Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 4:30

[1] ถ้า​อย่าง‍นั้น เรา​จะ​ว่า​อย่าง‍ไร​ใน​เรื่อง​อับ‌รา‌ฮัม​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ตาม​สาย​โล‌หิต

[2] ถ้า​อับ‌รา‌ฮัม​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ‍ธรรม​โดย​การ​ประ‌พฤติ ท่าน​ก็​มี​ทาง​ที่​จะ​อวด​ได้ แต่​ไม่ใช่​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า

[3] พระ​คัม‌ภีร์​ว่า​อย่าง‍ไร? ก็​ว่า“อับ‌รา‌ฮัม​เชื่อ​พระ‍เจ้า และ​พระ‍องค์​ทรง​ถือ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม ”

[4] ส่วน​คน​ที่​ทำ‍งาน​ก็​ไม่​ถือ​ว่า​ค่า‍จ้าง​ที่​ได้​นั้น​เป็น​บำ‌เหน็จ แต่​ถือ‍ว่า​เป็น​ค่า‍แรง​ของ​งาน​ที่​ได้​ทำ

[5] ส่วน​คน​ที่​ไม่​ได้​อา‌ศัย​การ​ประ‌พฤติ แต่​ได้​เชื่อ​ใน​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ให้​คน​อธรรม​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​ได้ เพราะ​ความ​เชื่อ​ของ​คน‍นั้น​พระ‍เจ้า​ทรง​ถือ​ว่า​เป็น​ความ​ชอบ‍ธรรม

[6] ดัง​ที่​ดา‌วิด​ได้​กล่าว​ถึง​ความ​สุข​ของ​คน​ที่​พระ‍เจ้า​ได้​ทรง​ให้​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม โดย​ไม่​อา‌ศัย​การ​ประ‌พฤติ

[7] ว่า“คน​ทั้ง‍หลาย​ซึ่ง​พระ‍เจ้า​ทรง​ยก​การ​อธรรม​ของ​เขา​แล้ว และ​พระ‍เจ้า​ทรง​กลบ​เกลื่อน​บาป​ของ​เขา​แล้ว ก็​เป็น​สุข

[8] บุค‌คล​ที่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ไม่​ได้​ทรง​ถือ​โทษ​ก็​เป็น​สุข”

[9] ถ้า​เช่น‍นั้น​ความ​สุข​มี​แก่​คน​ที่​เข้า​สุหนัต หรือ​ว่า​มี​แก่​พวก​ไม่​เข้า​สุ‌หนัต​ด้วย? เรา​กล่าว​ว่า“เพราะ​ความ​เชื่อ​นั้น​เอง พระ‍องค์​ทรง​ถือ​ว่า​อับ‌รา‌ฮัม​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม”

[10] แต่​พระเจ้า​ทรง​ถือ​อย่าง​นั้น​เมื่อ‍ไร? เมื่อ​ท่าน​เข้า​สุ‌หนัต​แล้ว หรือ​เมื่อ​ยัง​ไม่​เข้า​สุหนัต? ไม่​ใช่​เมื่อ​ท่าน​เข้า​สุ‌หนัต​แล้ว แต่​เมื่อ​ท่าน​ยัง​ไม่​เข้า​สุ‌หนัต

[11] และ​ท่าน​ได้​เข้า​สุหนัต เป็น​เครื่อง‍หมาย​สำ‌คัญ เป็น​ตรา​รับ‍รอง​ความ​ชอบ‍ธรรม ซึ่ง​เกิด​โดย​ความ​เชื่อ​ที่​ท่าน​ได้​มี​อยู่​เมื่อ​ท่าน​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เป็น​บิดา​ของ​ทุก​คน​ที่​เชื่อ ทั้ง​ที่​เขา​ยัง​ไม่‍ได้​เข้า​สุหนัต เพื่อ​พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​ถือ​ว่า​เขา​เป็น​ผู้​ชอบ‍ธรรม​ด้วย

[12] และ​เพื่อ​ท่าน​จะ​เป็น​บิดา​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​เข้า​สุหนัต ซึ่ง​ไม่​ใช่​เพียง​แต่​เข้า​สุหนัต​เท่า​นั้น แต่​มี​ความ​เชื่อ​ตาม​แบบ​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​ของ​เรา ซึ่ง​ท่าน​มี​อยู่​เมื่อ​ท่าน​ยัง​ไม่‍ได้​เข้า​สุหนัต

[13] เพราะ‍ว่า​พระ‍สัญ‌ญา​ที่​ประ‌ทาน​แก่​อับ‌รา‌ฮัม​และ​ลูก‍หลาน​ของ​ท่าน​ที่​ว่า จะ​ได้​ทั้ง​พิภพ​เป็น​มร‌ดก นั้น​ไม่‍ได้​มา​โดย​ธรรม‍บัญ‌ญัติ แต่​มา​โดย​ความ​ชอบ‍ธรรม​ที่​เกิด​จาก​ความ​เชื่อ

[14] ถ้า​พวก​ที่​ถือ​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​จะ​เป็น​ทายาท ความ​เชื่อ​ก็​ไร้​ความ‍หมาย และ​พระ‍สัญ‌ญา​ก็​เป็น​โมฆะ

[15] เพราะ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นำ​ไป​สู่​พระ​พิ‌โรธ แต่​ที่​ใด​ไม่​มี​ธรรม​บัญ‌ญัติ ที่​นั้น​ก็​ไม่​มี​การ​ละเมิด

[16] เพราะ​เหตุ‍นี้ การ​เป็น​ทา‌ยาท​นั้น​จึง​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​เชื่อ เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​ตาม​พระ‍คุณ เพื่อ​รับ‍รอง​พระ‍สัญ‌ญา​นั้น​แก่​ลูก‍หลาน​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​ทุก‍คน ไม่​ใช่​แก่​ลูก‍หลาน​ที่​ถือ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​เท่า‍นั้น แต่​แก่​ลูก‍หลาน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​เช่น​เดียว​กับ​อับ‌รา‌ฮัม​ผู้​เป็น​บิดา​ของ​เรา​ทุก​คน

[17] ตาม​ที่​มี​คำ‍เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัม‌ภีร์​ว่า“เรา​ได้​ให้​เจ้า​เป็น​บิดา​ของ​ชน​หลาย​ชาติ” เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍องค์​ที่​ท่าน​เชื่อ คือ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ชีวิต​แก่​คน​ที่​ตาย​แล้ว และ​ทรง​เรียก​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่‍ได้​เกิด ให้​มี​ขึ้น

[18] แม้​ดู​ว่า​จะ​หมด​หวัง​แล้ว แต่​อับ‌รา‌ฮัม​ยัง​เชื่อ​ว่า​จะ​ได้​เป็น“บิดา​ของ​ชน​หลาย​ชาติ” ตาม​คำ​ที่​ได้​ตรัส​ไว้​แล้ว​ว่า“พงศ์‍พันธุ์​ของ​เจ้า​จะ​มาก‍มาย​อย่าง​นั้น”

[19] ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​ไม่​ได้​ลด​น้อย​ลง​เลย เมื่อ​ท่าน​พิจาร‌ณา​ดู​สัง‌ขาร​ของ​ท่าน ซึ่ง​เปรียบ​เหมือน​ตาย​ไป​แล้ว (เพราะ​ท่าน​มี​อายุ​ประ‌มาณ​ร้อย​ปี​แล้ว) และ​เมื่อ​คำนึง​ถึง​ครรภ์​ของ​นาง​ซา‌ราห์​ว่า​เป็น​หมัน

[20] ท่าน​ไม่​ได้​หวั่น‍ไหว​แคลง​ใจ​ใน​พระ‍สัญ‌ญา​ของ​พระ‍เจ้า แต่​ท่าน​มี​ความ​เชื่อ​มั่น‍คง จึง​ถวาย​เกียรติ​แด่​พระ‍เจ้า

[21] ท่าน​เชื่อ‍มั่น​ว่า พระ‍เจ้า​ทรง​สา‌มารถ​ทำ​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญ‌ญา​ได้

[22] ด้วย​เหตุ‍นี้​เอง พระ‍องค์​ทรง​ถือ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม

[23] แต่​ข้อ​ความ​ว่า “ทรง​ถือ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม” นั้น ไม่​ได้​เขียน​ไว้​สำ‌หรับ​ท่าน​แต่​ผู้‍เดียว

[24] แต่​สำ‌หรับ​เรา​ด้วย ที่​ทรง​ถือ​ว่า​เรา​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม คือ​เรา​ที่​เชื่อ​ใน​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ให้​พระ‍เยซู​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​เรา​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย

[25] คือ​พระ‍เยซู​ผู้​ทรง​ถูก​มอบ​ให้​ถึง​ความ​ตาย เพราะ​การ​ล่วง​ละเมิด​ของ​เรา คือ​ผู้​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​เพื่อ​ให้​เรา​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​ธรร‌มิก‌ชน​ใน​กรุง โรม — Chapters