่าว​อย่าง​นี้​แล้ว​ก็​สิ้น​ใจ

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters