Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:45

[1] “เพราะ​ว่า​แผ่น‍ดิน​สวรรค์​เป็น​เหมือน​เจ้าของ​สวน​คน​หนึ่ง ที่​ออก​ไป​จ้าง​คน‍งาน​เพื่อ​สวน​องุ่น​ของ​ตน​ตั้ง​แต่​เวลา​เช้า‍ตรู่

[2] เมื่อ​ตก‍ลง​กับ​คน‍งาน​วัน​ละ​เด‌นา‌ริ‌อัน ​แล้ว ก็​ใช้​ให้​ไป​ทำ‍งาน​ใน​สวน​องุ่น

[3] พอ​เวลา​ประ‍มาณ​เก้า​โมง เจ้า‍ของ​สวน​ก็​ออก​ไป​อีก เห็น​บาง​คน​ยืน​อยู่​ว่างๆ กลาง​ตลาด

[4] จึง​พูด​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า ‘พวก​ท่าน​ก็​ไป​ทำ‍งาน​ใน​สวน​องุ่น​ด้วย​เถิด เรา​จะ​ให้​ค่า‍จ้าง​แก่​ท่าน​ตาม​สม‍ควร’ แล้ว​พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ไป

[5] พอ​เวลา​เที่ยง​และ​เวลา​บ่าย​สาม​โมง เจ้า‍ของ​สวน​ก็​ออก​ไป​อีก และ​ทำ​เหมือน​เดิม

[6] ประมาณ​ห้า​โมง​เย็น​ก็​ออก​ไป​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​และ​พบ​อีก​พวก​หนึ่ง​ยืน​อยู่ จึง​พูด​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า ‘พวก​ท่าน​ยืน​อยู่​ว่างๆ ที่​นี่​ทั้ง​วัน​ทำ‍ไม?’

[7] เขา​ทั้ง‍หลาย​ตอบ​ว่า ‘เพราะ​ว่า​ไม่​มี​ใคร​จ้าง​เรา’ เจ้า‍ของ​สวน​บอก​ว่า ‘ท่าน​ก็​จง​ไป​ทำ​งาน​ใน​สวน​องุ่น​ด้วย​เถิด’

[8] เมื่อ​ถึง​เวลา​พลบ‍ค่ำ เจ้าของ​สวน​สั่ง​ผู้​จัด​การ​ว่า ‘ไป​เรียก​พวก​คน‍งาน​มา แล้ว​ให้​ค่า‍จ้าง​แก่​พวก​เขา เริ่ม​จาก​พวก​สุด‍ท้าย​จน​ถึง​พวก​แรก’

[9] พวก​ที่​มา​ทำ‍งาน​เวลา​ประ‌มาณ​ห้า​โมง​เย็น​นั้น​ได้​ค่า‍จ้าง​คน​ละ​หนึ่ง​เด‌นา‌ริ‌อัน

[10] พวก​แรก​จึง​คิด​ว่า​เขา​จะ​ได้​มาก​กว่า​นั้น แต่​ก็​ได้​คน​ละ​หนึ่ง​เด‌นา‌ริ‌อัน​เหมือน​กัน

[11] เมื่อ​พวก​เขา​รับ​เงิน​แล้ว​ก็​บ่น​ต่อ‍ว่า​เจ้า‍ของ​สวน

[12] ว่า ‘พวก​สุด‍ท้าย​ทำ‍งาน​แค่​ชั่ว‍โมง​เดียว แต่​ท่าน​กลับ​ให้​ค่า‍จ้าง​พวก​เขา​เท่า​กับ​เรา​ที่​ทำ‍งาน​ตราก‍ตรำ​กลาง​แดด​ตลอด​วัน’

[13] เจ้า‍ของ​สวน​ก็​ตอบ​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย เรา​ไม่‍ได้​โกง​ท่าน​เลย ท่าน​ตก‍ลง​กับ​เรา​วัน​ละ​หนึ่ง​เด‌นา‌ริ‌อัน​ไม่‍ใช่​หรือ?

[14] รับ​ค่า‍จ้าง​ของ​ท่าน​ไป​เถิด เรา​ต้อง‍การ​จะ​ให้​กับ​คน​สุด‍ท้าย​นี้​เท่า​กับ​ท่าน

[15] เรา​จะ​ใช้​เงิน​ทอง​ของ​เรา​ตาม​ใจ​ตัว​เอง​ไม่​ได้​หรือ? ทำ‍ไม​ท่าน​อิจ‍ฉา​เมื่อ​เห็น​เรา​ใจ‍ดี?’

[16] อย่าง​นั้น​แหละ คน​ที่​เป็น​คน​สุด‍ท้าย​จะ​กลับ​เป็น​คน‍แรก และ​คน​ที่​เป็น​คน‍แรก​จะ​กลับ​เป็น​คน​สุด‍ท้าย”

[17] ขณะ​พระ‍เยซู​กำ‌ลัง​เสด็จ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู‌ซาเล็ม พระ‍องค์​ทรง​พา​สา‌วก​สิบ‍สอง​คน​ไป​กัน​ตาม​ลำ‍พัง​และ​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ตาม​ทาง​ว่า

[18] “ฟัง‍นะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู‌ซาเล็ม และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ธรร‍มาจารย์ และ​พวก​เขา​จะ​ลง​โทษ​ท่าน​ถึง​ตาย

[19] ทั้ง​จะ​มอบ​ตัว​ท่าน​ไว้​กับ​พวก​ต่าง​ชาติ​เพื่อ​ให้​เยาะ‍เย้ย เฆี่ยน​ตี​และ​ตรึง​ไว้​ที่​กาง‍เขน และ​วัน​ที่​สาม​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่”

[20] ขณะ​นั้น​มารดา​ของ​บุตร​ทั้ง‍สอง​ของ​เศ‌เบ‌ดี มา​เฝ้า​พระ‍องค์​พร้อม​กับ​บุตร นาง​กราบ​และ​ทูล​ขอ​สิ่ง​หนึ่ง​จาก​พระ‍องค์

[21] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ถาม​นาง​ว่า “ท่าน​ปรารถ‌นา​อะไร?” นาง​ทูล​ว่า “ขอ​พระ‍องค์​รับ‍สั่ง​ตั้ง​บุตร​ทั้ง​สอง​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ให้​นั่ง​เบื้อง​ขวา​พระ‍หัตถ์​คน​หนึ่ง และ​เบื้อง​ซ้าย​คน​หนึ่ง​ใน​ราช‌อา‌ณา‌จักร​ของ​พระ‍องค์”

[22] แต่​พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​เข้า‍ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​ขอ​นั้น ถ้วย​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​นั้น​ท่าน​จะ​ดื่ม​ได้​หรือ?” พวก​เขา​ทูล​ว่า “ได้​พระ‍เจ้าข้า”

[23] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “พวก​ท่าน​จะ​ดื่ม​ถ้วย​ของ​เรา​แน่ แต่​การ​ที่​จะ​ให้​นั่ง​ข้าง‍ขวา​และ​ข้าง​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น​ไม่‍ใช่​เรา​เป็น​ผู้​ให้ แต่​จะ​ให้​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​พระ​บิดา​ของ​เรา​ทรง​เตรียม​ไว้”

[24] เมื่อ​สา‌วก​สิบ​คน​นั้น​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​โกรธ​พี่น้อง​สอง​คน​นั้น

[25] พระ‍เยซู​ทรง​เรียก​พวก​เขา​มา​ตรัส​ว่า “พวก​ท่าน​รู้​อยู่​ว่า​บรรดา​ผู้​ครอบ​ครอง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ ย่อม​เป็น​เจ้า‍นาย​อยู่​เหนือ​พวก​เขา และ​พวก​ที่​เป็น​ใหญ่​ก็​ใช้​อำ‌นาจ​บัง‍คับ​เขา

[26] ใน​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น แต่​ถ้า​มี​ใคร​ต้อง​การ​เป็น​ใหญ่​ใน​พวก​ท่าน คน‍นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​ปรน‍นิบัติ​ของ​ท่าน

[27] และ​ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​นาย คน‍นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​พวก​ท่าน

[28] เหมือน​บุตร‍มนุษย์​ที่​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรน‌นิบัติ แต่​มา​เพื่อ​ปรน‌นิบัติ​คน​อื่น และ​ให้​ชีวิต​ของ​ท่าน​เป็น​ค่าไถ่​คน​จำนวน​มาก”

[29] เมื่อ​พระ‍องค์​กับ​พวก​สา‌วก​กำ‌ลัง​ออก​ไป​จาก​เมือง​เย‌รีโค มี​มหา‍ชน​ติด​ตาม​พระ‍องค์​ไป

[30] และ​มี​คน​ตา‍บอด​สอง‍คน​นั่ง​อยู่​ริม​หน‍ทาง เมื่อ​ได้​ยิน​ว่า​พระ‍เยซู​เสด็จ​มา จึง​ร้อง​ว่า “[องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า] ​ผู้​ทรง​เป็น​บุตร‍ดา‌วิด​เจ้า‍ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​พวก​ข้า​พระ‍องค์​เถิด”

[31] ฝูง‍ชน​ก็​ห้าม​เขา​ทั้ง​สอง​และ​ให้​นิ่ง​เสีย แต่​เขา​ยิ่ง​ร้อง​ขึ้น​อีก​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ผู้​ทรง​เป็น​บุตร‍ดา‌วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​พวก​ข้า​พระ‍องค์​เถิด”

[32] พระ‍เยซู​ทรง​หยุด​ยืน​อยู่ ทรง​เรียก​เขา​มา​และ​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง​สอง​ต้อง‍การ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​เพื่อ​ท่าน”

[33] เขา​ทั้ง​สอง​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​ให้​นัยน์‍ตา​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ทั้ง​สอง​หาย​บอด”

[34] พระ‍เยซู​ทรง​แตะ‍ต้อง​นัยน์‍ตา​ของ​เขา​ทั้ง​สอง​ด้วย​พระ‍ทัย​สง‌สาร ใน​ทัน‍ใด​นั้น​เขา​ทั้ง‍สอง​ก็​มอง​เห็น และ​ติด‍ตาม​พระ‍องค์​ไป

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters