Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 4:18

[1] จง​ต้อน‍รับ​คน​ที่​ยัง​มี​ความ​เชื่อ‍น้อย​อยู่ แต่​ไม่​ใช่​เพื่อ​ให้​โต้‍เถียง​กัน​ใน​เรื่อง​ที่​เป็น​ความ​คิด​เห็น​ส่วน‍ตัว

[2] คน​หนึ่ง​ถือ​ว่า​จะ​กิน​อะไร​ก็​ได้ แต่​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ความ​เชื่อ‍น้อย​ก็​กิน​แต่​ผัก​เท่า​นั้น

[3] อย่า​ให้​คน​ที่​กิน​นั้น​ดู‍หมิ่น​คน​ที่​ไม่​กิน และ​อย่า​ให้​คน​ที่​ไม่​กิน​ตัดสิน​คน​ที่​กิน เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​ยอม​รับ​เขา​แล้ว

[4] ท่าน​เป็น​ใคร จึง​กล่าว​โทษ​บ่าว​ของ​คน​อื่น? บ่าว​คน​นั้น​จะ​ตั้ง‍มั่น​หรือ​จะ​ล่ม‍จม​ก็​สุด​แล้ว​แต่​นาย​ของ​เขา และ​เขา​จะ​ตั้ง‍มั่น​แน่‍นอน เพราะ‍ว่า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​สา‌มารถ​ให้​เขา​ตั้ง‍มั่น​ได้

[5] คน​หนึ่ง​ถือ‍ว่า​วัน‍หนึ่ง​ดี‍กว่า​อีก​วัน‍หนึ่ง แต่​อีก​คน​หนึ่ง​ถือ‍ว่า​ทุก‍วัน​เหมือน​กัน ขอ​ให้​ทุก‍คน​มี​ความ​แน่‍ใจ​ใน​ความ​คิด‍เห็น​ของ​ตน​เถิด

[6] คน​ที่​ถือ‍วัน​ก็​ถือ​เพื่อ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คน​ที่​กิน​ทุก‍สิ่ง​ก็​กิน​เพื่อ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เพราะ​เขา​ขอบ‍พระ‍คุณ​พระ‍เจ้า และ​คน​ที่​ไม่​กิน ก็​ไม่​กิน​เพื่อ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า และ​ยัง​ขอบ‍พระ‍คุณ​พระ‍เจ้า

[7] เรา​ไม่​ได้​อยู่​เพื่อ​ตัว‍เอง และ​เรา​ไม่​ได้​ตาย​เพื่อ​ตัว‍เอง

[8] ถ้า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ก็​เพื่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า และ​ถ้า​เรา​ตาย​ก็​เพื่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เพราะ​ฉะนั้น​ไม่​ว่า​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​หรือ​ตาย​ไป​ก็​ตาม เรา​ก็​เป็น​คน​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[9] เพราะ​เหตุ​นี้​เอง พระ‍คริสต์​สิ้น​พระ‍ชนม์​และ​คืน​พระ‍ชนม์​อีก เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​คน​ตาย​และ​คน​เป็น

[10] แต่​ตัว​ท่าน​เล่า ทำ‌ไม​จึง​กล่าว​โทษ​พี่‍น้อง​ของ​ท่าน? หรือ​ท่าน​ผู้​เป็น​อีก​ฝ่าย​หนึ่ง ทำ‌ไม​ท่าน​จึง​ดู‍หมิ่น​พี่‍น้อง​ของ​ท่าน? เพราะ‍ว่า​เรา​ทุก‍คน​ต้อง​ยืน​อยู่​หน้า​บัล‌ลังก์​พิพาก‌ษา​ของ​พระ‍เจ้า

[11] เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัม‌ภีร์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ตรัส​ว่า ‘เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ตราบ‌ใด ทุก​คน​จะ​คุก​เข่า​กราบ​เรา และ​ทุก​ลิ้น​จะ​สรร‌เสริญ พระ‍เจ้า’ ”

[12] ฉะนั้น​เรา​ทุก‍คน​จะ​ต้อง​ทูล​เรื่อง‍ราว​ของ​ตัว​เอง​ต่อ​พระ‍เจ้า

[13] ดัง‍นั้น​อย่า​ให้​เรา​กล่าว​โทษ​กัน​และ​กัน​อีก​เลย แต่​จง​ตัด‍สิน​ใจ​ดี‍กว่า​ว่า​จะ​ไม่​วาง​สิ่ง​ซึ่ง​ทำ​ให้​พี่‍น้อง​สะดุด หรือ​สิ่ง​กีด​ขวาง​ทาง​ของ​เขา

[14] ใน​ฐานะ​ที่​ข้าพ‌เจ้า​อยู่​ใน​พระ‍เยซู​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ก็​เชื่อ​แน่​ว่า ไม่​มี​อะไร​ที่​เป็น​มล‌ทิน​ใน​ตัว​เอง​เลย แต่​ถ้า​ใคร​ถือ‍ว่า​สิ่ง‍ใด​เป็น​มล‌ทิน​สิ่ง‍นั้น​ก็​เป็น​มล‌ทิน​สำ‌หรับ​คน‍นั้น

[15] ถ้า​พี่‍น้อง​เป็น​ทุกข์​เพราะ​อาหาร​ที่​ท่าน​กิน ท่าน​ก็​ไม่​ได้​ประ‌พฤติ​ตาม​ทาง​แห่ง​ความ​รัก​เสีย​แล้ว พระ‍คริสต์​สิ้น​พระ‍ชนม์​เพื่อ​ใคร ก็​อย่า​ให้​คน‍นั้น​พินาศ​เพราะ​อาหาร​ที่​ท่าน​กิน​เลย

[16] ฉะนั้น​อย่า​ให้​สิ่ง​ที่​ดี​สำ‌หรับ​ท่าน เป็น​ข้อ‍ตำ‌หนิ​ติเตียน​ของ​คน‍อื่น​ได้​เลย

[17] เพราะ‍ว่า​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​นั้น​ไม่​ใช่​การ​กิน​และ​การ​ดื่ม แต่​เป็น​ความ​ชอบ‍ธรรม สันติ‍สุข และ​ความ​ชื่น‍ชม​ยินดี​ใน​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์

[18] คน​ที่​ปรน‌นิบัติ​พระ‍คริสต์​ใน​ลักษณะ​นี้ ก็​เป็น​ที่​พอ​พระ‍ทัย​พระ‍เจ้า และ​เป็น​ที่​รับ‍รอง​ของ​มนุษย์​ด้วย

[19] เหตุ​ฉะนั้น​ให้​เรา​มุ่ง​ประ‌พฤติ​ใน​สิ่ง​ซึ่ง​ทำ​ให้​เกิด​ความ​สงบ‍สุข​และ​ความ​เจริญ​แก่​กัน​และ​กัน

[20] อย่า​ทำ‌ลาย​สิ่ง‍ที่​พระ‍เจ้า​ทรง‍สร้าง​เพราะ​เห็น​แก่​อาหาร​เลย อาหาร​ทุก‍อย่าง​ปราศ‍จาก​มล‌ทิน​ก็​จริง แต่​การ​กิน​อาหาร​ซึ่ง​เป็น​เหตุ​ให้​ผู้​อื่น​สะดุด ก็​เป็น​สิ่ง​ไม่​ดี

[21] เป็น​การ​ดี​ที่​จะ​ไม่​กิน​เนื้อ‍สัตว์​หรือ​เหล้า‍องุ่น​หรือ​ทำ​สิ่ง​ใดๆ ที่​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​พี่‍น้อง​สะดุด

[22] จง​ให้​ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​เกี่ยว​กับ​สิ่ง​เหล่า‍นี้​เป็น​เรื่อง​ระหว่าง​ท่าน​กับ​พระ‍จ้า ใคร​ไม่​มี​เหตุ​ติเตียน​ตัว​เอง​ใน​สิ่ง​ที่​ตน​เห็น​ชอบ​แล้ว​นั้น​ก็​เป็น​สุข

[23] แต่​คน​ที่​มี​ความ​สง‌สัย​อยู่​นั้น ถ้า​เขา​กิน​ก็​มี​ความ​ผิด เพราะ​เขา​ไม่​ได้​กิน​ตาม​ที่​ตน​เชื่อ ทั้ง‍นี้​เพราะ​การ​กระ‌ทำ​ใดๆ ที่​ไม่​ได้​เกิด​จาก​ความ​เชื่อ​ก็​เป็น​บาป​ทั้ง​สิ้น

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​ธรร‌มิก‌ชน​ใน​กรุง โรม — Chapters