Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:52

[1] หลัง​จาก​นั้น​ข้าพ‌เจ้า​เห็น​ทูต‍สวรรค์​อีก​องค์​หนึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ท่าน​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ยิ่ง‍ใหญ่ และ​รัศมี​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​แผ่น‍ดิน​โลก​สว่าง

[2] ท่าน​ร้อง​ประ‌กาศ​ด้วย​เสียง​กึก‍ก้อง​ว่า “บา‌บิ‌โลน​มหา‍นคร​พัง‍ทลาย​แล้ว พัง‍ทลาย​แล้ว กลาย​เป็น​ที่​อา‌ศัย​ของ​พวก​ผี เป็น​ที่​อยู่​ของ​วิญ‌ญาณ​ทุก‍ชนิด​ที่​โส‌โครก เป็น​ที่‍อยู่​ของ​นก​ทุก‍ชนิด​ที่​โส‌โครก [และ​เป็น​ที่‍อยู่​ของ​สัตว์‍ร้าย​ทุก‍ชนิด​ที่​โส‌โครก] และ​น่า‍เกลียด​น่า‍ชัง

[3] เพราะ​ประ‌ชา‍ชาติ​ทั้ง‍หมด​ต่าง​ได้​ดื่ม เหล้า‍องุ่น​แห่ง​ราคะ​ใน​การ​ล่วง‍ประ‌เวณี​ของ​นคร​นั้น และ​บรร‌ดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ได้​ล่วง‍ประ‌เวณี​กับ​นคร​นั้น และ​พวก​พ่อ‍ค้า​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ก็​มั่งมี​ขึ้น​จาก​ความ​ฟุ่ม‌เฟือย​อย่าง​ยิ่ง​ของ​นคร​นั้น”

[4] และ​ข้าพ‌เจ้า​ได้​ยิน​เสียง​อีก​เสียง​หนึ่ง​จาก​สวรรค์​กล่าว​ว่า “จง​ออก​มา​จาก​นคร​นั้น​เถิด ชน‍ชาติ​ของ​เราเอ๋ย เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​มี​ส่วน​กับ​บาป​ของ​นคร​นั้น และ​เพื่อ​เจ้า‍ทั้ง‍หลาย​จะ​ไม่​ต้อง​รับ ภัย​พิบัติ​ของ​นคร​นั้น

[5] เพราะ​บาป​ของ​นคร​นั้น​กอง​สูง​ขึ้น​ถึง​สวรรค์​แล้ว และ​พระ‍เจ้า​ทรง‍จด‍จำ​การ​อธรรม​ของ​นคร​นั้น​แล้ว

[6] จง​ทำ​กับ​นคร​นั้น​เหมือน​อย่าง​ที่​นคร​นั้น​เคย​ทำ​กับ​คน‍อื่น และ​จง​ตอบ‍แทน​การ​กระ‌ทำ​ของ​นคร​นั้น​เป็น​สอง​เท่า ใน​ถ้วย​ที่​นคร​นั้น​ได้​ผสม​ไว้ ก็​จง​ผสม​เหล้า​ลง​ไป​เป็น​สอง​เท่า

[7] นคร​นั้น​ให้​เกียรติ​ตัว‍เอง​และ​อยู่​อย่าง​ฟุ่ม‍เฟือย​มาก​เพียง​ไร ก็​จง​มอบ​ความ​ทร‌มาน​และ​ความ​โศก‍เศร้า​แก่​นคร​นั้น​มาก​เพียง​นั้น เพราะ​นคร​นั้น​รำพึง​ใน​ใจ​ว่า ‘เรา​นั่ง​อยู่​ใน​ตำ‌แหน่ง​รา‌ชินี เรา​ไม่​ใช่​หญิง‍ม่าย และ​เรา​จะ​ไม่​ประ‌สบ​ความ​โศก‍เศร้า​เลย’

[8] เพราะ​เหตุ​นี้​ภัย​พิบัติ​ต่างๆ จะ​มา​ถึง​นคร​นั้น​ภาย​ใน​วัน​เดียว คือ​โรค​ระบาด ความ​โศก‍เศร้า และ​การ​กัน‌ดาร​อา‌หาร และ​ไฟ​จะ​เผา​นคร​นั้น เพราะ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​คือ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พิ‌พาก‌ษา​นคร​นั้น​ทรง​ฤทธิ์”

[9] บรร‌ดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ที่​ล่วง​ประ‌เวณี​กับ​นคร​นั้น​และ​อยู่​ด้วย​กัน​อย่าง​ฟุ่ม‌เฟือย เมื่อ​เห็น​ควัน​ไฟ​ที่​ไหม้​นคร​นั้น​ก็​จะ​ร้อง‍ไห้​และ​ทุกข์‍โศก

[10] พวก​เขา​จะ​ยืน​ห่างๆ เพราะ​กลัว​ภัย​จาก​การ​ทร‌มาน​นคร​นั้น และ​จะ​กล่าว​ว่า “วิบัติ​แล้ว วิบัติ​แล้ว นคร​ที่​ยิ่ง​ใหญ่ นคร​บา‌บิ‌โลน​ที่​แข็ง‍แกร่ง เพราะ​การ​พิ‌พาก‌ษา​มา​ถึง​เจ้า​แล้ว​ภาย‍ใน​ชั่ว‍โมง​เดียว​เท่า​นั้น”

[11] พวก​พ่อ‍ค้า​บน​แผ่น‍ดิน​โลก​จะ​ร้อง‍ไห้​และ​โศก‍เศร้า​เนื่อง‍จาก​นคร​นั้น เพราะ​ไม่‍มี​ใคร​ซื้อ​สิน‍ค้า​ของ​เขา​อีก​ต่อ‍ไป​แล้ว

[12] สิน‍ค้า​เหล่า‍นั้น​ได้​แก่ ทอง‍คำ เงิน อัญมณี​ต่างๆ ไข่‍มุก ผ้า‍ป่าน​เนื้อ​ละเอียด ผ้า​สี‍ม่วง ผ้า‍ไหม ผ้า​สี‍แดง​เข้ม ไม้‍หอม​ทุก​ชนิด สิ่ง​ของ​ทุก​อย่าง​ที่​ทำ​จาก​งา​ช้าง สิ่ง​ของ​ทุก‍อย่าง​ที่​ทำ​จาก​ไม้​รา‌คา​แพง จาก​ทอง‍สัม‌ฤทธิ์ เหล็ก และ​หิน‍อ่อน

[13] อบ‍เชย เครื่อง​เทศ เครื่อง‍หอม มด‌ยอบ กำ‌ยาน เหล้า‍องุ่น น้ำ‍มัน​มะกอก ยอด‍แป้ง ข้าว​สาลี โค แกะ ม้า รถ‍ม้า ทาส และ​เชลย‍ศึก

[14] ผล​ที่​จิต‌ใจ​ของ​เจ้า​อยาก​ได้​นั้น ก็​หาย​ไป​จาก​เจ้า ทุก‍สิ่ง​ที่​หรู‍หรา​และ​งาม​ตระ‌การ‍ตา ก็​สูญ‍สิ้น​ไป​จาก​เจ้า และ​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​พบ‍เห็น​อีก​เลย

[15] พวก​พ่อ‍ค้า​ที่​ขาย​สิ่ง​เหล่า​นี้​และ​เป็น​คน​มั่งมี​เพราะ​นคร​นั้น จะ​ยืน​อยู่​ห่างๆ เพราะ​กลัว​ภัย​จาก​การ​ทร‌มาน​นคร พวก​เขา​จะ​ร้อง‍ไห้​และ​โศก‍เศร้า

[16] กล่าว‍ว่า “วิบัติ​แล้ว วิบัติ​แล้ว นคร​ที่​ยิ่ง‍ใหญ่ นคร​ที่​สวม‍ใส่​ผ้า‍ป่าน​เนื้อ​ละเอียด ผ้า​สี‍ม่วง​และ​ผ้า​สี‍แดง​เข้ม นคร​ที่​ประ‌ดับ​ด้วย​ทอง‍คำ อัญมณี​และ​ไข่‍มุก

[17] เพราะ​ภาย​ใน​ชั่ว‍โมง​เดียว ทรัพย์‍สม‌บัติ​ที่​มาก‍มาย​เช่น‍นี้​ก็​ยัง​สูญ​สิ้น​ไป” และ​กัป‌ตัน​เรือ​ทุก‍คน ผู้​โดย‍สาร​ทั้งหมด พวก​กะลาสี​และ​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​มี​อา‌ชีพ​ทาง​ทะเล​ก็​ยืน​อยู่​ห่างๆ

[18] และ​ส่ง​เสียง​ร้อง​เมื่อ​เห็น​ควัน‍ไฟ​ที่​ไหม้​นคร​นั้น กล่าว​ว่า “นคร​ใด​จะ​เหมือน​มหา‍นคร​นี้”

[19] และ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ก็​โปรย​ผง‍คลี​ลง​บน​ศีรษะ​ของ​ตน ส่ง​เสียง​ร้อง‍ไห้​โศก‍เศร้า กล่าว​ว่า “วิบัติ​แล้ว วิบัติ​แล้ว นคร​ที่​ยิ่ง‍ใหญ่ นคร​ซึ่ง​ทุก​คน​ที่​มี​เรือ‍เดิน‍ทะ‌เล​ต่าง​เคย​มั่งมี​จาก​ความ​มั่ง‌คั่ง​ของ​นคร​นั้น เพราะ​ภาย‍ใน​ชั่ว‍โมง​เดียว​นคร​นั้น​ก็​สูญสิ้น”

[20] จง​รื่น‍เริง​เพราะ​นคร​นั้น​เถิด เมือง​สวรรค์ ทั้ง​บรร‌ดา​ธรร‌มิก‍ชน อัคร‌ทูต​ทั้ง‍หลายและ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ เพราะ​พระ‍เจ้า​ทรง​พิ‌พาก‌ษา​ลง​โทษ​นคร​นั้น​ให้​กับ​เจ้า​ทั้ง‍หลาย​แล้ว

[21] และ​ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ที่​มี​ฤทธิ์​มาก ก็​ยก​หิน​ก้อน​หนึ่ง​ที่​เหมือน​อย่าง​หิน‍โม่​ใหญ่​ทุ่ม​ลง​ไป​ใน​ทะเล​แล้ว​กล่าว‍ว่า “บา‌บิ‌โลน​นคร​ที่​ยิ่ง‍ใหญ่ จะ​ถูก​ทุ่ม​ลง​อย่าง​แรง​เช่น‍นี้​แหละ และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​พบ‍เห็น​นคร​นั้น​อีก​เลย

[22] และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน​เสียง นัก​ดีด‍พิณ นัก​ดน‌ตรี นัก​เป่า​ขลุ่ย​และ​นัก​เป่า​แตร​ใน​ตัว‍เจ้า​อีก​ต่อ‍ไป และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​พบ‍เห็น ช่าง​แขนง​ใดๆ ใน​ตัว​เจ้า​อีก​ต่อ‍ไป และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน เสียง​โม่​แป้ง​ใน​ตัว​เจ้า​อีก​ต่อ‍ไป

[23] และ​จะ​ไม่​มี​แสง‍สว่าง​ของ​ประ‌ทีป ส่อง​แสง​ใน​ตัว​เจ้า​อีก​ต่อ‍ไป และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน เสียง​เจ้า‍บ่าว​เจ้า‍สาว​ใน​ตัว​เจ้า​อีก​ต่อ‍ไป เพราะ​พวก​พ่อ‍ค้า​ของ​เจ้า​ล้วน​เป็น​คน​ใหญ่​โต​บน​แผ่น‍ดิน​โลก และ​เพราะ​ทุก​ประ‌ชา‌ชาติ​ก็​ถูก​ล่อ‍ลวง​ด้วย​เวท‍มนตร์​ของ​เจ้า

[24] และ​ใน​ตัว‍เจ้า​เขา​ก็​พบ​โล‌หิต​ของ​บรร‌ดา​ผู้‍เผย​พระ‍วจนะ​ของ​พวก​ธรร‌มิก‍ชน และ​ของ​ทุก​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​บน​แผ่น‍ดิน​โลก ”

วิวรณ์ ที่​ทรง​สำ‌แดง​แก่​ยอห์น — Chapters