Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:59

[1] ใน​เวลา​นั้น พระ‍เยซู​เสด็จ​ไป​ใน​นา​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต และ​บรร‌ดา​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​หิว จึง​เด็ด​รวง‍ข้าว ​มา​กิน​แก้​หิว

[2] เมื่อ​พวก​ฟา‌ริสี​เห็น​เข้า จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ดู​ซิ พวก​สา‌วก​ของ​ท่าน​ทำ​สิ่ง​ที่​ต้อง​ห้าม​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต”

[3] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ยัง​ไม่​ได้​อ่าน​เรื่อง​ที่​ดา‌วิด​ได้​ทำ​เมื่อ​ท่าน​และ​พรรค‍พวก​หิว​หรือ?

[4] ท่าน​ได้​เข้า​ไป​ใน​พระ‍นิเวศ​ของ​พระ‍เจ้า รับ‍ประ‌ทาน​ขนม‍ปัง​เฉพาะ​พระ‍พักตร์ ซึ่ง​ท่าน​หรือ​พรรค‍พวก​ไม่‍มี​สิทธิ์​จะ​รับ‍ประ‌ทาน เป็น​สิทธิ์​ของ​พวก​ปุโร‌หิต​เท่า​นั้น

[5] พวก​ท่าน​ไม่‍ได้​อ่าน​ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​หรือ? ที่​ว่า​พวก​ปุโร‌หิต​ใน​พระ‍วิหาร​ย่อม​ละ‌เมิด​กฎ​วัน​สะ‌บา‌โต​แต่​ไม่‍มี​ความ​ผิด

[6] แต่​เรา​บอก​ท่าน​ว่า​ที่​เป็น​ใหญ่‍กว่า​พระ​วิหาร​อยู่​ที่​นี่

[7] ถ้า​พวก​ท่าน​เข้า‍ใจ​ความ​หมาย​ของ​พระ​คัม‌ภีร์ ที่​ว่า‘เรา​ประ‌สงค์​ความ​เมต‍ตา ไม่​ประ‌สงค์​เครื่อง​สัตว‌บูชา’ พวก​ท่าน​ก็​คงจะ​ไม่​ตัด‍สิน​ลง​โทษ​พวก​ที่​ไม่‍มี​ความ​ผิด

[8] เพราะ​ว่า​บุตร‍มนุษย์​เป็น​เจ้า‍นาย​เหนือ​วัน​สะ‌บา‌โต”

[9] แล้ว​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​จาก​ที่‍นั่น และ​ทรง​เข้า​ไป​ใน​ธรรม‍ศาลา​ของ​พวก​เขา

[10] ที่​นั่น​มี​คน​หนึ่ง​ที่​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ลีบ คน​ทั้ง‍หลาย​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “การ​รัก‌ษา​โรค​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต​นั้น​ต้อง​ห้าม​หรือ​ไม่?” เพื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​หา​เหตุ​ฟ้อง​พระ‍องค์​ได้

[11] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “ถ้า​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​มี​แกะ​ตัว​หนึ่ง และ​แกะ​ตัว​นั้น​ตก​บ่อ​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต คน​นั้น​ก็​จะ​ฉุด‍ลาก​แกะ​ตัว​นั้น​ขึ้น​มา​ไม่​ใช่​หรือ?

[12] มนุษย์​คน​หนึ่ง​ย่อม​ประ‌เสริฐ​ยิ่ง‍กว่า​แกะ​มาก​ที​เดียว เพราะ​ฉะนั้น​จึง​อนุ‌ญาต​ให้​ทำ​การ​ดี​ได้​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต”

[13] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​คน​มือ‍ลีบ​นั้น​ว่า “จง​เหยียด​มือ​ออก​เถิด” เขา​ก็​เหยียด​ออก และ​มือ​นั้น​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​เหมือน​มือ​อีก​ข้าง​หนึ่ง

[14] พวก​ฟา‌ริ‌สี​ก็​ออก​ไป​ปรึก‌ษา​กัน​ว่า จะ​ทำ​อย่างไร​จึง​จะ​ฆ่า​พระ‍องค์​ได้

[15] แต่​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ จึง​เสด็จ​ออก​ไป​จาก​ที่​นั่น และ​มหา​ชน​เดิน​ตาม​พระ‍องค์​ไป พระ‍องค์​ก็​ทรง​รัก‌ษา​เขา​ทั้ง‍หลาย​ให้​หาย​โรค​ทุก‍คน

[16] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​กำ‌ชับ​พวก​เขา​ไม่​ให้​แพร่ง‍พราย​ว่า พระ‍องค์​คือ​ใคร

[17] ทั้ง‍นี้​เพื่อ​จะ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​คำ​ของ​อิส‌ยาห์​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ ว่า

[18] “นี่แน่ะ ผู้​รับ‍ใช้​ของ​เรา​ซึ่ง​เรา​เลือก​สรร​ไว้ ที่‍รัก​ของ​เรา ผู้​ซึ่ง​เรา​โปรดปราน เรา​จะ​ให้​วิญ‌ญาณ​ของ​เรา​อยู่​กับ​ท่าน ท่าน​จะ​ประ‌กาศ​ความ​ยุติ‍ธรรม​กับ​บรร‌ดา​ประชา‍ชาติ

[19] ท่าน​จะ​ไม่​ทะเลาะ‍วิวาท​และ​ไม่​ร้อง​เสียงดัง ไม่‍มี​ใคร​จะ​ได้​ยิน​เสียง​ของ​ท่านตาม​ถนน

[20] ไม้อ้อ​ช้ำ​แล้ว​ท่าน​จะ​ไม่​หัก ไส้​ตะเกียง​เป็น​ควัน​จวน​ดับ​แล้ว​ท่าน​จะ​ไม่​ดับ จน​กว่า​ท่าน​จะ​นำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​สู่​ชัย‍ชนะ

[21] และ​บรร‌ดา​ประ‌ชา‍ชาติ​จะ​ฝาก​ความ‍หวัง​ไว้​กับ​ท่าน ”

[22] ขณะ​นั้น​เขา​พา​คน​ถูก​ผี​สิง​คน​หนึ่ง​ที่​ตา‍บอด​และ​เป็น​ใบ้​มา​หา​พระ‍องค์ พระ‍องค์​ทรง​รัก‌ษา​เขา​ให้​หาย คน​นั้น​ก็​พูด​ได้​และ​มอง​เห็น

[23] และ​ฝูงชน​ทั้ง‍หมด​ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ​ถาม​กัน​ว่า “คน‍นี้​ใช่​บุตร‍ดา‌วิด​ไหม?”

[24] แต่​เมื่อ​พวก​ฟา‌ริ‌สี​ได้​ยิน​ดัง​นั้น​ก็​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​ขับ‍ผี​ออก​ได้​ก็​เพราะ​ใช้​อำ‌นาจ​เบ‌เอล‌เซ‌บูล ​ผู้​เป็น​นาย​ผี​นั้น”

[25] พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ความ​คิด​ของ​พวก​เขา จึง​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “ราช‌อา‌ณา‍จักร​ใดๆ ซึ่ง​แตก​แยก​กัน​แล้ว ก็​คง​พินาศ เมือง​ใดๆ หรือ​บ้าน​ใดๆ ซึ่ง​แตก​แยก​กัน​แล้ว จะ​ตั้งอยู่​ไม่‍ได้

[26] และ​ถ้า​ซา‌ตาน​ขับ​ซา‌ตาน​ออก​มัน​ก็​แตก‍แยก​กัน​ใน​ตัว​มัน​เอง แล้ว​อา‌ณา‌จักร​ของ​มัน​จะ​ตั้ง‍อยู่​ได้​อย่าง‍ไร?

[27] และ​ถ้า​เรา​ขับ‍ผี​ออก​โดย​เบ‌เอล‌เซ‌บูล ลูก‍น้อง​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ขับ​มัน​ออก​โดย​อำ‌นาจ​ของ​ใคร​เล่า? เพราะ​เหตุ‍นี้​ลูก‍น้อง​ของ​ท่าน​เอง​จะ​เป็น​ผู้​กล่าว​โทษ​พวก​ท่าน

[28] แต่​ถ้า​เรา​ขับ‍ผี​ออก​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​ของ​พระ‍เจ้า แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​มา​ถึง​พวก​ท่าน​แล้ว

[29] หรือ​ใคร​จะ​สา‌มารถ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​คน​ที่​มี​กำ‌ลัง​มาก และ​ปล้น​เอา​ทรัพย์​ของ​เขา​ได้? เว้น​แต่​จะ​จับ​คน​ที่​มี​กำ‌ลัง​มาก​นั้น​มัด​ไว้​เสีย​ก่อน แล้ว​จึง​จะ​ปล้น‍ทรัพย์​ใน​บ้าน​นั้น​ได้

[30] ใคร​ไม่​อยู่​ฝ่าย​เรา​ก็​ต่อ​ต้าน​เรา และใคร​ไม่​รวบ‍รวม​ไว้​กับ​เรา ก็​ทำ​ให้​กระ‌จัด‍กระ‌จาย

[31] เพราะ​เหตุ‍นี้​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า บาป​และ​คำ​หมิ่น‍ประ‌มาท​ทุก​อย่าง​จะ​โปรด​อภัย​ให้​มนุษย์​ได้ เว้น​แต่​คำ​หมิ่น‍ประ‌มาท​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​จะ​โปรด​อภัย​ให้​มนุษย์​ไม่‍ได้

[32] ถ้า​ใคร​กล่าว‍ร้าย​บุตร‍มนุษย์ จะ​โปรด​อภัย​ให้​คน‍นั้น​ได้ แต่​ถ้า​ใคร​กล่าว​ร้าย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ จะ​โปรด​อภัย​ให้​คน‍นั้น​ไม่​ได้ ทั้ง​ยุค‍นี้​ยุค‍หน้า

[33] “จง​ทำ​ให้​ต้น‍ไม้​ดี​และ​ได้​ผล​ดี หรือ​ทำ​ให้​ต้น‍ไม้​เลว​และ​ได้​ผล​เลว เพราะ​ว่า​พวก​เรา​รู้จัก​ต้น​ด้วย​ผล​ของ​มัน

[34] โอ พวก​ชาติ​งู‍ร้าย ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เป็น​คน‍ชั่ว​แล้ว​จะ​พูด​ความ​ดี​ได้​อย่าง‍ไร? ด้วย​ว่า​ปาก​นั้น​พูด​สิ่ง​ที่​มา​จาก​ใจ

[35] คน‍ดี​ก็​เอา​ของ​ดี​มา​จาก​คลัง​แห่ง​ความ​ดี​ใน​ตัว​ของ​เขา คน‍ชั่ว​ก็​เอา​ของ​ชั่ว​มา​จาก​คลัง​แห่ง​ความ​ชั่ว​ใน​ตัว​ของ​เขา

[36] ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า คำ​ที่​ไม่​เป็น​สาระ​ทุก​คำ​ซึ่ง​มนุษย์​พูด​นั้น มนุษย์​จะ​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ถ้อย‍คำ​เหล่า​นั้น​ใน​วัน​พิพาก‌ษา

[37] เพราะ​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​พ้น​ผิด​หรือ​ถูก​ตัดสิน​ลงโทษ ก็​เพราะ​คำ​พูด​ของ​ท่าน”

[38] เวลา​นั้น​มี​บาง‍คน​ใน​พวก​ธรร‌มา‌จารย์ และ​พวก​ฟา‌ริ‌สี​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ เรา​อยาก​จะ​เห็น​หมาย‍สำ‌คัญ​จาก​ท่าน”

[39] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ตอบ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “คน​ใน​ยุค​ชั่ว‍ร้าย​และ​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ต่อ​พระ‍เจ้า​แสวง‍หา​หมาย‍สำ‌คัญ แต่​จะ​ไม่​ประ‌ทาน​หมาย​สำ‌คัญ​ให้ เว้น​ไว้​แต่​หมาย‍สำ‌คัญ​ของ​โย‌นาห์​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ

[40] เพราะ​ว่าโย‌นาห์​อยู่​ใน​ท้อง​ปลา​มหึมา​สาม​วัน สาม​คืน ​อย่าง​ไร บุตร‍มนุษย์​จะ​อยู่​ใน​ท้อง​แผ่น‍ดิน​สาม​วัน​สาม​คืน​อย่าง​นั้น

[41] ชาว​นี‌นะ‌เวห์​จะ​ลุก​ขึ้น​ใน​วัน​พิพาก‌ษา​พร้อม​กับ​คน​ใน​ยุค‍นี้ และ​กล่าว​โทษ​พวก​เขา เพราะ​ว่า​ชาว​นี‌นะ‌เวห์​กลับ‍ใจ​ใหม่​เพราะ​การ​ประ‌กาศ​ของ​โย‌นาห์ และ​ผู้​ที่​ใหญ่​กว่า​โย‌นาห์​ก็​อยู่​ที่‍นี่

[42] ราชิ‌นี​แห่ง​ทิศ​ใต้​จะ​ลุก​ขึ้น​ใน​วัน​พิพาก‌ษา​พร้อม​กับ​คน​ยุค‍นี้ และ​กล่าว​โทษ​พวก​เขา เพราะ‍ว่า​พระ‍นาง​นั้น​มา​จาก​ที่​สุด​ปลาย​แผ่น‍ดิน​โลก​เพื่อ​จะ​ฟัง​สติ‍ปัญ‌ญา​ของ​ซา‌โล‌มอน และ​ผู้​ที่​ใหญ่‍กว่า​ซา‌โล‌มอน​ก็​อยู่​ที่‍นี่

[43] “เมื่อ​ผี​โส‌โครก​ออก​มา​จาก​ใคร​แล้ว มัน​ก็​ท่อง‍เที่ยว​ไป​ใน​ที่​กัน‌ดาร​น้ำ​เพื่อ​แสวง‍หา​ที่​หยุด​พัก แต่​เมื่อ​ไม่​พบ

[44] มัน​จึง​กล่าว​ว่า ‘ข้า​จะ​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ข้า ที่​ข้า​จาก​มา​นั้น’ และ​เมื่อ​มา​ถึง​ก็​พบ​ว่า​บ้าน​นั้น​ว่าง ถูก​ปัด​กวาด​และ​จัด​เป็น​ระเบียบ

[45] มัน​จึง​ไป​พา​ผี​อื่น​อีก​เจ็ด​ตัว​ที่​ร้าย​กว่า​ตัว​มัน​เอง​เข้า​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ที่​นั่น แล้ว​ใน​ที่​สุด​คน‍นั้น​ก็​ตก​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​เลว​ร้าย​กว่า​ตอน‍แรก คน​ใน​ยุค​ชั่ว​ร้าย​นี้​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น”

[46] ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ยัง​ตรัส​กับ​ฝูง‍ชน​อยู่​นั้น มารดา​และ​บรร‌ดา​น้อง‍ชาย​ของ​พระ‍องค์​ยืน​อยู่​ข้าง‍นอก หา​โอ‌กาส​จะ​พูด​กับ​พระ‍องค์ [

[47] มี​คน​หนึ่ง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “นี่‍แน่ะ​ท่าน มารดา​และ​บรร‌ดา​น้อง‍ชาย​ของ​ท่าน​ยืน​อยู่​ข้าง‍นอก หา​โอ‌กาส​ที่​จะ​สน‌ทนา​กับ​ท่าน”]

[48] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​ผู้​ที่​มา​ทูล​นั้น​ว่า “ใคร​เป็น​มารดา​ของ​เรา? ใคร​เป็น​พี่‍น้อง​ของ​เรา?”

[49] พระ‍องค์​ทรง​ชี้​ไป​ทาง​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​และ​ตรัส​ว่า “นี่​เป็น​มารดา​และ​พี่‍น้อง​ของ​เรา

[50] เพราะ‍ว่า​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ทำ​ตาม​พระ‍ทัย​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ผู้​นั้น​แหละ​เป็น​พี่‍น้อง​ชาย‍หญิง​และ​มารดา​ของ​เรา”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters