[1] อนิจจา ตัวข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นเหมือน คนที่ออกไปเก็บผลไม้ฤดูร้อน เหมือนคนที่ออกไปเก็บผลองุ่น แล้วพบว่าไม่มีพวงองุ่นให้รับประทาน ไม่มีผลมะเดื่อสุกรุ่นแรกดังใจปรารถนา
[2] คนจงรักภักดีสิ้นไปจากแผ่นดิน จะหาคนซื่อตรงท่ามกลางมนุษย์สักคนก็ไม่มี เขาทุกคนต่างก็ซุ่มคอยจะเอาโลหิตกัน ต่างก็เอาตาข่ายดักพี่น้องของตน
[3] มือทั้งคู่ของเขาช่ำชองทำแต่สิ่งชั่ว ข้าราชการและผู้พิพากษาขอสินบน และคนใหญ่คนโตก็เอ่ยถึงความอยากในจิตใจของตน พวกเขาต่างก็สานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน
[4] คนดีที่สุดของพวกเขาก็ไร้ค่า เหมือนต้นหนาม คนซื่อตรงที่สุดของพวกเขาก็เหมือนรั้วหนาม วาระแห่งพวกยามของเจ้า คือวันที่จะลงโทษเจ้า มาถึงแล้ว บัดนี้ พวกเขาจะสับสนอลหม่าน
[5] อย่าวางใจเพื่อนบ้าน อย่านอนใจในสหาย จงระวังปากของเจ้า อย่าเผยแก่เธอผู้นอนแนบอกของเจ้า
[6] เพราะว่าลูกชายดูหมิ่นพ่อ และลูกสาวลุกขึ้นต่อสู้แม่ของเธอ ลูกสะใภ้ต่อสู้แม่ผัว ศัตรูของคนหนึ่งคนใด ก็คือคนที่อยู่ในบ้านของเขาเอง
[7] แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า
[8] ศัตรูของข้าเอ๋ย อย่าเปรมปรีดิ์เย้ยข้าเลย เมื่อข้าล้มลง ข้าจะลุกขึ้นอีก เมื่อข้านั่งอยู่ในความมืด พระยาห์เวห์จะทรงเป็นความสว่างแก่ข้า
[9] ข้าพเจ้าจะทนต่อพระพิโรธของพระยาห์เวห์ เพราะว่าข้าพเจ้าทำบาปต่อพระองค์ ข้าพเจ้าจะทนจนกว่าพระองค์จะทรงแก้คดีของข้าพเจ้า และจะทรงตัดสินความเพื่อข้าพเจ้า พระองค์จะทรงนำข้าพเจ้าออกไปยังความสว่าง และข้าพเจ้าจะเห็นการช่วยกู้ของพระองค์
[10] แล้วศัตรูของข้าพเจ้าจะเห็น และความอับอายจะทับถมเธอผู้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน?” ดวงตาของข้าพเจ้าจะเพ่งดูเธอ คราวนี้เธอจะถูกเหยียบย่ำเหมือนโคลนตามถนน
[11] วันที่จะสร้างกำแพงเมืองของเจ้า ในวันนั้น เขตแดนของเจ้าจะขยายออกไปไกล
[12] ในวันนั้น เขาจะมาหาเจ้า จากอัสซีเรียและเมืองต่างๆ ของอียิปต์ และจากอียิปต์จนถึงแม่น้ำยูเฟรติส จากทะเลนี้จดทะเลโน้น และจากภูเขานี้ถึงภูเขาโน้น
[13] แต่แผ่นดินจะร้างเปล่า เพราะชาวแผ่นดินเป็นเหตุ เนื่องด้วยผลแห่งการกระทำของพวกเขา
[14] ขอทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์อย่างเลี้ยงแกะด้วยคทาของพระองค์ คือประชากร ที่เป็นมรดกของพระองค์ ผู้อาศัยอย่างโดดเดี่ยวในป่า ในท่ามกลางแผ่นดินที่เป็นสวน ขอทรงให้เขาหากินอยู่ในบาชานและกิเลอาด อย่างในโบราณกาล
[15] ดังในสมัยเมื่อเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เราจะให้เจ้า เห็นการอัศจรรย์ต่างๆ
[16] บรรดาประชาชาติจะแลเห็นและอับอาย ทั้งที่พวกเขามีกำลังมาก พวกเขาจะเอามือปิดปากไว้ และหูของพวกเขาจะหนวกไป
[17] เขาทั้งหลายจะเลียผงคลีเหมือนอย่างงู เหมือนสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดิน พวกเขาจะออกมาจากที่กำบังแข็งแกร่งของเขาด้วยตัวสั่น พวกเขาจะออกมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราด้วยความตระหนกตกใจ เนื่องด้วยพระองค์ พวกเขาจะกลัว
[18] ใครเล่าจะเป็นพระเจ้าเหมือนพระองค์ผู้ทรงอภัยบาป และทรงมองข้ามการทรยศ ของคนที่เหลืออยู่อันเป็นมรดกของพระองค์ท่าน ? พระองค์ท่านมิได้ทรงพระพิโรธเป็นนิตย์ เพราะพระองค์ท่านพอพระทัยในความรักมั่นคง
[19] พระองค์ท่านจะทรงหวนกลับมาเมตตาเราอีก และจะทรงเหยียบความผิดทั้งหลายของเราไว้ พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งสิ้นของเรา ลงไปในที่ลึกของทะเล
[20] พระองค์จะทรงสำแดงความสัตย์ซื่อแก่ยาโคบ และความรักมั่นคงต่ออับราฮัม ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของเรา ตั้งแต่สมัยโบราณกาล