Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:14

[1] เมื่อ​เรา​ลา​พวก​เขา​แล้ว​ก็​ลง​เรือ​แล่น​ตรง​ไป​ยัง​เกาะ​โขส พอ​อีก​วัน‍หนึ่ง​มา​ถึง​เกาะ​โรดส์ และ​จาก​ที่​นั่น​มา​ถึง​เมือง​ปา‌ทา‌รา

[2] เมื่อ​เรา​พบ​เรือ​ลำ​หนึ่ง​กำ‌ลัง​จะ​ไป​เมือง​ฟีนิ‌เซีย จึง​ลง​เรือ​ลำ​นั้น​แล่น​ต่อ‍ไป

[3] หลัง​จาก​มอง​เห็น​เกาะ​ไซ‌ปรัส​แล้ว เรา​แล่น​ผ่าน​ทาง​ด้าน​ทิศ​ใต้​ของ​เกาะ​ตรง​ไป​ยัง​แคว้น​ซีเรีย แล้ว​จอด​เรือ​ที่​ท่า​เมือง​ไทระ เพราะ​จะ​เอา​ของ​บรร‌ทุก​ขึ้น​ท่า​ที่​นั่น

[4] เมื่อ​หา​พวก​สา‌วก​พบ​แล้ว เรา​จึง​พัก​อยู่​ที่​นั่น​เจ็ด​วัน บรร‌ดา​สา‌วก​เตือน​เปา‌โล​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​ไม่‍ให้​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[5] แต่​เมื่อ​ครบ​เจ็ด​วัน​แล้ว​เรา​ก็​ลา​ไป บรร‌ดา​สา‌วก​พร้อม​กับ​ภรร‌ยา​และ​บุตร​มา​ส่ง​เรา​ออก​จาก​เมือง แล้ว​เรา​คุก​เข่า​ลง​อธิษ‌ฐาน​ที่​ชาย‍หาด

[6] และ​คำ‍นับ​ลา​ซึ่ง​กัน​และ​กัน จาก​นั้น​เรา​ลง​เรือ และ​พวก​เขา​ก็​กลับ​บ้าน​ไป

[7] เมื่อ​เรา​แล่น​เรือ​จาก​เมือง​ไท‌ระ​ถึง​เมือง​ทอ‌เล‌เม‌อิส​แล้ว เรา​จึง​ไป​คำ‍นับ​พี่‍น้อง​และ​พัก​อยู่​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​วัน​หนึ่ง

[8] พอ​วัน​รุ่ง​ขึ้น​เรา​ก็​จาก​ไป​และ​มา​ที่​เมือง​ซี‌ซา‌รี‌ยา เรา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ฟี‌ลิป ผู้​ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ ซึ่ง​เป็น​หนึ่ง​ใน​กลุ่ม​เจ็ด​คน​นั้น และ​เรา​พัก​อยู่​กับ​ท่าน

[9] ฟี‌ลิป​มี​ลูก​สาว​สี่​คน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​แต่ง‍งาน​และ​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

[10] เมื่อ​เรา​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​วัน​แล้ว มี​ชาย​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อา‌กา‌บัส ​ลง​มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย

[11] เขา​มา​หา​เรา​และ​เอา​เข็ม‍ขัด​ของ​เปา‌โล​ผูก​มือ​และ​เท้า​ของ​ตน​กล่าว​ว่า “พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ตรัส​ดัง‍นี้​ว่า ‘พวก​ยิว​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​จะ​ผูก​มัด​คน​ที่​เป็น​เจ้า‍ของ​เข็ม‍ขัด​แบบ​เดียว​กัน​นี้ และ​ส่ง​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​ต่าง‍ชาติ’ ”

[12] เมื่อ​เรา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น เรา​กับ​คน​ที่‍นั่น​จึง​อ้อน‍วอน​เปา‌โล​ไม่‍ให้​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[13] เปา‌โล​ตอบ​ว่า “ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​ร้อง‍ไห้​และ​ทำ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​ช้ำ​ใจ? เพราะ​ว่า​ข้าพ‌เจ้า​ไม่​เพียง​แต่​พร้อม​ที่​จะ​ให้​เขา​ผูก​มัด​เท่า‍นั้น แต่​ยัง​พร้อม​จะ​ตาย​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ด้วย เพื่อ​เห็น​แก่​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

[14] เมื่อ​ท่าน​ไม่​ยอม​ฟัง​คำ​เกลี้ย‍กล่อม เรา​จึง​หยุด​พูด​และ​กล่าว​ว่า “ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​พระ‍ทัย​ของ​พระ‍เจ้า​เถิด”

[15] ต่อ​มา​เรา​เตรียม​พร้อม​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[16] สา‌วก​บาง‍คน​ที่​มา​จาก​เมือง​ซี‌ซา‌รี‌ยา​ก็​ไป​กับ​เรา พวก​เขา​นำ​เรา​ไป​หา​สา‌วก​เก่า‍แก่​ชาว​เกาะ​ไซ‌ปรัส​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มนา‌สัน และ​ให้​เรา​อา‌ศัย​อยู่​กับ​คน​นั้น

[17] เมื่อ​เรา​มา​ถึง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​แล้ว พวก​พี่‍น้อง​ก็​ต้อน‍รับ​เรา​ด้วย​ความ​ยินดี

[18] วัน​รุ่ง​ขึ้น เปา‌โล​กับ​เรา​จึง​เข้า​ไป​หา​ยา‌กอบ และ​ผู้​ปก‍ครอง​ทุก​คน​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย

[19] เมื่อ​เปา‌โล​คำ‍นับ​ท่าน​เหล่า​นั้น​แล้ว จึง​เล่า​เหตุ‍การณ์​ทั้ง‍ปวง​ตาม​ลำ‌ดับ ซึ่ง​พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​ท่าม‍กลาง​บรร‌ดา​คน​ต่าง​ชาติ​ผ่าน​พันธ‌กิจ​ของ​ท่าน

[20] เมื่อ​คน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​จึง​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​แล้ว​เขา​ทั้ง‍หลาย​กล่าว​กับ​เปา‌โล​ว่า “พี่​เอ๋ย ท่าน​เห็น​หรือ​ยัง​ว่า​มี​พวก​ยิว​สัก​กี่​พัน​คน​ที่​เชื่อ‍ถือ และ​พวก​เขา​ทุก‍คน​มี​ใจ​กระ‌ตือ‍รือ‌ร้น​ใน​การ​ถือ​ธรรม​บัญ‌ญัติ

[21] เขา​ทั้ง‍หลาย​ได้‍รับ​คำ‍บอก​เล่า​เรื่อง​ท่าน​ว่า ท่าน​สั่งสอน​พวก​ยิว​ทั้ง‍หมด​ที่​อยู่​ใน​หมู่​ชน​ต่าง​ชาติ​ให้​ละ​ทิ้ง​โม‌เสส และ​บอก​ว่า​ไม่​ต้อง​ให้​บุตร​ของ​ตน​เข้า​สุ‌หนัต​หรือ​ประ‌พฤติ​ตาม​ธรรม‌เนียม​เก่า

[22] เรื่อง​นี้​ควร​จะ​ทำ​อย่างไร? คน​ทั้ง‍หลาย​คง​จะ​ทราบ​แล้ว​ว่า​ท่าน​มา

[23] เพราะ​ฉะนั้น​จง​ทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​เรา​บอก​ท่าน คือ​เรา​มี​สี่​คน​ที่​บน‍ตัว​ไว้

[24] ท่าน​จง​พา​คน​เหล่า​นั้น​ไป ทำ​พิธี​ชำระ​ตัว​ร่วม​กับ​เขา และ​เสีย​เงิน​แทน​เขา​เพื่อ​ให้​เขา​โกน​ศีรษะ คน​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เขา​ได้​ยิน​เกี่ยว‍กับ​ท่าน​นั้น​เป็น​ความ​เท็จ แต่​ท่าน​เอง​เป็น​ผู้​ยึด​ถือ​และ​ปฏิ‌บัติ​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ

[25] ส่วน​พวก​ต่าง​ชาติ​ที่​เชื่อ​นั้น เรา​เขียน​จด‍หมาย​แจ้ง​การ​ตัด‍สิน​ใจ​ของ​เรา​แล้ว​คือ ให้​เขา​ทั้ง‍หลาย​หลีก‍เลี่ยง​จาก​การ​กิน​อาหาร​ที่​ถูก​นำ​ไป​บูชา​รูป​เคารพ จาก​การ​กิน​เลือด จาก​การ​กิน​เนื้อ​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย และ​จาก​การ​ล่วง‍ประ‌เวณี”

[26] เปา‌โล​จึง​พา​สี่​คน​นั้น​ไป และ​วัน​รุ่ง​ขึ้น​ก็​ทำ​พิธี​ชำระ​ตัว​ด้วย​กัน​กับ​เขา แล้ว​จึง​เข้า​ไป​ใน​พระ‍วิหาร​ประ‌กาศ​กำ‌หนด​วัน​เสร็จ​สิ้น​พิธี​ชำระ คือ​วัน​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​เพื่อ​เขา​เหล่า​นั้น​ทุก‍คน

[27] เมื่อ​จวน​ครบ​เจ็ด​วัน พวก​ยิว​ที่​มา​จาก​แคว้น​เอ‌เชีย เห็น​เปา‌โล​ใน​พระ‍วิหาร ก็​ยุยง​ฝูง‍ชน​ทั้ง​หมด​แล้ว​จับ​เปา‌โล

[28] ร้อง​ว่า “ชน​ชาติ​อิส‌รา‌เอล​เอ๋ย จง​ช่วย​กัน​เถิด คน​นี้​แหละ​ที่​เสี้ยม​สอน​ทุก‍คน​ทุก​ตำ‌บล​ให้​เป็น​ศัตรู​ต่อ​ชน​ชาติ​ของ​เรา ต่อ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​ต่อ​สถาน​ที่​นี้ และ​ยิ่ง‍กว่า​นั้น เขา​พา​ชาว​กรีก​เข้า​มา​ใน​พระ‍วิหาร​ด้วย ทำ​ให้​สถาน​บริ‌สุทธิ์​นี้​เป็น​มล‌ทิน”

[29] เนื่อง​จาก​ก่อน​หน้า​นี้​คน​พวก​นั้น​เห็น​โตรฟี‌มัส ชาว​เมือง​เอ‌เฟ‌ซัส​อยู่​กับ​เปา‌โล​ใน​เมือง เขา​จึง​คิด‍ว่า​เปา‌โล​พา​คน​นั้น​เข้า​ไป​ใน​พระ‍วิหาร

[30] แล้ว​คน​ทั้ง​เมือง​ก็​ลุก​ฮือ​ขึ้น ประ‌ชา‌ชน​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ไป และ​จับ​เปา‌โล​ออก​จาก​พระ‍วิหาร แล้ว​ก็​ปิด​ประตู​ทัน‍ที

[31] เมื่อ​พวก​เขา​กำ‌ลัง​หา​ทาง​ฆ่า​เปา‌โล ก็​มี​ราย‍งาน​ถึง​ผู้​บัง‍คับ​กอง‍พัน​ว่า​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​เกิด​การ​วุ่น‍วาย​ขึ้น​ทั้ง​เมือง

[32] นาย‍พัน​จึง​คุม​พวก​ทหาร​กับ​บรร‌ดา​นาย‍ร้อย​วิ่ง​ไป​ยัง​คน​ทั้ง‍หมด​ทัน‍ที เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​เห็น​นาย‍พัน​กับ​พวก​ทหาร​มา​จึง​หยุด​ตี​เปา‌โล

[33] นาย‍พัน​จึง​เข้า​ไป​ใกล้ แล้ว​จับ​เปา‌โล สั่ง​ให้​เอา​โซ่​สอง​เส้น​ล่าม​ไว้ แล้ว​ถาม​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร​และ​ทำ​อะไร​ไป​บ้าง

[34] บาง‍คน​ใน​ฝูง‍ชน​นั้น​ร้อง​ว่า​อย่าง​นี้ บาง‍คน​ก็​ว่า​อย่าง​นั้น เมื่อ​นาย‍พัน​ไม่​สา‌มา‌รถ​หา​ความ‍จริง​อะไร​ได้​เพราะ​วุ่น‍วาย​มาก จึง​สั่ง​ให้​พา​เปา‌โล​เข้า​ไป​ใน​กรม‍ทหาร

[35] เมื่อ​มา​ถึง​บัน‌ได​แล้ว พวก​ทหาร​จึง​ยก​ตัว​เปา‌โล​ขึ้น​เนื่อง​จาก​ความ​รุน‍แรง​ของ​ฝูง‍ชน

[36] เพราะ​กลุ่ม​คน​ที่​ตาม​มา​ต่าง​ร้อง​ว่า “ฆ่า​มัน​เสีย”

[37] เมื่อ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​จน​เกือบ​เข้า​กรม​ทหาร​แล้ว เปา‌โล​จึง​กล่าว​กับ​นาย‍พัน​ว่า “ข้าพ‌เจ้า​ขอ​พูด​กับ​ท่าน​สัก​หน่อย​ได้​ไหม?” นายพัน​จึง​ถาม​ว่า “เจ้า​รู้​ภา‌ษา​กรีก​ด้วย​หรือ?

[38] เจ้า​เป็น​ชาว​อียิปต์​ที่​ก่อ​การ​กบฏ​คราว​ก่อน​และ​พา​พวก​มือ‍มีด​สี่‍พัน​คน​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​ไม่​ใช่​หรือ?”

[39] แต่​เปา‌โล​ตอบ​ว่า “ข้าพ‌เจ้า​เป็น​คน‍ยิว เกิด​ใน​เมือง​ทาร์‌ซัส​แคว้น​ซี‌ลี‌เซีย เป็น​ประ‌ชา‌กร​ของ​เมือง​ที่​ไม่‍ใช่​เล็กๆ ข้าพ‌เจ้า​ขอ​อนุ‌ญาต​ท่าน​พูด​กับ​ประ‌ชา‌ชน​หน่อย”

[40] เมื่อ​นาย‍พัน​อนุ‌ญาต​แล้ว เปา‌โล​จึง​ยืน​บน​ขั้น​บัน‌ได​โบก​มือ​ต่อ​ประ‌ชา‌ชน เมื่อ​คน​ทั้ง‍ปวง​นิ่ง​เงียบ​แล้ว ท่าน​จึง​กล่าว​กับ​พวก​เขา​เป็น​ภา‌ษา​ฮีบรู​ว่า

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters