Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:16

[1] เปา‌โล​จึง​เพ่ง​ดู​บรร‌ดา​สมา‌ชิก​สภา​แล้ว​กล่าว​ว่า “พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​ประ‌พฤติ​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า​ด้วย​มโน‌ธรรม​ที่​ดี​ตราบ​จน​ถึง​ทุก​วัน‍นี้”

[2] อา‌นา‌เนีย​ผู้​เป็น​มหา‍ปุโร‌หิต​จึง​สั่ง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้​ให้​ตบ​ปาก​เปา‌โล

[3] เปา‌โล​จึง​กล่าว​กับ​ท่าน​ว่า “พระ‍เจ้า​จะ​ทรง‍ตบ​ท่าน ผู้​เป็น​ผนัง​ที่​ฉาบ​ด้วย​ปูน‍ขาว ท่าน​นั่ง​พิ‌พาก‌ษา​ข้า​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ และ​ยัง​สั่ง​ให้​เขา​ตบ​ข้า​ซึ่ง​เป็น​การ​ผิด​ธรรม​บัญ‌ญัติ​หรือ?”

[4] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​จึง​กล่าว​ว่า “เจ้า​กล้า​พูด‍จา​ดู‍หมิ่น​มหา‍ปุโร‌หิต​ของ​พระ‍เจ้า​หรือ?”

[5] เปา‌โล​จึง​ตอบ​ว่า “พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​ไม่‍ทราบ​ว่า​ท่าน​เป็น​มหา‍ปุโร‌หิต เพราะ​มี​คำ‍เขียน​ไว้​ว่า‘อย่า​พูด​หยาบ‍ช้า​ต่อ​ผู้​ปก‍ครอง​พล‌เมือง’ ”

[6] เมื่อ​เปา‌โล​เห็น​ว่า​คน​ที่​อยู่​ใน​ที่​ประ‌ชุม‍สภา​นั้น​ส่วน​หนึ่ง​เป็น​พวก​สะดูสี​และ​อีก​ส่วน​หนึ่ง​เป็น​พวก​ฟาริสี ท่าน​จึง​พูด​เสียง‍ดัง​ต่อ‍หน้า​ที่​ประ‌ชุม​ว่า “นี่แน่ะ พี่​น้อง​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​เป็น​พวก​ฟา‌ริสี ​และ​เป็น​บุตร​ของ​ฟา‌ริสี ที่​ข้าพ‌เจ้า​ถูก​ไต่‍สวน​เพราะ​มี​ความ‍หวัง​ใน​เรื่อง​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย”

[7] เมื่อ​ท่าน​กล่าว​อย่าง​นั้น​แล้ว พวก​ฟา‌ริสี​กับ​พวก​สะดูสี​ก็​เกิด​ความ​ขัด‍แย้ง และ​ที่​ประ‌ชุม​ก็​แตก​เป็น​สอง​พวก

[8] (เพราะ​พวก​สะดูสี​เชื่อ​ว่า​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น​ไม่​มี และ​ทูต‍สวรรค์​หรือ​วิญ‌ญาณ​ก็​ไม่​มี แต่​พวก​ฟา‌ริสี​เชื่อ​ว่า​มี​ทั้ง​นั้น)

[9] แล้ว​ก็​เกิด​ความ​อึก‍ทึก​โก‌ลา‌หล ธรร‌มา‌จารย์​บาง‍คน​ที่​อยู่​ฝ่าย​ฟา‌ริ‌สี​ลุก​ขึ้น​เถียง​ว่า “เรา​ไม่​เห็น​ว่า​คน​นี้​มี​ความ​ผิด ถ้า​วิญ‌ญาณ​ก็​ดี​หรือ​ทูต‍สวรรค์​ก็​ดี​พูด​กับ​เขา พวก​ท่าน​จะ​ว่า​อย่างไร?”

[10] เมื่อ​ความ​ขัด‍แย้ง​รุน‍แรง​ขึ้น นาย‍พัน​เกรง​ว่า​เปาโล​จะ​ถูก​พวก​เขา​ฉีก​เป็น​ชิ้นๆ ท่าน​จึง​สั่ง​พวก​ทหาร​ให้​ลง​ไป​นำ​ตัว​เปา‌โล​มา​จาก​พวก​นั้น​แล้ว​พา​เข้า​ไป​ใน​กรม‍ทหาร

[11] ใน​คืน​วัน​นั้น องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง‍มา‍ยืน​อยู่​ข้าง​เปา‌โล​ตรัส​ว่า “เจ้า​จง​มี​ใจ‍กล้า เพราะ‍ว่า​เจ้า​เป็น​พยาน​ให้​เรา​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​อย่าง​ไร เจ้า​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​ใน​กรุง​โรม​อย่าง‍นั้น”

[12] พอ​เวลา​เช้า​พวก​ยิว​ออก​อุ‍บาย​และ​สา‌บาน​กัน​ว่า​จะ​ไม่​กิน​และ​จะ​ไม่​ดื่ม​อะไร​จน​กว่า​จะ​ฆ่า​เปา‌โล​ได้

[13] คน​ที่​ร่วม​กัน​ปอง‍ร้าย​นั้น​มี​มาก​กว่า​สี่‍สิบ​คน

[14] คน​เหล่า‍นั้น​จึง​ไป​หา​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​กับ​พวก​ผู้​อา‌วุโส​กล่าว​ว่า “เรา​สา‌บาน​มั่น​คง​ว่า จะ​ไม่​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​จน‍กว่า​จะ​ได้​ฆ่า​เปา‌โล

[15] เพราะ​ฉะนั้น​บัด‍นี้​ขอ​ให้​ท่าน​กับ​สมา‌ชิก​สภา​บอก​นาย‍พัน​ว่า ขอ​ให้​นำ​ตัว​เปา‌โล​มา​หา​ท่าน โดย​อ้าง​ว่า​ท่าน​ต้อง​การ​จะ​สอบ‍สวน​เขา​ให้​ละ‍เอียด​ยิ่ง​ขึ้น ส่วน​เรา​จะ​เตรียม​พร้อม​เพื่อ​ลง​มือ​ฆ่า​เขา​ก่อน​ที่​เขา​จะ​มา​ถึง”

[16] แต่​บุตร‍ชาย​ของ​น้อง‍สาว​เปา‌โล​ได้​ยิน​เรื่อง​การ​ซุ่ม​ทำ‍ร้าย​นั้น จึง​เข้า​มา​บอก​ให้​เปา‌โล​ทราบใน​กรม‍ทหาร

[17] เปา‌โล​จึง​เรียก​นาย‍ร้อย​คน​หนึ่ง​มา​กล่าว​ว่า “ขอ​ช่วย​พา​ชาย‍หนุ่ม​คน‍นี้​ไป​หา​นาย‍พัน​ด้วย เพราะ​เขา​มี​เรื่อง​ที่​จะ​แจ้ง​ให้​ทราบ”

[18] นาย‍ร้อย​จึง​รับ​ตัว​ชาย‍หนุ่ม​คน​นั้น​ไป​หา​นาย‍พัน​แล้ว​กล่าว​กับ​ท่าน​ว่า “นัก‍โทษ​เปา‌โล​เรียก​หา​ข้าพ‌เจ้า และ​ขอ​ให้​พา​ชาย‍หนุ่ม​คน​นี้​มา​หา​ท่าน เพราะ​เขา​มี​เรื่อง​แจ้ง​ให้​ท่าน​ทราบ”

[19] นาย‍พัน​จึง​จูง​มือ​ชาย​คน​นั้น​ไป​ตาม​ลำพัง แล้ว​ถาม​ว่า “เจ้า​จะ​แจ้ง‍ความ​อะไร​กับ​ข้า?”

[20] เขา​จึง​ตอบ​ว่า “พวก​ยิว​ตก‍ลง​กัน​ที่​จะ​ขอ​ให้​ท่าน​พา​เปา‌โล​ลง​ไป​ยัง​สภา​ใน​วัน​พรุ่ง‍นี้ ทำ​เหมือน​ว่า​จะ​ไต่‍สวน​เรื่อง​เขา​ให้​ละเอียด​ยิ่ง‍กว่า​เก่า

[21] แต่​ขอ​อย่า​ฟัง เพราะ‍ว่า​พวก​เขา​ซึ่ง​มี​มาก​กว่า​สี่‍สิบ​คน​จะ​คอย​ซุ่ม​ทำ‍ร้าย​เปา‌โล​และ​สา‌บาน​ตัว​ว่า​จะ​ไม่​กิน​หรือ​ดื่ม​อะไร​จน‍กว่า​จะ​ได้​ฆ่า​เปา‌โล เวลา​นี้​พวก​เขา​เตรียม​พร้อม​แล้ว และ​กำ‌ลัง​คอย​คำ​อนุ‌ญาต​จาก​ท่าน”

[22] นาย‍พัน​จึง​ให้​ชาย‍หนุ่ม​คน​นั้น​ไป กำ‌ชับ​ว่า “อย่า​บอก​ใคร​ว่า​เจ้า​มา​แจ้ง​เรื่อง​นี้​กับ​ข้า”

[23] นาย‍พัน​จึง​เรียก​นาย‍ร้อย​สอง​คน​มา​สั่ง​ว่า “จง​จัด​พล‍ทหาร​สอง‍ร้อย ทหาร‍ม้า​เจ็ด​สิบ และ​ทหาร‍หอก​สอง‍ร้อย ให้​พร้อม​ใน​เวลา​สาม‍ทุ่ม​คืน​วัน‍นี้​เพื่อ​ไป​ยัง​เมือง​ซี‌ซา‌รี‌ยา

[24] และ​จง​จัด​ม้า​ให้​เปา‌โล​ขี่ ส่ง​เขา​ไป​ให้​เฟ‌ลิกส์​ผู้‍ว่า​ราช‍การ​เมือง​อย่าง​ปลอด‍ภัย”

[25] แล้ว​นาย‍พัน​จึง​เขียน​จด‍หมาย​มี​ใจ‍ความ​ดังต่อ‍ไป​นี้

[26] “คลาว‌ดิ‌อัส‌ลี‌เซียส​เรียน​ท่าน​เฟ‌ลิกส์​ผู้‍ว่า​ราช‌การ​เมือง​ที่​นับ‍ถือ

[27] พวก​ยิว​จับ​คน‍นี้​ไว้​และ​เกือบ​จะ​ฆ่า​เขา​ไป​แล้ว แต่​ข้าพ‌เจ้า​พา​พวก​ทหาร​ไป​ช่วย​เขา​ไว้​ได้ เนื่อง​จาก​ข้าพ‌เจ้า​รู้​มา​ว่า​เขา​เป็น​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน

[28] และ​เพราะ​เหตุ​ที่​ข้าพ‌เจ้า​อยาก​ทราบ​ถึง​สา‌เหตุ​ที่​พวก​ยิว​ฟ้อง​เขา ข้าพ‌เจ้า​จึง​พา​เขา​ไป​ยัง​สภา​ของ​พวก​ยิว

[29] ข้าพ‌เจ้า​พบ​ว่า​เขา​ถูก‍ฟ้อง​เพราะ​ปัญ‌หา​เกี่ยว​กับ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​พวก​ยิว แต่​ไม่​มี​ข้อ‍หา​ที่​เขา​ควร​จะ​ตาย​หรือ​ต้อง‍ขัง​ไว้

[30] เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​ทราบ​ว่า​มี​การ​ปอง‍ร้าย​คน‍นี้ จึง​ส่ง​เขา​มา​หา​ท่าน​ทัน‍ที แล้ว​สั่ง​ให้​โจทก์​ไป​ฟ้อง‍ร้อง​เขา​ต่อ‍หน้า​ท่าน”

[31] ดัง‍นั้น​พวก​ทหาร​จึง​พา​เปา‌โล​ไป​ยัง​เมือง​อัน‌ทิ‌ปา‌ตรีส์​ใน​เวลา​กลาง‍คืน​ตาม​คำ‍สั่ง

[32] พอ​รุ่ง‍เช้า​พวก​เขา​ให้​ทหาร‍ม้า​ไป​ส่ง​เปา‌โล แล้ว​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​ยัง​กรม‍ทหาร

[33] เมื่อ​ทหาร‍ม้า​ไป​ถึง​เมือง​ซี‌ซา‌รี‌ยา​แล้ว จึง​ส่ง​จด‍หมาย​ให้​แก่​ผู้‍ว่า​ราช‍การ​เมือง และ​มอบ​เปา‌โล​ให้​ท่าน​ด้วย

[34] เมื่อ​ผู้‍ว่า​ราช‍การ​เมือง​อ่าน​จด‍หมาย​แล้ว​จึง​ถาม​ว่า​เปา‌โล​มา​จาก​แคว้น​ไหน เมื่อ​ทราบ​ว่า​มา​จาก​ซีลี‌เซีย

[35] ท่าน​จึง​กล่าว​ว่า “ข้า​จะ​ฟัง​คำ​ให้​การ​ของ​เจ้า​หลัง​จาก​โจทก์​มา​ถึง​แล้ว” ท่าน​จึง​สั่ง​ให้​คุม​เปา‌โล​ไว้​ที่​วัง​เก่า ​ของ​เฮ‌โรด

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters