Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:07

[1] เปา‌โล​ไป​ยัง​เมือง​เดอร์‌บี​กับ​เมือง​ลิส‌ตรา​ด้วย และ​นี่​แน่ะ ที่​นั่น​มี​สา‌วก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทิ‌โม‌ธี มี​มาร‌ดา​ที่​เป็น​ชาว​ยิว​และ​เป็น​ผู้​เชื่อ แต่​บิดา​เป็น​ชาว​กรีก

[2] ทิ‌โม‌ธี​มี​ชื่อ‍เสียง​ดี​ใน​หมู่​พวก​พี่‍น้อง ที่​อยู่​ใน​เมือง​ลิส‌ตรา​และ​เมือง​อิ‌โค‌นี‌ยูม

[3] เปา‌โล​ต้อง‍การ​พา​ทิ‌โม‌ธี​ไป​ด้วย​จึง​ให้​เข้า​สุ‌หนัต​เพราะ​เห็น​แก่​พวก​ยิว​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เหล่า‍นั้น เพราะ​พวก​เขา​ทุก​คน​รู้​ว่า​บิดา​ของ​เขา​เป็น​ชาว​กรีก

[4] เมื่อ​พวก​ท่าน​เดิน‍ทาง​ไป​ตาม​เมือง​ต่างๆ ก็​ได้​ส่ง​คำ‍สั่ง​ที่​เป็น​ข้อ​ตก‍ลง​ของ​พวก​อัคร‌ทูต​และ​พวก​ผู้​ปก‍ครอง​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ให้​แก่​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​เพื่อ​ให้​ปฏิ‌บัติ​ตาม

[5] คริสต‌จักร​ทั้ง‍ปวง​จึง​เข้ม‍แข็ง​ใน​ความ​เชื่อ และ​คริสต‌สมา‌ชิก​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​ทุกๆ วัน

[6] พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ทรง​ไม่​ให้​กล่าว​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​ใน​แคว้น​เอ‌เชีย พวก​ท่าน​จึง​ไป​ทั่ว​แว่น‍แคว้น​ฟรี‌เจีย​กับ​กา‌ลา‌เทีย

[7] เมื่อ​มา​ถึง​เขต‍แดน​แคว้น​มิ‌เซีย​แล้ว ก็​พยา‌ยาม​จะ​เข้า​ไป​ยัง​แว่น​แคว้น​บิ‌ธี‌เนีย แต่​พระ‍วิญ‌ญาณ​ของ​พระ‍เยซู​ไม่​โปรด​ให้​ไป

[8] แล้ว​พวก​ท่าน​เดิน‍ทาง​ผ่าน​แคว้น​มิ‌เซีย​มา​ยัง​เมือง​โตร‌อัส

[9] ใน​เวลา​กลาง‍คืน เปา‌โล​ได้​รับ​นิมิต​เห็น​ชาว​มา‌ซิ‌โด‌เนีย​คน​หนึ่ง​ยืน​อ้อน‍วอน​ว่า “ขอ​มา​ช่วย​เรา​ใน​แคว้น​มา‌ซิ‌โด‌เนีย​ด้วย”

[10] เมื่อ​ท่าน​เห็น​นิมิต​นั้น​แล้ว เรา​จึง​หา​โอ‌กาส​ไป​ยัง​แคว้น​มา‌ซิ‌โด‌เนีย​ทัน‍ที เพราะ​แน่​ใจ​ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​เรา​ไป​ประ‌กาศ​ข่าว​ประ‌เสริฐ​กับ​ชาว​แคว้น​นั้น

[11] เรา​ลง​เรือ​จาก​โตร‌อัส​ตรง​ไป​ยัง​เกาะ​สา‌โม‌ธรัส รุ่ง​ขึ้น​ก็​ถึง​เมือง​เน‌อา‌บุรี

[12] และ​เมื่อ​ออก​จาก​ที่​นั่น​แล้ว​ก็​ไป​ยัง​เมือง​ฟี‌ลิป‌ปี​ซึ่ง​เป็น​เมือง​เอก​ใน​เขต​แคว้น​มา‌ซิ‌โด‌เนีย​และ​เป็น​อา‌ณา‍นิคม​ของ​โร‌มัน เรา​จึง​พัก​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​หลาย​วัน

[13] ใน​วัน​สะ‌บา‌โต​เรา​ออก​จาก​ประตู​เมือง​ไป​ยัง​ฝั่ง​แม่‍น้ำ เข้า‍ใจ​ว่า​มี​ที่​สำ‌หรับ​อธิษ‌ฐาน เรา​จึง​นั่ง​สนทนา​กับ​พวก​ผู้‍หญิง​ที่​ประ‌ชุม​กัน​ที่​นั่น

[14] มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ที่​ฟัง​เรา​ชื่อ​ลิ‌เดีย นาง​มา​จาก​เมือง​ธิ‌ยา‌ทิ‌รา เป็น​คน​ขาย​ผ้า​สี‍ม่วง​และ​เป็น​คน​ที่​นับ‍ถือ​พระ‍เจ้า หญิง​คน​นั้น​มา​ฟัง​เรา และ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​เปิด​ใจ​ของ​นาง​ให้​สน‍ใจ​ถ้อย‍คำ​ที่​เปา‌โล​กล่าว

[15] เมื่อ​หญิง​คน‍นั้น​กับ​ครัว‍เรือน​ของ​นาง​ได้​รับ​บัพ‌ติศ‌มา​แล้ว จึง​อ้อน‍วอน​เรา​ว่า “ถ้า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เห็น​ว่า​ข้าพ‌เจ้า​เป็น​คน​ซื่อ‍สัตย์​ต่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ก็​ขอ​เชิญ​เข้า​มา​พัก​อา‌ศัย​ใน​บ้าน​ของ​ข้าพ‌เจ้า​เถิด” และ​นาง​ก็​ได้​วิง‍วอน​จน​เรา​ขัด​ไม่​ได้

[16] เมื่อ​เรา​กำ‌ลัง​ออก​ไป​ยัง​ที่​สำ‌หรับ​อธิษ‌ฐาน มี​ทาส‍สาว​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ผี​หมอดู​เข้า​สิง​มา​พบ​กับ​เรา (นาง​หาเ​งิน​ให้​กับ​เจ้า‍นาย​ทั้ง‍หลาย​ของ​นาง​ได้​เป็น​จำ‍นวน​มาก​ด้วย​วิธี​การ​ทำ‍นาย​ทาย‍ทัก)

[17] นาง​เดิน​ตาม​เปา‌โล​กับ​เรา​ไป ร้อง​ว่า “คน​เหล่า‍นี้​เป็น​ทาส​ของ​พระ‍เจ้า​สูง​สุด มา​กล่าว​ประ‌กาศ​ทาง​รอด​กับ​พวก​ท่าน”

[18] และ​นาง​ทำ​แบบ​นี้​อยู่​หลาย​วัน แต่​เปา‌โล​รำ‍คาญ​ใจ หัน​มา​สั่ง​ผี​นั้น​ว่า “ใน​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ จง​ออก​มา​จาก​ตัว​เขา” ผี​นั้น​ก็​ออก​ทัน‍ที

[19] ส่วน​พวก​เจ้านาย​ของ​นาง​เมื่อ​เห็น​ว่า​หมด‍หวัง​จะ​ได้​เงิน​แล้ว พวก​เขา​จึง​จับ​เปาโล​และ​สิลาส​ลาก​มา​หา​พวก​เจ้า‍พนักงาน​ยัง​ที่​ว่า​การ​เมือง

[20] เมื่อ​นำตัว​มา​ถึง​พวก​ผู้​ว่า​การ‍เมือง​แล้ว​จึง​กล่าว​ว่า “คน​เหล่า​นี้​เป็น​พวก​ยิว ก่อ​การ​วุ่น‍วาย​มาก​ใน​เมือง​ของ​เรา

[21] และ​สั่ง‍สอน​ธรรม‌เนียม​ซึ่ง​เรา​ชาว​โรมัน​ไม่‍ควร​จะ​รับ​หรือ​ถือ​เลย”

[22] ฝูง‍ชน​ก็​ฮือ​ขึ้น​เล่น​งาน​เปาโล​และ​สิ‌ลาส พวก​ผู้​ว่า​การ​เมือง​สั่ง​ให้​กระ‍ชาก​เสื้อ ​ของ​ท่าน​ทั้ง​สอง​ออก​และ​เฆี่ยน​ด้วย​ไม้

[23] เมื่อ​เฆี่ยน​ไป​หลาย​ที​แล้ว​จึง​ให้​ขัง​ไว้​ใน​คุก และ​กำ‌ชับ​นาย‍คุก​ให้​ดูแล​อย่าง​เข้มงวด

[24] เมื่อ​นาย‍คุก​รับ​คำ‍สั่ง จึง​พา​เปาโล​กับ​สิ‌ลาส​ไป​ขัง​ยัง​ห้อง​ชั้น​ใน เอา​เท้า​ใส่​ขื่อ​แน่น​หนา

[25] แต่​ใน​เวลา​ประ‌มาณ​เที่ยง‍คืน ขณะ​เปา‌โล​กับ​สิ‌ลาส​กำ‌ลัง​อธิษ‌ฐาน​และ​ร้อง‍เพลง​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​และ​นักโทษ​ทั้ง‍หลาย​ใน​คุก​กำ‌ลัง​ฟัง​อยู่

[26] ทัน‍ใด​นั้น เกิด​แผ่น‍ดิน​ไหว​อย่าง​รุน‍แรง​จน​ราก​คุก​สะเทือน‍สะท้าน​และ​ประตู​คุก​เปิด​หมด​ทุก​บาน เครื่อง​จำ‍จอง​ก็​หลุด​จาก​พวก​เขา​ทุก‍คน

[27] เมื่อ​นาย​คุก​ตื่น​ขึ้น​เห็น​ประตู​คุก​เปิด​อยู่ คิด‍ว่า​พวก​นัก‍โทษ​หนี​ไป​หมด​แล้ว จึง​ชัก​ดาบ​ออก​มา​เพื่อ​ฆ่า​ตัว​ตาย

[28] แต่​เปา‌โล​ร้อง​เสียง‍ดัง​ว่า “อย่า​ทำ‍ร้าย​ตัว​เอง​เลย เพราะ​เรา​ยัง​อยู่​ที่​นี่​กัน​ทุก​คน”

[29] นาย‍คุก​จึง​สั่ง​ให้​จุด​ไฟ​มา แล้ว​วิ่ง​ไป​หมอบ​กราบ​ตัว​สั่น​ต่อ​หน้า​เปา‌โล​กับ​สิ‌ลาส

[30] แล้ว​พา​ท่าน​ทั้ง​สอง​ออก​มา​กล่าว​ว่า “ข้า​แต่​ท่าน ข้าพ‌เจ้า​ต้อง​ทำ​อย่าง‍ไร​จึง​จะ​ได้​รับ​ความ​รอด?”

[31] เปา‌โล​กับ​สิ‌ลาส​จึง​กล่าว​ว่า “จง​วางใจ​ใน​พระ‍เยซู​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า แล้ว​ท่าน​และ​ครอบ‍ครัว​จะ​ได้​รับ​ความ‍รอด”

[32] ท่าน​ทั้ง​สอง​จึง​กล่าว​สั่ง‍สอน​พระ‍วจนะ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​ให้​นาย​คุก​และ​คน​ทั้ง‍ปวง​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เขา​ฟัง

[33] ใน​ชั่ว‍โมง​เดียว​กัน​ของ​คืน​นั้น​เอง นาย‍คุก​พา​เปา‌โล​กับ​สิ‌ลาส​ไป​ล้าง‍แผล​ที่​ถูก​เฆี่ยน และ​นาย‍คุก​ก็​รับ​บัพ‌ติศ‌มา​ทัน‍ที​พร้อม​กับ​ทุก​คน​ใน​ครัว‍เรือน​ของ​เขา

[34] แล้ว​พา​ท่าน​ทั้ง​สอง​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เขา​และ​จัด​อาหาร​เลี้ยง ทั้ง​ตัว​เขา​และ​ครัว‍เรือน​ต่าง​ปลื้ม​ปีติ​เพราะ​เขา ​ได้​เชื่อ​ถือ​พระ‍เจ้า​แล้ว

[35] เมื่อ​ถึง​ตอน​เช้า พวก​ผู้‍ว่า​การ‍เมือง​จึง​ใช้​พวก​เจ้า​หน้า‍ที่​ไป สั่ง​ว่า “จง​ปล่อย​สอง​คน​นั้น​เสีย”

[36] นาย‍คุก​จึง​บอก​เปา‌โล​ว่า “พวก​ผู้‍ว่า​การ‍เมือง​ใช้​คน​มา​บอก​ให้​ปล่อย​ท่าน​ทั้ง​สอง เพราะ​ฉะนั้น​ขอ​เชิญ​ท่าน​ออก​มา​และ​ไป​ด้วย​สันติ​สุข​เถิด”

[37] แต่​เปา‌โล​กล่าว​ว่า “พวก​เขา​เฆี่ยน​เรา​ที่​เป็น​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน​ต่อ‍หน้า​คน​ทั้ง‍หลาย​ก่อน​ตัด‍สิน​ความ และ​ยัง​ขัง​เรา​ไว้​ใน​คุก แล้ว​ตอน​นี้​พวก​เขา​จะ​ไล่​เรา​ออก​ไป​อย่าง‍ลับๆ หรือ? ทำ​อย่าง‍นั้น​ไม่​ได้ ให้​พวก​เขา​มา​พา​เรา​ออก​ไป​เอง​เถิด”

[38] พวก​เจ้า​หน้า​ที่​จึง​นำ​ถ้อย‍คำ​นี้​ไป​แจ้ง​กับ​พวก​ผู้‍ว่า​การ‍เมือง เมื่อ​พวก​ผู้‍ว่า​การ‍เมือง​ได้​ยิน​ว่า​ท่าน​ทั้งสอง​เป็น​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน​ก็​ตกใจ

[39] พวก​เขา​จึง​มา​ประนี​ประ‌นอม​กับ​ท่าน เมื่อ​พา​ออก​ไป​แล้ว​จึง​ขอ​ให้​ท่าน​ออก​จาก​เมือง

[40] ท่าน​ทั้ง​สอง​จึง​ออก​จาก​คุก แล้ว​ไป​เยี่ยม​นาง​ลิ‌เดีย เมื่อ​พบ​พี่‍น้อง​ก็​พูด‍จา​หนุน‍ใจ​พวก​เขา​แล้ว​ลา​ไป

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters