[1] กำนั้นมีคนนักเป๋นปันๆ คนมาจุมนุมยัดกั๋นอยู่ พระเยซูอู้กับหมู่สาวกของพระองค์ก่อนว่า “ต้านตังหลายจงหละวังเจื๊อฟูของหมู่ฟาริสี คือความหน้าซื่อใจ๋ก๊ด
[2] แต่กู้อย่างตี้ปิดบังซุกไว้จะเปิดหื้อหัน ตึงตี้เป๋นความลับกู้อย่างจะถูกเปิดเผยออกมาหมดหลึ้ง
[3] ย้อนจาอั้นกู้สิ่งตี้ต้านอู้ในตี้มืด คนจะได้ยินในตี้แจ้ง กับสิ่งตี้ต้านซูบซาบตี้หูในห้องส่วนตั๋ว จะมีคนเอิ้นบอกบนดาดฟ้าหลังคาตึก
[4] “เปื้อนของเฮาเหย เฮาขอบอกต้านตังหลายว่าบ่ต้องกั๋วคนตี้ฆ่าได้ก้าตั๋ว แล้วเมื่อลูนมาก็เยียะอะหยังต้านแหมบ่ได้
[5] แต่เฮาจะเตื๋อนหื้อฮู้ก่อนว่าสมควรจะกั๋วใผ หื้อกั๋วพระเจ้าผู้ตี้ฆ่าต้านได้ แล้วยังมีฤทธิ์อำนาจจะเอาโจ้งลงหม้อหน้าฮกได้แหม หื้อกั๋วพระองค์นั้นละ
[6] นกจอกห้าตั๋วเปิ้นขายกั๋นสองบาทบ่ใจ้กา แม้นกตั๋วเดียวพระเจ้าก็บ่ลืม
[7] ขนาดผมของต้านมีกี่เส้น พระเจ้าก็นับไว้หมดแล้ว ย้อนจาอี้บ่ต้องกั๋วเน่อ หมู่ต้านมีก้านักเหลือนกจอกหลายตั๋วแหมก่อน
[8] “เฮาบอกหมู่ต้านว่า คนใดตี้ยอมฮับเฮาต่อหน้าคนในโลกนี้ บุตรมนุษย์ก็จะยอมฮับเขาต่อหน้าหมู่ทูตสวรรค์ของพระเจ้า
[9] แต่คนใดตี้บ่ยอมฮับเฮาต่อหน้าคนในโลกนี้ เฮาก็จะบ่ยอมฮับเขาต่อหน้าหมู่ทูตสวรรค์ของพระเจ้าเหมือนกั๋น
[10] พระเจ้ายังจะยกโต้ษหื้อกับคนตี้ด่าบุตรมนุษย์ได้ แต่จะยกโต้ษหื้อคนตี้อู้หมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์ตึงบ่ได้
[11] “เมื่อหมู่ต้านถูกปาไปตัดสินโต้ษในธรรมศาลา กาว่าต่อหน้าเจ้าเมืองกาว่าผู้มีอำนาจตัดสิน บ่ต้องฮ้อนอกตกใจ๋ว่าจะตอบจาใดจะอู้จาใด
[12] ย้อนว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะสอนต้านว่า ควรจะอู้จาใดในเวลานั้น”
[13] มีคนนึ่งในหมู่คนตี้มาหั้นบอกพระเยซูว่า “อาจ๋ารย์ ขอสั่งหื้ออ้ายแบ่งมรดกหื้อข้าพเจ้ากำเต๊อะ”
[14] แต่พระเยซูอู้กับเขาว่า “ใผได้ตั้งเฮาเป๋นผู้ตัดสินความ กาว่าเป๋นคนแบ่งมรดกหื้อต้านกา”
[15] แล้วพระองค์ก็อู้กับคนตังหลายว่า “จงหละวังหื้อละเว้นก๋านโลภตึงหมดเหีย ย้อนว่าจีวิตของคนเฮาบ่ได้ขึ้นอยู่กับก๋านมีสิ่งของนักๆ”
[16] พระองค์อู้กำเผียบข้อนึ่งหื้อหมู่เขาฟังว่า “มีเศรษฐีคนนึ่ง นาของเขาได้ข้าวนักขนาด
[17] เขากึ๊ดในใจ๋ว่า ‘เฮาจะเยียะจาใดดีหา ย้อนว่าเฮาบ่มีตี้ตี้จะใส่ข้าวจ๋นหมดจ๋นเสี้ยงได้’
[18] เขากึ๊ดว่า ‘เฮาจะเตหลองข้าวเก่านั้น แล้วแป๋งแหมใหม่หื้อใหญ่ๆ แล้วเก็บข้าวกับทรัพย์สมบัติไว้ในหลองใหม่จ๋นหมด
[19] แล้วเฮาจะบอกกับตั๋วเก่าว่า “เฮามีข้าวของนักอยู่ได้แหมหลายปี๋ หื้ออยู่สบายๆ กิ๋นดื่มม่วนงันเต๊อะ” ’
[20] “แต่พระเจ้าบอกกับเขาว่า ‘เออ คนง่าว คืนนี้เจ้าจะต๋ายแล้ว ของตี้สะสมไว้นั้นจะเป๋นของใผ’
[21] “คนตี้สะสมทรัพย์สมบัติไว้หื้อตั๋วเก่า แต่บ่ได้ร่ำรวยในสิ่งดีในสายต๋าพระเจ้าก็เป๋นจาอั้นละ”
[22] พระเยซูอู้กับหมู่สาวกของพระองค์ว่า “ย้อนจาอั้นบ่ถ้าฮ้อนใจ๋จี้วี้จ้อหว้อเกี่ยวกับจีวิตว่า จะเอาอะหยังมากิ๋น กาว่าเป๋นห่วงเรื่องของตั๋วว่า จะเซาะหาเสื้อผ้าตี้ไหนมานุ่ง
[23] ย้อนว่าจีวิตสำคัญนักเหลือของกิ๋น กับตั๋วของคนเฮาก็สำคัญนักเหลือผ้านุ่ง
[24] ลองผ่อหมู่นกก๋าลอว่า บ่ได้หว่าน บ่ได้เก็บเกี่ยว บ่ได้เอาข้าวไว้ในหลอง แต่พระเจ้าเป๋นผู้เลี้ยงนกหมู่นั้นไว้ หมู่ต้านมีก้านักเหลือนกหมู่นั้นแหมก่อน
[25] ในหมู่ต้าน มีใผพ่องตี้ฮ้อนใจ๋แล้วต่อจีวิตตั๋วเก่าหื้อยาวออกไปแหมสักหน้อยนึ่งได้
[26] ย้อนจาอั้น แม้สิ่งหน้อยๆ จาอี้ยังเยียะบ่ได้ จะฮ้อนอกตกใจ๋เรื่องอื่นๆ เยียะหยัง
[27] “ลองผ่อดอกไม้ลอ มันงอกงามขึ้นมาได้จาใด มันบ่ได้เยียะก๋าน มันบ่ปั่นฝ้ายแป๋งเสื้อนุ่ง แต่เฮาบอกหื้อฮู้ว่า ขนาดกษัตริย์ซาโลมอนตี้นับว่าร่ำรวยนักขนาด ก็ยังใส่เสื้อผ้าบ่งามเต้าดอกไม้หมู่นี้สักดอกเดียว
[28] ถ้าพระเจ้าแต่งหย้องดอกหญ้าต๋ำโต้งต๋ำนา เซิ่งมีจีวิตอยู่ได้วันนี้วันเดียว ตกแหมวันก็จะถูกก๋ำปือเข้าก๋องไฟจาอั้น แล้ว พระองค์ก็จะแต่งหย้องหมู่ต้านนักเหลือนั้นแหม โอ หมู่ต้านมีความเจื้อหน้อยแต๊ๆ
[29] ต้านก็บ่ถ้าฮ้อนใจ๋ว่าจะเอาอะหยังมากิ๋นมาดื่ม
[30] ย้อนว่าคนตี้บ่ฮู้จักพระเจ้าใคว่โลกเซาะหาสิ่งหมู่นี้ แต่พระบิดาของต้านตังหลายฮู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งหมู่นี้จ๋ำเป๋นสำหรับต้าน
[31] แต่หื้อต้านเซาะหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อน แล้วพระเจ้าจะเตื่อมแถ้งสิ่งตี้จ๋ำเป๋นหมู่นี้กับหมู่ต้าน
[32] “หมู่แกะหน้อยๆ เหย บ่ถ้ากั๋วเน่อ พระบิดาของหมู่ต้านปอใจ๋ตี้จะหื้อหมู่ต้านอยู่ในแผ่นดินของพระองค์
[33] ต้านตังหลายจงขายของตี้มีอยู่ แล้วแจกหื้อคนตุ๊ก หื้อแป๋งถงสตางค์ตี้บ่มีวันปุด คือมีทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ตี้บ่ฮู้จักหมด ตี้ขโมยก็บ่เข้ามาใก้ แมงก็บ่มาขบกิ๋น
[34] ย้อนว่าทรัพย์สมบัติของต้านอยู่ตี้ไหน จิตใจ๋ของต้านก็อยู่ตี้หั้น
[35] “ต้านตังหลายต้องแต่งตั๋วหื้อพร้อมตี้จะฮับใจ๊ กับหื้อโกมไฟของต้านแจ้งอยู่
[36] หื้อเป๋นเหมือนคนฮับใจ๊ ตี้ถ้าต้อนฮับนายของตั๋ว เมื่อนายปิ๊กจากงานแต่งงานมาแผวบ้าน แล้วเมื่อนายมาฮ้องหน้าปะตู๋ หมู่เขาก็จะไขหื้อบ่าเดี่ยวนั้นได้เลย
[37] คนฮับใจ๊ตี้นายมาปะว่าก่ำลังรอถ้าอยู่ก็เป๋นสุข เฮาบอกความจริงแก่ต้านตังหลายว่า นายจะแต่งตั๋วเป๋นคนฮับใจ๊ แล้วหื้อคนฮับใจ๊นั่งกิ๋นข้าว นายจะยกข้าวมาหื้อกิ๋น
[38] ถ้านายปิ๊กมาปะว่าคนฮับใจ๊ยังรอถ้าอยู่ หมู่เขาก็จะเป๋นสุข แม้ว่าจะเป๋นเวลาเตี้ยงคืน กาว่าใก้แจ้งแล้วก็ต๋าม
[39] หื้อจ๋ำไว้ว่า ถ้าเจ้าของบ้านฮู้ตั๋วว่าขโมยจะลักเข้ามาเวลาใด เขาก็จะแนหละวังบ่หื้อขโมยงัดเข้ามาในบ้านได้แน่ๆ
[40] ต้านตังหลายจงเกียมตั๋วไว้หื้อพร้อม ย้อนว่าบุตรมนุษย์จะมาในเวลาตี้หมู่ต้านกึ๊ดบ่เถิง”
[41] เปโตรถามพระเยซูว่า “อาจ๋ารย์อู้กำเผียบนั้นหื้อหมู่เฮาฟังกา กาว่าอู้หื้อคนอื่นฟัง”
[42] พระองค์ตอบว่า “ใผเป๋นป้อบ้านตี้ซื่อสัตย์ กับหลวก ตี้เจ้านายมอบหน้าตี้หื้อเป๋นหัวหน้าคนฮับใจ๊คนอื่นๆ เปื้อแจกของกิ๋นต๋ามเวลา
[43] เมื่อเจ้านายปิ๊กมาหันเขายังเยียะก๋านอยู่อย่างดี ป้อบ้านคนนั้นก็เป๋นสุข
[44] เฮาบอกความจริงแก่ต้านตังหลายว่า เจ้านายจะตั้งหื้อเขาผ่อกอยกู้อย่างตี้เป๋นของเปิ้น
[45] แต่ถ้าป้อบ้านคนนั้นกึ๊ดในใจ๋ว่า ‘แหมเมินอยู่กว่าเจ้านายจะปิ๊กมา’ แล้วตั้งเก๊าบุบตี๋คนฮับใจ๊จายญิงกับตึงกิ๋นตึงดื่มจ๋นเมาแล้ว
[46] เจ้านายของเขาก็จะปิ๊กมาในวันเวลาตี้เขาบ่ฮู้กับบ่ตันฮู้คิง แล้วก็จะลงโต้ษเขาอย่างหนัก ตึงไล่หื้อไปอยู่ตวยหมู่คนตี้บ่เจื้อ
[47] คนฮับใจ๊ตี้ฮู้ใจ๋นาย แล้วบ่ได้เกียมตั๋วเยียะก๋านต๋ามใจ๋นาย จะต้องถูกเฆี่ยนหนัก
[48] แต่คนตี้บ่ฮู้ แล้วเยียะในสิ่งตี้สมควรจะถูกเฆี่ยน ก็จะถูกเฆี่ยนหน้อย ใผได้ฮับนัก ก็จะต้องหื้อนัก ใผได้ฮับความไว้วางใจ๋นักก็จะต้องฮับผิดชอบนัก
[49] “เฮามาเปื้อจะหื้อไฟแห่งก๋านตัดสินเกิดขึ้นในโลก เฮาก็ใค่หื้อไฟนั้นลุก
[50] เฮาต้องฮับความตุ๊กขนาด เฮาก็ตุ๊กใจ๋จ๋นกว่าจะสำเร็จ
[51] ต้านตังหลายกึ๊ดว่าเฮามาเปื้อจะหื้อเกิดความสงบสุขในโลกนี้กา บ่ใจ้จาอั้นเน่อ แต่มาเปื้อหื้อเกิดก๋านแตกแยกกั๋น
[52] ตั้งแต่นี้ไปเฮือนใดตี้มีห้าคนก็จะแตกแยกกั๋น เป๋นหมู่นึ่งสามคนกับแหมหมู่สองคนตี้ต่อต้านกั๋น
[53] ป้อกับลูกบ่าวจะแตกแยกกั๋น แม่กับลูกสาวจะแตกแยกกั๋น แม่ผัวกับลูกใป๊จะแตกแยกกั๋น”
[54] พระเยซูอู้กับคนตังหลายแหมว่า “เมื่อต้านตังหลายหันเมฆดำบนต๊องฟ้าตังวันตก ต้านก็อู้ตันทีว่า ‘ฝนจะตกแล้ว’ ก็เป๋นจาอั้นแต๊
[55] เมื่อต้านหันลมปั๊ดมาตังใต้ ต้านก็ว่า ‘จะฮ้อนขนาด’ แล้วก็เป๋นจาอั้นแต๊
[56] เออ คนหน้าซื่อใจ๋ก๊ด ต้านตังหลายฮู้จักตี๋ความหมายของสิ่งตี้เกิดขึ้นบนแผ่นดินกับต๊องฟ้า แต่เป๋นจาใดต้านตี๋ความหมายสิ่งตี้พระเจ้าก่ำลังเยียะอยู่ในสมัยนี้บ่ได้
[57] “เป๋นจาใดต้านตังหลายบ่ตัดสินเอาคนเดียวว่า อะหยังเป๋นสิ่งตี้ถูก
[58] ถ้าต้านก่ำลังเตียวไปศาลกับคนตี้จะฟ้องต้าน หื้ออุตส่าห์หาตางตี้จะตกลงกั๋นได้เมื่อยังบ่ตันไปเถิงศาลเตื้อ กั๋วว่าเขาจะบังคับต้านไปหาผู้พิพากษา ผู้พิพากษาก็จะส่งต่อหื้อนายกุมคอก นายกุมคอกก็จะเอาต้านไปขังคอกไว้เหีย
[59] เฮาบอกต้านว่า ต้านจะออกจากคอกตึงบ่ได้ จ๋นกว่าจะจ่ายก้าปรับจ๋นครบกู้บาทกู้สตางค์ก่อน”