Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:24

[1] เมื่อ​มี​การ​ตัด‍สิน​ใจ​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​ลง​เรือ​ไป​ยัง​ประ‌เทศ​อิ‌ตา‌ลี พวก​เขา​จึง​มอบ​เปาโล​และ​นัก‍โทษ​บาง‍คน​ไว้​กับ​นาย‍ร้อย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ยู‌เลียส ซึ่ง​เป็น​นาย‍ทหาร​ใน​กอง​ทหาร​ของ​จักร‌พรรดิ

[2] เรา​จึง​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​แล่น​มา​จาก​เมือง​อัด‌รา‌มิท‌ทิ‌ยุม​กำ‌ลัง​จะ​ออก​ไป​ยัง​เมือง​ท่า​ฝั่ง​แคว้น​เอ‌เชีย แล้ว​เรือ​ก็​ออก​ทะเล มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อา‌ริส‌ทาร‌คัส​ชาว​มา‌ซิ‌โด‌เนีย​ซึ่ง​มา​จาก​เมือง​เธสะ‌โล‌นิ‌กา​อยู่​กับ​เรา​ด้วย

[3] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​เรา​แวะ​ที่​เมือง​ไซ‌ดอน ยู‌เลียส​นั้น​มี​ใจ​เมต‌ตา​ต่อ​เปา‌โล ยอม​ให้​เปา‌โล​ไป​หา​บรรดา​มิตร‍สหาย​เพื่อ​รับ​การ​ดู‍แล

[4] เมื่อ​เรือ​ออก​จาก​ที่​นั่น​แล้ว จึง​แล่น​ไป​ทาง​ด้าน​ปลอด​ลม​ของ​เกาะ​ไซ‌ปรัส เพราะ​ลม​กำ‌ลัง​พัด​ต้าน​เรือ

[5] เมื่อ​แล่น​ข้าม​ทะเล​ที่​อยู่​ตรง​แคว้น​ซี‌ลี‌เซีย​กับ​แคว้น​ปัม‌ฟี‌เลีย ก็​มา​ถึง​เมือง​มิ‌รา​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ลี‌เซีย

[6] ที่​เมือง​นั้น​นาย‍ร้อย​พบ​เรือ​ลำ​หนึ่ง​แล่น​มา​จาก​เมือง​อเล็ก‌ซาน‌เดรีย​กำ‌ลัง​จะ​ไป​ยัง​ประ‌เทศ​อิ‌ตา‌ลี ท่าน​จึง​ให้​เรา​ลง​เรือ​ลำ​นั้น

[7] เรา​แล่น​ไป​ช้าๆ หลาย​วัน และ​มา​ถึง​เมือง​คนี‌ดัส​อย่าง​ยาก‍เย็น เมื่อ​แล่น​ทวน‍ลม​ต่อ‍ไป​ไม่​ไหว เรา​จึง​แล่น​ไป​ทาง​ด้าน​ปลอด‍ลม​ของ​เกาะ​ครีต​ตรง​เมือง​สัล‌โม‌เน

[8] เมื่อ​เรือ​แล่น​เลียบ​เกาะ​นั้น​ผ่าน​ไป​อย่าง​ยาก‍เย็น​แล้ว เรา​ก็​มา​ถึง​ที่​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ​ว่า​ท่า‍งาม เมือง​ลา‌เซีย​อยู่​ใกล้​ที่‍นั่น

[9] เมื่อ​เสีย​เวลา​ไป​มาก​และ​การ​เดิน​เรือ​ก็​มี​อัน‌ตราย​เพราะ​เทศ‌กาล​อด​อาหาร​ผ่าน​ไป​แล้ว เปา‌โล​จึง​เตือน‍สติ​เขา​ทั้ง‍หลาย

[10] โดย​กล่าว​ว่า “นี่‍แน่ะ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​เห็น‍ว่า​การ​เดิน‍ทาง​ครั้ง‍นี้​จะ​ต้อง​มี​อัน‌ตราย​และ​ก่อ​ความ​เสีย‍หาย​มาก ไม่‍ใช่​เพียง​แต่​ของ​ที่​บรร‌ทุก​มา​กับ​เรือ​เท่า‍นั้น แต่​ชีวิต​ของ​เรา​ด้วย”

[11] แต่​นาย‍ร้อย​เชื่อ​กัป‌ตัน​และ​เจ้า‍ของ​เรือ​มาก‍กว่า​เชื่อ​คำ​ที่​เปา‌โล​กล่าว

[12] เพราะ​ท่า‍งาม​นั้น​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​จอด​ใน​ฤดู‍หนาว คน​ส่วน​มาก​จึง​ตัด‍สิน​ใจ​ให้​ออก​ทะเล​ไป​จาก​ที่‍นั่น โดย​คาด​หวัง​ว่า​จะ​ไป​ให้​ถึง​เมือง​ฟี‌นิกส์​แล้ว​จอด​อยู่​ที่​นั่น​ตลอด​ฤดู‍หนาว เมือง​ฟี‌นิกส์​นั้น​เป็น​ท่า‍เรือ​ของ​เกาะ​ครีต​ที่​หัน‍หน้า​ไป​ทาง​ทิศ​ตะวัน‍ตก​เฉียง​เหนือ​กับ​ตะ​วัน​ตก​เฉียง​ใต้

[13] เมื่อ​มี​ลม​ทิศ​ใต้​พัด​มา​เบาๆ พวก​เขา​ก็​คิด‍ว่า​สา‌มารถ​ทำ​ได้​ตาม​ใจ​ปรารถ‌นา​แล้ว จึง​ถอน​สมอ​แล่น​เลียบ​ฝั่ง​ไป​ตาม​เกาะ​ครีต

[14] แต่​ใน​ไม่​ช้า​ก็​เกิด​ลม‍พายุ​ที่​เรียก‍ว่า​ลม​ตะวัน‍ออก​เฉียง​เหนือ​พัด‍กวาด​มา​จาก​เกาะ​ครีต

[15] เมื่อ​เรือ​ถูก​พายุ​และ​ต้าน‍ลม​ไม่​ไหว เรา​จึง​ปล่อย​ไป​ตาม​ลม

[16] และ​เมื่อ​แล่น​ไป​ทาง​ด้าน​ปลอด​ลม​ของ​เกาะ​เล็ก​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ​คาว‌ดา​แล้ว เรา​ก็​ยก​เรือ​เล็ก​ขึ้น​ผูก​ไว้​ได้​ด้วย​ความ​ลำ‍บาก​ยาก‍เย็น

[17] เมื่อ​ยก​เรือ​ขึ้น​แล้ว​เรา​เอา​เชือก​ผูก​โอบ​รอบ​เรือ‍กำ‌ปั่น​ไว้ และ​เนื่อง​จาก​กลัว​ว่า​เรือ​จะ​เกย​สัน‍ดอน​ทราย​ใน​อ่าว​เสอร์‌ทิส จึง​ลด​ใบ​ลง​แล้ว​ปล่อย​ให้​ไป​ตาม​กระ‌แส​ลม

[18] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​เขา​ทั้ง‍หลาย​เริ่ม​ขน‍ของ​ที่​บรร‌ทุก​มา​ทิ้ง​เสีย​เพราะ​ถูก​พายุ​ใหญ่

[19] พอ​วัน​ที่‍สาม​พวก​เขา​ก็​ทิ้ง​เครื่อง​ใช้​ใน​เรือ​ออก​ด้วย​มือ​ของ​เขา​เอง

[20] และ​เมื่อ​ไม่​เห็น​ดวง‍อา‌ทิตย์​หรือ​ดวง‍ดาว​มา​หลาย​วัน​แล้ว ทั้ง​ยัง​เจอ​พายุ​ใหญ่​อยู่​อีก ความ‍หวัง​ที่​เรา​จะ​รอด​นั้น​ก็​หมด​ไป

[21] เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​อด​อาหาร​กัน​มา​นาน​แล้ว เปา‌โล​จึง​มา​ยืน​อยู่​ท่าม‍กลาง​เขา​กล่าว​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย ท่าน​ควร​จะ​ฟัง​ข้าพ‌เจ้า​และ​ไม่‍ควร​ออก​จาก​เกาะ​ครีต​เลย จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ประสบ​อัน‌ตราย​และ​ความ​สูญ‍เสีย

[22] แต่​ตอน​นี้​ข้าพ‌เจ้า​ขอ​เตือน​ท่าน​ให้​ทำ​ใจ​ดีๆ ไว้ เพราะ‍ว่า​ใน​ท่าม‍กลาง​ท่าน​ทั้ง‌หลาย​จะ​ไม่​มี​ใคร​เสีย​ชีวิต จะ​เสีย​ก็​แต่​เรือ​เท่า​นั้น

[23] เพราะ‍ว่า​เมื่อ​คืน​นี้​เอง ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า‍ของ​ตัว​ข้าพ‌เจ้า​และ​เป็น​พระเจ้า​ที่​ข้าพ‌เจ้า​ปรน‌นิบัติ​มา​ยืน​อยู่​ใกล้​ข้าพ‌เจ้า

[24] ทูต​นั้น​กล่าว​ว่า ‘เปา‌โล​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เจ้า​จะ​ต้อง​เข้า​เฝ้า​ซี‌ซาร์ และ​พระ‍เจ้า​ทรง​โปรด​เจ้า​โดย​ให้​คน​ทั้ง‍หมด​ที่​อยู่​ใน​เรือ​กับ​เจ้า​นั้นรอด​ตาย’

[25] ฉะนั้น ท่าน​ทั้ง‍หลาย จง​ทำ​ใจ​ดีๆ ไว้ เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​เชื่อ​พระ‍เจ้า​ว่า เหตุ‍การณ์​จะ​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระ‍องค์​ทรง‍กล่าว​ไว้​กับ​ข้าพ‌เจ้า

[26] แต่​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​ไป​เกย​เกาะ​แห่ง‍หนึ่ง”

[27] จน​ถึง​คืน​ที่​สิบ‍สี่ ขณะ​ที่​เรา​ยัง​ลอย​อยู่​ใน​ทะเล​อา‌เดรีย​นั้น ตอน​ประ‌มาณ​เที่ยง‍คืน​พวก​กะ‌ลาสี​สง‍สัย​ว่า​เข้า​มา​ใกล้​แผ่น‍ดิน​แล้ว

[28] เมื่อ​หยั่ง​น้ำ​ดู​ก็​วัด​ได้​ลึก​สี่‍สิบ​เมตร เมื่อ​ไป​อีก‍หน่อย​หนึ่ง​ก็​หยั่ง​น้ำ​วัด​ได้​สาม‍สิบ​เมตร

[29] พวก​เขา​กลัว​ว่า​จะ​โดน​โขด​หิน จึง​ทอด‍สมอ​ท้าย​สี่​ตัว​แล้ว​ภา‌วนา​ให้​ฟ้า​สาง

[30] พวก​กะ‌ลาสี​นั้น​หา​ทาง​หนี​จาก​เรือ​โดย​หย่อน​เรือ​เล็ก​ลง​ไป​ใน​ทะเล ทำ​ที​ว่า​จะ​ทอด‍สมอ​จาก​หัว‍เรือ

[31] เปา‌โล​จึง​พูด​กับ​นาย‍ร้อย​และ​พวก​ทหาร​ว่า “ถ้า​คน​พวก​นี้​ไม่​อยู่​ใน​เรือ พวก​ท่าน​จะ​ไม่​มี​ทาง​รอด”

[32] พวก​ทหาร​จึง​ตัด​เชือก​ที่​ผูก​เรือ​เล็ก​ให้​เรือ​หลุด​ลอย​ไป

[33] พอ​ใกล้​รุ่ง‍เช้า เปา‌โล​ก็​เชิญ​ชวน​ทุก​คน​ให้​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​และ​กล่าว​ว่า “วัน‍นี้​เป็น​วัน‍ที่​สิบ‍สี่​แล้ว​ที่​ท่าน​เฝ้า​แต่​รอ​และ​อด​อาหาร ไม่‍ได้​กิน​อะไร​เลย

[34] ข้าพ‌เจ้า​จึง​ขอ​เชิญ‍ชวน​ท่าน​ให้​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​เสีย​บ้าง​เพื่อ​จะ​ประทัง​ชีวิต​อยู่​ได้ เพราะ​ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ที่​จะ​ต้อง​เสีย​แม้​แต่​เส้น​ผม​สัก​เส้น​หนึ่ง”

[35] เมื่อ​กล่าว​อย่าง​นั้น​แล้ว ท่าน​จึง​หยิบ​ขนม‍ปัง​ขอบ‍พระ‍คุณ​พระ‍เจ้า​ต่อ‍หน้า​ทุก​คน แล้ว​ก็​หัก​รับ‍ประ‌ทาน

[36] ทุก​คน​ก็​มี​กำ‌ลัง​ใจ​ขึ้น​จึง​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​ด้วย

[37] (เรา​ที่​อยู่​ใน​เรือ​ลำ​นั้น​มี​จำ‍นวน​สอง‍ร้อย​เจ็ด‍สิบ‍หก​คน)

[38] หลัง​จาก​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​อิ่ม​แล้ว จึง​ขน​ข้าว​สาลี​ใน​เรือ​ทิ้ง​ลง​ทะเล​เพื่อ​ให้​เรือ​เบา​ขึ้น

[39] เมื่อ​สว่าง​แล้ว​พวก​เขา​ก็​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​แผ่น‍ดิน​อะไร แต่​เห็น​อ่าว​แห่ง​หนึ่ง​มี​หาด จึง​ตก‍ลง​กัน​ว่า ถ้า​เป็น​ได้​จะ​ให้​เรือ​เข้า​เกย​หาด​นั้น

[40] เขา​จึง​ตัด​สาย‍สมอ​ทิ้ง​ลง​ทะเล​แล้ว​แก้​เชือก​ที่​มัด​หาง‍เสือ​และ​ชัก​ใบ​หัว‍เรือ​ขึ้น​ให้​กิน​ลม​แล่น​ตรง​เข้า​หา​ฝั่ง

[41] เมื่อ​มา​ถึง​บริ‌เวณ​หนึ่ง​ที่​ทะเล​สอง​ข้าง​บรร‌จบ​กัน เรือ​ก็​เกย​ดิน​จน​หัว‍เรือ​ติด​แน่น​ขยับ​ไม่‍ได้ ส่วน​ท้าย‍เรือ​นั้น​แตก​ออก​ด้วย​กำ‌ลัง​คลื่น

[42] พวก​ทหาร​คิด​จะ​ฆ่า​นัก‍โทษ​ทั้ง‍หลาย​เพื่อ​ไม่​ให้​ใคร​ว่าย​น้ำ​หนี​ไป​ได้

[43] แต่​นาย‍ร้อย​ต้อง​การ​ช่วย​เปา‌โล จึง​ไม่ให้​พวก​ทหาร​ทำ​ตาม​ความ​คิด​นั้น แล้ว​สั่ง​คน​ที่​ว่าย​น้ำ​เป็น​ให้​กระ‌โดด​น้ำ​ว่าย​เข้า​หา​ฝั่ง​ก่อน

[44] พวก​คน​ที่​เหลือ​นั้น​ก็​เกาะ​กระ‌ดาน​ไป​บ้าง เกาะ​ชิ้น​ส่วน​เรือ​ที่​หัก​ไป​บ้าง แล้ว​ก็​ถึง​ฝั่ง​รอด​ตาย​หมด​ทุก‍คน

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters