Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:22

[1] ขณะ​ที่​เป‌โตร​กับ​ยอห์น​ยัง​กล่าว​กับ​คน​ทั้ง‍ปวง​อยู่ ปุโร‌หิต​ทั้ง‍หลาย​กับ​หัว‍หน้า​รัก‌ษา​พระ‍วิหาร​และ​พวก​สะดูสี​ก็​มา​หา

[2] ด้วย​ความ​ขัด‍เคือง​ใจ​ยิ่ง​ที่​ท่าน​ทั้ง​สอง​สั่งสอน​และ​ประ‌กาศ​กับ​คน​ทั้ง‍หลาย ถึง​เรื่อง​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​โดย​อ้าง​การ​คืน​พระ‍ชนม์​ของ​พระ‍เยซู

[3] พวก​เขา​จึง​จับ​ท่าน​ทั้ง‍สอง​ขัง​คุก​จนถึง​วัน​รุ่งขึ้น​เพราะ​ว่า​เย็น​แล้ว

[4] แต่​คน​จำ‌นวน​มาก​ที่​ฟัง​คำ‍สอน​นั้น​ก็​เชื่อ จำ‍นวน​ผู้ชาย​จึง​เพิ่ม​ขึ้น​จน​นับ​ได้​ประ‌มาณ​ห้า​พัน​คน

[5] ครั้น​รุ่ง​ขึ้น​พวก​ผู้​ครอบ‍ครอง​กับ​พวก​ผู้ใหญ่ และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​มา​ประ‌ชุม​กัน​ใน​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม

[6] ทั้ง​อัน‌นาส​มหา​ปุโร‌หิต​และ​คา‌ยา‌ฟาส รวม​ทั้ง​ยอห์น​และ​อเล็ก‌ซาน‌เดอร์​กับ​คน​อื่นๆ ที่​เป็น​ญาติ​ของ​มหา​ปุโร‌หิต​ด้วย

[7] เมื่อ​พวก​เขา​ให้​เป‌โตร​และ​ยอห์น​ยืน​อยู่​ท่าม‍กลาง​พวก​เขา​แล้ว จึง​ถาม​ว่า “เจ้า​ทั้ง‍สอง​ทำ​การ​นี้​โดย​ฤทธิ์‌เดช​หรือ​โดย​นาม​ของ​ใคร?”

[8] ขณะ​นั้น​เป‌โตร​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “นี่แน่ะ ท่าน​ผู้​ครอบ‍ครอง​พล‍เมือง​และ​พวก​ผู้‍ใหญ่​ทั้ง‍หลาย

[9] ถ้า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จะ​ไต่สวน​เรา​ทั้ง​สอง​ใน​วันนี้​ถึง​การ​ดี​ที่​ได้​ทำ​กับ​คนป่วย​นี้ และ​ถาม​ว่า​เขา​หาย​เป็น​ปกติ​ได้​อย่าง‍ไร​แล้ว

[10] ก็​ให้​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​กับ​บรร‌ดา​ชน​อิส‌รา‌เอล​ทราบ​เถิด​ว่า โดย​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​คริสต์​ชาว​นา‌ซา‌เร็ธ​ที่​พวก​ท่าน​ตรึง​ไว้​ที่​กาง‌เขน ผู้​ซึ่ง​พระ‍เจ้า​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย โดย​พระ‍องค์​นั้น​แหละ​ชาย​คน​นี้​ที่​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​พวก​ท่าน​จึง​ได้​หาย​เป็น​ปกติ

[11] พระ‍องค์​ทรง​เป็น ศิลา ที่​พวก​ท่าน​ผู้​เป็นช่าง​ก่อ​สร้าง​ละ‍ทิ้ง ซึ่ง​กลับ​กลาย​เป็น​ศิลา​มุม​เอก​แล้ว

[12] ใน​ผู้อื่น​ความ​รอด​ไม่​มี​เลย เพราะ​ว่า​นาม​อื่น​ซึ่ง​ให้​เรา​ทั้ง‍หลาย​รอด​ได้​นั้น ไม่​โปรด​ให้​มี​ท่าม‍กลาง​มนุษย์​ทั่ว​ใต้​ฟ้า”

[13] เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​ความ​กล้าหาญ​ของ​เป‌โตร​กับ​ยอห์น และ​รู้​ว่า​ท่าน​ทั้งสอง​ขาด​การ​ศึก‌ษา​และ​เป็น​คน​สา‌มัญ ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ แล้ว​จำ​ได้​ว่า​คน​ทั้ง​สอง​เคย​อยู่​กับ​พระ‍เยซู

[14] ยิ่ง​พวก​เขา​เห็น​คน​นั้น​ที่​หาย​โรค​ยืน​อยู่​กับ​เป‌โตร​และ​ยอห์น พวก​เขา​ก็​ไม่​มี​อะไร​คัด‍ค้าน​ได้

[15] เมื่อ​สั่ง​ให้​เป‌โตร​กับ​ยอห์น​ออก​ไป​จาก​ที่​ประ‌ชุม​แล้ว พวก​เขา​จึง​ปรึกษา​กัน

[16] ว่า “เรา​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร​กับ​สอง​คน​นี้? เพราะ​เขา​ทั้ง‍สอง​ทำ​หมาย​สำ‌คัญ​พิ‌เศษ​ซึ่ง​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ก็​รู้​และ​เรา​ก็​ปฏิ‌เสธ​ไม่​ได้

[17] แต่​ให้​เรา​ขู่เข็ญ​ไม่​ให้​เขา​ทั้ง‍สอง​พูด​ชื่อ​นั้น​กับ​ใคร​อีก เพื่อ​เรื่อง​นี้​จะ​ไม่​เลื่อง‍ลือ​แพร่‍หลาย​ไป​ท่าม‍กลาง​ประ‌ชาชน”

[18] พวก​เขา​จึง​เรียก​เป‌โตร​และ​ยอห์น​มา แล้ว​สั่ง​ไม่​ให้​พูด​หรือ​สอน​ออก​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​อีก

[19] แต่​เป‌โตร​กับ​ยอห์น​กล่าว​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า​เรา​ควร​เชื่อฟัง​พวก​ท่าน​หรือ​ควร​เชื่อฟัง​พระ‍เจ้า ขอ​พวก​ท่าน​พิจาร‌ณา​ดู

[20] เพราะ​เรา​ไม่​สา‌มารถ​หยุด​พูด​ใน​สิ่ง​ที่​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน”

[21] เมื่อ​ข่ม‍ขู่​เขา​ทั้ง​สอง​อีก ก็​ปล่อย​ตัว​ไป พวก​เขา​หา​เหตุ​ลง​โทษ​ท่าน​ทั้ง‍สอง​ไม่​ได้​เพราะ​กลัว​ประ‌ชาชน เนื่อง​จาก​ทุก​คน​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​เพราะ​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น

[22] เพราะ​ว่า​คน​ที่​หาย​โรค​โดย​หมาย​สำ‌คัญ​นั้น​มี​อายุ​กว่า​สี่สิบ​ปี​แล้ว

[23] เมื่อ​ได้​รับ​การ​ปล่อย​ตัว​แล้ว​ท่าน​ทั้ง‍สอง​จึง​ไป​หา​พวกพ้อง เล่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ที่​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ผู้‍ใหญ่​พูด​กับ​พวก​ท่าน

[24] เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ฟัง​แล้ว​ก็​ร่วม​ใจ​กัน​เปล่ง​เสียง​ทูล​พระ‍เจ้า​ว่า “ข้า​แต่​องค์​เจ้า‍นาย พระ‍องค์​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่น‍ดิน​โลก ทะเล​และ​สรรพ​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​ที่​เหล่า​นั้น

[25] พระ‍องค์​ตรัส​ไว้​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ ด้วย​ปาก​ของ​ดา‌วิด​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา ผู้​รับ‍ใช้​ของ​พระ‍องค์ ว่า ‘ทำ‍ไม​คน​ต่าง​ชาติ​จึง​หยิ่ง​ยโส และ​ชน‍ชาติ​ทั้ง‍หลาย​ปอง‍ร้าย​กัน​แต่​ไม่​เป็น​ผล

[26] บรร‌ดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ตั้งตัว​ขึ้น และ​นัก​ปก‍ครอง​ชุม‍นุม​กัน ต่อสู้​พระ‍เจ้า​และ​ผู้​รับ​การ​เจิม‍ตั้ง ของ​พระ‍องค์’

[27] ความ​จริง​ใน​เมือง​นี้ ทั้ง​เฮ‌โรด และ​ปอน‌ทัส‌ปีลาต กับ​พวก​ต่าง​ชาติ​และ​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล ร่วม​ชุมนุม​กัน​ต่อสู้​พระ‍เยซู​ผู้​รับ‍ใช้​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์​ซึ่ง​ทรง​เจิม​ไว้​แล้ว

[28] พวก​เขา​ทำ​สิ่ง​สาร‌พัด​ตาม​ที่​พระ‍หัตถ์​และ​พระดำริ​ของ​พระ‍องค์​ทรง​กำ‌หนด​ไว้​ล่วง​หน้า

[29] บัดนี้ พระ‍องค์​เจ้าข้า ขอ​ทอด‍พระ‍เนตร​การ​ข่ม‍ขู่​ของ​พวก​เขา และ​ทรง​ให้​บรร‌ดาผู้​รับ‍ใช้​ของ​พระ‍องค์​กล่าว​ถ้อย‍คำ​ของ​พระ‍องค์​ด้วย​ใจกล้า

[30] ใน​เวลา​ที่​พระ‍องค์​ยื่น​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍องค์​ออก​รัก‌ษา​โรค และ​โปรด​ให้​หมาย​สำ‌คัญ​กับ​การ​อัศ‌จรรย์​เกิด​ขึ้น โดย​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​ผู้​รับ‍ใช้​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์”

[31] เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​อธิษ‌ฐาน​แล้ว ที่​ซึ่ง​พวก​เขา​ประชุม​อยู่​นั้น​ก็​หวั่น‍ไหว แล้ว​พวก​เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​และ​กล่าว​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​ด้วย​ใจ​กล้า‍หาญ

[32] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​เชื่อ​นั้น​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน และ​ไม่​มี​ใคร​อ้าง​ว่า​สิ่ง​ของ​ที่​ตน​มี​อยู่​นั้นเป็น​ของ​ตนเอง แต่​ทั้ง​หมด​เป็น​ของ​ส่วน‍กลาง

[33] และ​ด้วย​ฤทธา‌นุภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​บรร‌ดา​อัคร‌ทูต​ก็​เป็น​พยาน​ถึง​การ​คืน​พระ‍ชนม์​ของ​พระ‍เยซู​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า และ​พระ‍คุณ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​อยู่​กับ​พวก​เขา​ทุก‍คน

[34] เพราะ​ว่า​ใน​พวก​เขา​ไม่​มี​ใคร​ขัด‍สน ใคร​มี​ไร่นา​บ้าน​เรือน​ก็​ขาย​เสีย

[35] และ​นำ​เงิน​ค่า​ของ​ที่​ขาย​ได้​นั้น​มา​วาง​ไว้​ที่​เท้า​ของ​บรร‌ดา​อัคร‌ทูต พวก​อัคร‌ทูต​จึง​แจก​จ่าย​ให้​ทุก​คน​ตาม​ความ​จำเป็น

[36] โย‌เซฟ​ผู้​ที่​บรร‌ดา​อัคร‌ทูต​เรียก​ว่า บาร‌นา‌บัส ซึ่ง​แปล​ว่า​ลูก​แห่ง​การ​หนุน​น้ำใจ เป็น​เล‌วี​ชาว​เกาะ​ไซ‌ปรัส

[37] มี​ที่​ดิน​ก็​ขาย​เสีย และ​นำ​เงิน​ค่า​ที่ดิน​นั้น​มา​วาง​ไว้​ที่​เท้า​ของ​พวก​อัคร‌ทูต

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters