Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:18

[1] ใน​เวลา‍นั้น​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​มา​เฝ้า​พระ‍เยซู​ทูล​ว่า “ใคร​เป็น​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​แผ่น‍ดิน​สวรรค์?”

[2] พระ‍เยซู​จึง​ทรง​เรียก​เด็ก​เล็กๆ คน​หนึ่ง​มา และ​ให้​มา​ยืน​ท่าม‍กลาง​เขา​ทั้ง‍หลาย

[3] แล้ว​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ถ้า​พวก​ท่าน​ไม่​กลับใจ​และ​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ ก็จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​สวรรค์​ไม่​ได้​เลย

[4] เพราะ​ฉะนั้น ถ้า​ใคร​ถ่อม​จิต‍ใจ​ลง​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ คน‍นี้ คน​นั้น​จะ​เป็น​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​แผ่น‍ดิน​สวรรค์

[5] “และ​ถ้า​ใคร​จะ​ยอม​รับ​เด็ก​เล็กๆ อย่าง​นี้​สัก​คน​หนึ่ง​ใน​นาม​ของ​เรา คน‍นั้น​ก็​ยอม​รับ​เรา​ด้วย

[6] “แต่​ถ้า​ใคร​ทำ​ให้​ผู้​เล็ก‍น้อย​เหล่า​นี้​คน​หนึ่ง​ที่​วางใจ​ใน​เรา​หลง​ผิด​ไป เอา​หิน​โม่​ก้อน​ใหญ่​ผูก​คอ​คน​นั้น​แล้ว​ถ่วง​เขา​เสีย​ที่​ทะเล​ลึก​ก็​จะ​ดี​กว่า

[7] วิบัติ​แก่​โลกนี้​ที่​ทำ​ให้​มี​การ​หลง​ผิด การ​หลง​ผิด​ย่อม​จะ​ต้อง​มี แต่​วิบัติ​จง​มี​แก่​คน​ที่​ทำ​ให้​เกิด​การ​หลง​ผิด

[8] ถ้า​มือ​หรือ​เท้า​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หลง‍ผิด จง​ตัด​ทิ้ง​เสีย การ​เข้า​สู่​ชีวิต​นิรันดร์​ด้วย​มือ​และ​เท้า​ด้วน​หรือ​พิการ ยัง​ดี​กว่า​มี​สอง​มือ​สอง​เท้า แต่​ต้อง​ถูก​ทิ้ง​ใน​ไฟ​ซึ่ง​ไหม้​อยู่​เป็น​นิตย์

[9] ถ้า​ตา​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หลง‍ผิด จง​ควัก​ออก​ทิ้ง​เสีย การ​เข้า​สู่​ชีวิต​นิรันดร์​ด้วย​ตา​ข้าง​เดียว ยัง​ดี​กว่า​มี​สอง​ตา​แต่​ต้อง​ถูก​ทิ้ง​ใน​ไฟ​นรก

[10] “จง​ระวัง​ให้​ดี อย่า​ดู‍หมิ่น​ผู้​เล็ก‍น้อย​เหล่า​นี้​สัก​คน​หนึ่ง เพราะ​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ทูต‍สวรรค์​ของ​พวก​เขา​คอย​เฝ้า​อยู่​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​เสมอ

[12] พวก​ท่าน​คิด​อย่าง‍ไร? ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​แกะ​อยู่​ร้อย​ตัว และ​ตัว​หนึ่ง​หลง​ไป​จาก​ฝูง คน​นั้น​จะ​ไม่​ละ​แกะ​เก้า‍สิบ‍​เก้า​ตัว​ไว้​บน​ภูเขา แล้ว​ไป​เที่ยว​หา​ตัว​ที่​หลง​ไป​นั้น​หรือ?

[13] เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ถ้า​คน‍นั้น​พบ​มัน เขา​จะ​มี​ความ​เปรม‍ปรีดิ์​มาก​ยิ่ง‍กว่า​ที่​มี​แกะ​เก้า‍สิบ‍เก้า​ตัว​ที่​ไม่​ได้​หลง​ไป​นั้น

[14] พระ‍บิดา​ของ​พวก​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ก็​ทรง​เป็น​อย่าง​นั้น​แหละ พระ‍องค์ไม่​ทรง​ปรารถ‌นา​ให้​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​สัก​คน​หนึ่ง​พินาศ​ไป​เลย

[15] “หาก​พี่​น้อง​ของ​ท่าน​คน​หนึ่ง​ทำ​ผิด​ต่อ​ท่าน จง​ไป​หา​และ​ชี้​ความ​ผิด​ต่อ​เขา​สอง​ต่อ​สอง​เท่า​นั้น ถ้า​เขา​ฟัง​ท่าน ท่าน​จะ​ได้​พี่น้อง​คืน​มา

[16] แต่​ถ้า​เขา​ไม่​ฟัง​ท่าน จง​พา​อีก​คน​หนึ่ง​หรือ​สอง​คน​ไป​ด้วย เพื่อ​ให้​คำ​พูด​ทุก​คำ​ได้​รับ​การ​ยืนยัน​ด้วย​ปาก​ของ​สอง​สาม​คน ​เพื่อ​ทุก​คำ​จะ​เป็น​หลัก‍ฐาน​ได้

[17] ถ้า​เขา​ไม่​ฟัง​คน​เหล่า​นั้น จง​ไป​แจ้ง​ต่อ​คริสต‌จักร ถ้า​เขา​ยัง​ไม่​ฟัง​คริสต‍จักร​อีก ก็​ให้​ถือ​ว่า​เขา​เป็น​เหมือน​คน​ต่าง​ชาติ​หรือ​คน​เก็บ​ภาษี

[18] เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า สิ่ง​ใดๆ ที่​พวก​ท่าน​จะ​กล่าว​ห้าม​ใน​โลก สิ่ง​นั้นก็​จะ​ถูก​กล่าว​ห้าม​ใน​สวรรค์ และ​สิ่ง​ใดๆ ที่​พวก​ท่าน​จะ​กล่าว​อนุ‌ญาต​ใน​โลก สิ่ง‍นั้นก็​จะ​ได้​รับ​อนุ‌ญาต​ใน​สวรรค์

[19] เรา​บอก​พวก​ท่าน​อีก​ว่า ถ้า​พวก​ท่าน​สอง​คน​จะ​ร่วมใจ​กัน​ทูลขอ​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​ใน​โลก พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ก็​จะ​ทรง​ทำ​สิ่ง​นั้น​ให้

[20] เพราะ‍ว่า​มี​สอง​สาม​คน​ประ‌ชุม​กัน​ที่​ไหน​ใน​นาม​ของ​เรา เรา​จะ​อยู่​ท่าม‍กลาง​พวก​เขา​ที่​นั่น”

[21] ขณะ​นั้น​เป‌โตร​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ข้า​พระ‍องค์​ควร​ยก​โทษ​ให้​พี่​น้อง​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​ข้า​พระ‍องค์​สัก​กี่​ครั้ง? ถึง​เจ็ด​ครั้ง​เชียว​หรือ?”

[22] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​ไม่​ได้​บอก​ท่าน​ว่า​เจ็ด​ครั้ง​แต่​เจ็ด​สิบ​ครั้ง​คูณ​เจ็ด

[23] “เพราะ​เหตุ​นี้ แผ่น‍ดิน​สวรรค์​ก็​เปรียบ​เหมือน​เจ้า​องค์​หนึ่ง​ที่​มี​พระ​ประสงค์​จะ​คิด​บัญชี​กับ​บรร‌ดา​ทาส​ของ​ตน

[24] เมื่อ​ท่าน​ทรง​เริ่ม‍ต้น​คิด​บัญชี คน​หนึ่ง​ที่​เป็น‍หนี้​หนึ่ง‍หมื่น​ตะลันต์ ​ก็​ถูก​พา​มา​เข้า​เฝ้า

[25] ท่าน​จึง​มี​รับสั่ง​ให้​ขาย​ตัว​เขา​พร้อม​กับ​เมีย​และ​ลูก รวม​ทั้ง​บรร‌ดา​สิ่ง​ของ​ที่​เขา​มี​อยู่​นั้น​เพื่อ​เอา​มา​ใช้​หนี้ เพราะ​เขา​ไม่​มี​เงิน​ที่​จะ​ใช้​หนี้​นั้น

[26] ทาส​คน​นั้น​จึง​กราบ​ลง​วิง‍วอน​ว่า ‘ขอ​โปรด​ผัด​ไว้​ก่อน แล้ว​ข้า‍พระ‍องค์​จะ​ใช้​หนี้​ทั้งหมด’

[27] เจ้า​องค์​นั้น​ทรง​สง‌สาร จึง​ทรง​ปล่อย​ตัว​เขา​และ​ทรง​ยก​หนี้

[28] แต่​เมื่อ​ทาส​คน​นั้น​ออก​ไป​ก็​พบ​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​เพื่อน​ทาส​ด้วย​กัน ที่​เป็น​หนี้​เขา​อยู่​หนึ่ง​ร้อย​เด‌นา‌ริ‌อัน ​เขา​ก็​จับ​คน​นั้น​บีบ​คอ​บอก​ว่า ‘แก​ต้อง​ใช้​หนี้​ให้​ข้า’

[29] เพื่อน​ทาส​คน‍นั้น​จึง​กราบ‍ลง​อ้อน‍วอน​ว่า ‘ขอ​ผัด​ไว้​ก่อน​แล้ว​ข้า​จะ​ใช้​ให้’

[30] แต่​เขา​ไม่​ยอม จึง​นำ​ทาส​ลูก‍หนี้​นั้น​ไป​ขัง​คุก​ไว้​จน​กว่า​จะ​สามารถ​ใช้​หนี้​ได้

[31] พวก​เพื่อน​ทาส​เมื่อ​เห็น​เหตุ‍การณ์​เช่น​นั้น ก็​เป็น​ทุกข์​อย่าง​ยิ่ง และ​นำ​เหตุ‍การณ์​ทั้ง‍หมด​ไป​กราบ‍ทูล​เจ้า​องค์​นั้น

[32] ท่าน​จึง​เรียก​ทาส​นั้น​มา​ตรัส​ว่า ‘ไอ้ข้า​ชั่ว​ร้าย เรา​ยก‍หนี้​ให้​เอ็ง​ทั้ง​หมด ก็​เพราะ​เอ็ง​อ้อน‍วอน​เรา

[33] เอ็ง​ควร​จะ​เมต‍ตา​เพื่อน​ทาส​ด้วย​กัน เหมือน​เรา​เมต‍ตา​เอ็ง​ไม่​ใช่​หรือ?’

[34] แล้ว​เจ้า​องค์​นั้น​ก็​กริ้ว จึง​ทรง​มอบ​ทาส​คน​นั้น​ไว้​ให้​เจ้า‍หน้า‍ที่​ทร‌มาน​จน​กว่า​จะ​ใช้​หนี้​หมด

[35] พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ก็​จะ​ทรง​ทำ​ต่อ​พวก​ท่าน​อย่าง​นั้น ถ้า​พวก​ท่าน​แต่​ละ​คน​ไม่​ยอม​ยก‍โทษ​ให้​พี่‍น้อง​จาก​ใจ​ของ​พวก​ท่าน”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters