Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:59

[1] ข้าพ‌เจ้า​พูด​ความ‍จริง​ใน​พระ‍คริสต์ ข้าพ‌เจ้า​ไม่‍ได้​โก‌หก มโน‌ธรรม​ของ​ข้าพ‌เจ้า​เป็น​พยาน​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ว่า

[2] ข้าพ‌เจ้า​มี​ความ​ทุกข์​หนัก​และ​ความ​เจ็บ​ร้อน​ใน​ใจ​เสมอ

[3] พร้อม​ที่​จะ​ถูก‍สาป และ​ถูก​ตัด​ขาด​จาก​พระ‍คริสต์​เพราะ​เห็น‍แก่​พี่‍น้อง​ของ​ข้าพ‌เจ้า คือ​เชื้อ‌ชาติ​ของ​ข้าพ‍เจ้า​ตาม​เนื้อ‍หนัง

[4] พวก​เขา​เป็น​คน​อิส‌รา‌เอล ได้​รับ​สิทธิ์​เป็น​บุตร​ของ​พระ‍เจ้า เห็น​พระ‍สิริ​ของ​พระ‍องค์ และ​เขา​ได้​รับ​บรร‌ดา​พันธ‌สัญ‌ญา ทั้ง​การ​ประ‌ทาน​ธรรม​บัญ‌ญัติ พิธี​นมัส‌การ​พระ‍เจ้า และ​พระ‍สัญ‌ญา​ต่างๆ

[5] ทั้ง​อัคร‌ปิตา​ก็​เป็น​ของ​พวก​เขา​ด้วย และ​พระ‍คริสต์​ก็​มา​จาก​เขา​ทาง​เนื้อ‍หนัง คือ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​รับ​การ​สรร‌เสริญ​ว่า​เป็น​พระ‌เจ้า​เหนือ​สาร‌พัด​เป็น​นิตย์ อาเมน

[6] แต่​ไม่‍ใช่​ว่า​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​ได้​ล้ม‍เหลว​ไป เพราะ‍ว่า​ไม่‍ใช่​ทุก‍คน​ที่​เกิด​มา​จาก​อิส‌รา‌เอล​นั้น เป็น​คน​อิส‌รา‌เอล​แท้

[7] และ​ไม่‍ใช่​ทุก‍คน​ที่​เป็น​ลูก​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​เป็น​เชื้อ‍สาย​แท้​ของ​ท่าน แต่​ว่าเขา​จะ​เรียก​เชื้อ‍สาย​ของ​ท่าน​ทาง​สาย​อิส‌อัค

[8] หมาย‍ความ​ว่า​คน​ที่​เป็น​ลูก​ของ​พระ‍เจ้า​นั้น​ไม่‍ใช่​ลูก​ของ​เนื้อ‍หนัง แต่​เป็น​ลูก​ของ​พระ‍สัญ‌ญา จึง​จะ​ถือ‍ว่า​เป็น​ผู้​สืบ​เชื้อ‍สาย​ได้

[9] เพราะ​พระ‍สัญ‌ญา​มี​ว่า​ดัง‍นี้“เรา​จะ​มา​ตาม​ฤดู​กาล และ​นาง​ซา‌ราห์​จะ​มี​บุตร​ชาย ”

[10] และ​ไม่‍ใช่​เท่า‍นั้น แต่​ว่า​นาง​เร‌เบ‌คาห์​ก็​ได้​มี​บุตร​สอง​คน ​จาก​สามี​คน​เดียว​คือ​อิส‌อัค​บรรพ‌บุรุษ​ของ​พวก​เรา

[11] แม้​ก่อน​บุตร​นั้น​เกิด​มา และ​ยัง​ไม่‍ได้​ทำ​ดี​หรือ​ชั่ว (เพื่อ​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​พระ‍เจ้า​ใน​การ​ทรง​เลือก​นั้น​จะ​ตั้ง​มั่น‍คง​อยู่

[12] ไม่​ใช่​ตาม​การ​ประ‌พฤติ แต่​ตาม​ซึ่ง​พระ‍องค์​ทรง​เรียก) พระ‍องค์​จึง​ตรัส​แก่​นาง​นั้น​ว่า“พี่​จะ​ปรน‌นิบัติ​น้อง ”

[13] ตาม​ที่​มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัม‌ภีร์​ว่า “ยา‌โคบ​นั้น​เรา​รัก แต่​เอ‌ซาว​เรา​ชัง”

[14] ถ้า​อย่าง‍นั้น เรา​จะ​ว่า​อย่าง‍ไร? พระ‍เจ้า​ไม่​ทรง​ยุติ‍ธรรม​หรือ? เปล่า​เลย

[15] เพราะ​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​โม‌เสส​ว่า “เรา​ประ‌สงค์​จะ​กรุณา​ใคร เรา​ก็​จะ​กรุณา​คน​นั้น และ​เรา​จะ​เมต‌ตา​ใคร เรา​ก็​จะ​เมต‌ตา​คน​นั้น”

[16] เพราะ​ฉะนั้น ทุก​สิ่ง​จึง​ไม่​ขึ้น​กับ​ความ​ตั้ง‍ใจ​หรือ​ความ​มานะ​ของ​มนุษย์ แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ‍เมต‌ตา​ของ​พระ‍เจ้า

[17] เพราะ​มี​ข้อ​พระ​คัม‌ภีร์​ที่​กล่าว​แก่​ฟา‌โรห์​ว่า“เพราะ​เหตุ‍นี้​เอง​เรา​จึง​ได้​ตั้ง​เจ้า​ขึ้น เพื่อ​เรา​จะ​สำ‌แดง​ฤทธา‌นุ‌ภาพ​ของ​เรา​ให้​ปรา‌กฏ​ทาง​ตัว​เจ้า และ​เพื่อ​ให้​นาม​ของ​เรา​ประ‌กาศ​ไป​ทั่ว​โลก”

[18] เพราะ​ฉะนั้น​พระ‍องค์​จะ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​ใคร ก็​จะ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​คน​นั้น และ​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ให้​ใคร​มี​ใจ​แข็ง‍กระ‌ด้าง ก็​จะ​ทรง​ให้​คน‍นั้น​มี​ใจ​แข็ง‍กระ‌ด้าง

[19] แล้ว​ท่าน​ก็​จะ​พูด​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ทำไม​พระ‍องค์​ยัง​ทรง​ติ‍เตียน? ใคร​จะ​ขัด‍ขืน​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​พระ‍องค์​ได้?”

[20] มนุษย์​เอ๋ย ท่าน​เป็น​ใคร​ที่​จะ​โต้‍ตอบ​กับ​พระ‍เจ้า? สิ่ง​ซึ่ง​ถูก​ปั้น​จะ​กล่าว​แก่​ผู้​ปั้น​ได้​หรือ​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​ปั้น​ข้าพ‌เจ้า​อย่าง‍นี้?”

[21] ส่วน​ช่าง​ปั้น‍หม้อ ไม่​มี​สิทธิ​เอา​ดิน​ก้อน​เดียว​กัน มา​ปั้น​เป็น​ภาชนะ​ที่​ใช้​ใน​โอ‌กาส​พิ‌เศษ ​อัน‍หนึ่ง และ​ทั่วๆ ไป ​อีก​อัน‍หนึ่ง​หรือ?

[22] เป็น​ไป​ได้​ไหม​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ประ‌สงค์​จะ​แสดง​พระ‍พิโรธ และ​ให้​ฤทธิ์‍เดช​ของ​พระ‍องค์​ปรา‌กฏ แต่​พระ‍องค์​ทรง​อด‍ทน​มาก​ต่อ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เป็น​ภาชนะ​แห่ง​พระ‍พิโรธ ซึ่ง​เตรียม​ไว้​สำ‌หรับ​ความ​พินาศ?

[23] เพื่อ​จะ​ได้​ทรง​ให้​ศักดิ์‍ศรี​อัน​อุดม​ของ​พระ‍องค์​ปรา‌กฏ​แก่​บรร‌ดา​ผู้​ที่​เป็น​ภา‌ชนะ​แห่ง​พระ‍เมต‌ตา ซึ่ง​พระ‍องค์​ได้​ทรง​จัด‍เตรียม​ไว้​ก่อน​ให้​สม‍กับ​ศักดิ์‍ศรี​นั้น?

[24] คือ​เรา​ที่​พระ‍องค์​ได้​ทรง​เรียก​มา​แล้ว ไม่​ใช่​จาก​พวก​ยิว​เท่า‍นั้น แต่​จาก​พวก​ต่าง​ชาติ​ด้วย

[25] ดัง​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​ไว้​ใน​พระ​คัม‌ภีร์​โฮ‌เช‌ยา​ว่า “เรา​จะ​เรียก​เขา​เหล่า​นั้น​ว่า​เป็น​ชน‍ชาติ​ของ​เรา ซึ่ง​เมื่อ‍ก่อน​เขา​ไม่​ได้​เป็น​ชน‍ชาติ​ของ​เรา และ​จะ​เรียก​เขา​ว่า​เป็น​ที่‍รัก ซึ่ง​เมื่อ‍ก่อน​เขา​ไม่​ได้​เป็น​ที่‍รัก

[26] และ​ใน​สถาน​ที่​ซึ่ง​ทรง‍กล่าว​แก่​เขา​ว่า ‘เจ้า​ทั้ง‍หลาย​ไม่‍ใช่​ชน‍ชาติ​ของ​เรา’ ใน​ที่​นั้น​เอง​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า บุตร​ของ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์​อยู่ ”

[27] และ​ท่าน​อิส‌ยาห์​ได้​ร้อง​ประ‌กาศ​เรื่อง​พวก​อิส‌รา‌เอล​ว่า“แม้​พวก​อิส‌รา‌เอล​จะ​ทวี​มาก​ขึ้น​เหมือน​เม็ด‍ทราย​ที่​ทะเล แต่​ผู้​ที่​จะ​รอด​นั้น​มี​น้อย

[28] เพราะ‍ว่า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า จะ​ทรง​ให้​เป็น​ไป​ตาม​พระ‍ดำ‌รัส​ของ​พระ‍องค์​โดย​เร็ว‍พลัน​บน​แผ่น‍ดิน​โลก”

[29] และ​ตาม​ที่​ท่าน​อิส‌ยาห์​ได้​กล่าว​ไว้​ก่อน​ว่า “ถ้า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​จอม‍ทัพ​ไม่​ได้​ทรง​เหลือ​พงศ์‍พันธุ์​ไว้​ให้​เรา​บ้าง เรา​ก็​จะ​เป็น​เหมือน​เมือง​โส‌โดม และ​เมือง​โก‌โม‌ราห์”

[30] ถ้า​อย่าง​นั้น เรา​จะ​ว่า​อย่าง‍ไร? จะ​ว่า​พวก​ต่าง​ชาติ​ที่​ไม่‍ได้​ใฝ่​หา​ความ​ชอบ‍ธรรม ก็​ยัง​ได้​รับ​ความ​ชอบ‍ธรรม คือ​ความ​ชอบ‍ธรรม​ที่​เกิด​ขึ้น​โดย​ความ​เชื่อ

[31] แต่​พวก​อิส‌รา‌เอล​ซึ่ง​ใฝ่​หา​ความ​ชอบ‍ธรรม​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ ก็​ยัง​ไม่‍ได้​บรรลุ​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นั้น

[32] เพราะ​อะไร? เพราะ​เขา​ไม่‍ได้​แสวง‍หา​โดย​ความ​เชื่อ แต่​แสวง‍หา​โดย​การ​ประ‌พฤติ เขา​สะดุด​ก้อน‍หิน​ที่​ให้​สะดุด​นั้น

[33] ดัง​ที่​มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัม‌ภีร์​ว่า “นี่แน่ะ เรา​วาง​ศิลา​ก้อน​หนึ่ง​ไว้​ใน​ศิโยน ที่​จะ​ทำ​ให้​สะดุด และ​หิน​ก้อน​หนึ่ง​ที่​จะ​ทำ​ให้​ล้ม แต่​ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​พระ‍องค์​จะ​ไม่‍ได้​รับ​ความ​อับ‍อาย”

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​ธรร‌มิก‌ชน​ใน​กรุง โรม — Chapters