Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:14

[1] พระ‍องค์​กับ​พวก​สา‌วก​ก็​ข้าม​ทะเล​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง ไป​ยัง​เขต​แดน​ของ​เมือง​เก-ราซา

[2] พอ​พระ‍องค์​เสด็จ​ขึ้น​จาก​เรือ ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ผี​โส‌โครก​สิง​ออก​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​มา​พบ​พระ‍องค์​ทัน‍ที

[3] คน​นั้น​อา‌ศัย​อยู่​ตาม​อุโมงค์​ฝัง​ศพ ไม่​มี​ใคร​สา‌มารถ​ล่าม​เขา​ไว้​ได้​อีก​แล้ว​แม้​จะ​ด้วย​โซ่​ตรวน

[4] เพราะ​เคย​ล่าม​โซ่​ใส่​ตรวน​เขา​หลาย​ครั้ง​แล้ว แต่​เขา​ก็​หัก​โซ่​และ​ฟาด​ตรวน​หลุด​ออก ไม่​มี​ใคร​มี​แรง​พอ​จะ​ทำ​ให้​เขา​สงบ​ได้

[5] เขา​คลั่ง​ร้อง​อื้อ‍อึง​และ​เอา​หิน​เชือด​เนื้อ​ตัว​เอง​อยู่​เสมอ​ตาม​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​และ​บน​ภูเขา​ทั้ง​กลาง‍คืน​และ​กลาง‍วัน

[6] เมื่อ​เขา​เห็น​พระ‍เยซู​แต่​ไกล​ก็​วิ่ง​เข้า​มา​กราบ​ไหว้​พระ‍องค์

[7] แล้ว​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “ข้า​แต่​พระ‍เยซู​พระ‍บุตร​ของ​พระ‌เจ้า​สูง​สุด พระ‍องค์​ต้อง‍การ​อะ​ไร​จาก​ข้า? ขอ​พระ‍องค์​สา‌บาน​ใน​พระ‍นาม​ของ​พระ‌เจ้า​ว่า​จะ​ไม่​ทร‌มาน​ข้า”

[8] ที่​พูด​เช่น​นี้​เพราะ​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​มัน​ว่า “ไอ้​ผี​โส‌โครก จง​ออก​มา​จาก​คน​นั้น”

[9] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​มัน​ว่า “เจ้า​ชื่อ​อะไร?” มัน​ตอบ​ว่า “ข้า​ชื่อ​กอง​พล เพราะ​ว่า​พวก​เรา​มี​หลาย​ตน​ด้วย​กัน”

[10] มัน​จึง​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​อย่าง​มาก ที่​จะ​ไม่​ให้​ขับ​ไล่​พวก​มัน​ออก​จาก​เขต​แดน​เมือง​นั้น

[11] ขณะ​นั้น​มี​สุกร​ฝูง​ใหญ่​กำ‌ลัง​หา​กิน​อยู่​ที่​ไหล่​เขา​ใกล้ๆ นั้น

[12] ผี​เหล่า​นั้น​ก็​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ว่า “ขอ​ส่ง​พวก​เรา​เข้า​ไป​ใน​ฝูง​สุกร เพื่อ​ให้​พวก​เรา​สิง​ใน​ตัว​พวก​มัน”

[13] พระ‍องค์​ก็​ทรง​อนุ‌ญาต ผี​โส‌โครก​เหล่า‍นั้น​จึง​ออก​ไป​สิง​อยู่​ใน​สุกร แล้ว​สุกร​ทั้ง​ฝูง​ประ‌มาณ​สอง​พัน​ตัว​ก็​วิ่ง​กระ‌โดด​จาก​หน้า​ผา​ชัน​ลง​ไป​ใน​ทะเล​และ​สำ‍ลัก​น้ำ​ตาย

[14] ส่วน​พวก​คน​ที่​เลี้ยง​สุกร​นั้น​ต่าง​หนี​ไป​และ​เล่า​เรื่อง​นี้​ทั้ง​ใน​เมือง​และ​นอก​เมือง คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​ออก​มา​ดู​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น

[15] พวก​เขา​มา​หา​พระ‍เยซู​และ​เห็น​คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​ทั้ง​กอง​เข้า​สิง นุ่ง​ห่ม​ผ้า​มี​สติ​สัม‌ปชัญ‌ญะ​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น พวก​เขา​จึง​เกรง‍กลัว

[16] แล้ว​คน​ที่​เห็น​เหตุ​การณ์​ก็​เล่า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ถึง​เรื่อง​ที่​เกิด​กับ​คน​ที่​ถูก​ผี​สิง​และ​ที่​เกิด​กับ​ฝูง​สุกร

[17] คน​ทั้ง‍หลาย​จึง​พา​กัน​อ้อน‍วอน​ขอ​ให้​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​เสีย​จาก​เขต​เมือง​ของ​พวก​เขา

[18] ขณะ​ที่​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​เสด็จ​ลง​เรือ คน​ที่​เคย​ถูก​ผี​สิง​อ้อน‍วอน​ขอ​ติด​ตาม​พระ‍องค์​ไป​ด้วย

[19] แต่​พระ‍องค์​ไม่​ทรง​อนุ‌ญาต พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ไป​หา​พวก​พ้อง​ของ​ท่าน​ที่​บ้าน แล้ว​บอก​พวก​เขา​ถึง​สิ่ง​ที่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​ทำ​แก่​ท่าน​ว่า​มาก​เพียง​ไร และ​เล่า​ถึง​พระ‍เมต‌ตา​ที่​พระ‍องค์​ทรง​สำ‌แดง​แก่​ท่าน”

[20] คน‍นั้น​จึง​ทูล​ลา แล้ว​เริ่ม​ประ‌กาศ​ใน​แคว้น​ทศ‌บุรี ถึง​เหตุ​การณ์​ที่​พระ‍เยซู​ทรง​ทำ​เพื่อ​เขา และ​คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​ประ‌หลาด​ใจ

[21] เมื่อ​พระ‍เยซู​เสด็จ​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​กลับ​ไป​แล้ว มหา​ชน​มา​เฝ้า​พระ‍องค์ ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ยัง​ประ‌ทับ​ที่​ริม​ฝั่ง​ทะเล

[22] และ​มี​นาย​ธรรม‍ศาลา​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ไยรัส​มา​ที่​นั่น เมื่อ​เขา​เห็น​พระ‍เยซู​ก็​กราบ​ลง​ที่​พระ‍บาท​ของ​พระ‍องค์

[23] แล้ว​ทูล​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ว่า “ลูก‍สาว​เล็กๆ ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ป่วย​หนัก ขอ​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​วาง​พระ‍หัตถ์​บน​เธอ เพื่อ​เธอ​จะ​หาย​โรค​และ​มี​ชีวิต​อยู่”

[24] พระ‍องค์​จึง​เสด็จ​ไป​กับ​เขา มหา​ชน​ตาม​ไป​และ​เบียด‍เสียด​พระ‍องค์

[25] มี​ผู้‍หญิง​คน​หนึ่ง​เป็น​โรค​โล‌หิต​ตก​มา​สิบ‍สอง​ปี​แล้ว

[26] เธอ​ทน‍ทุกข์​ลำ‌บาก​มาก​กับ​หมอ​หลาย​คน และ​สูญ‍สิ้น​ทรัพย์​ที่​เธอ​มี แต่​โรค​นั้น​ก็​ไม่​ได้​บรร‌เทา กลับ​ยิ่ง​กำ‍เริบ​หนัก​ขึ้น

[27] เมื่อ​หญิง​ผู้​นั้น​ได้​ยิน​ถึง​เรื่อง​พระ‍เยซู เธอ​ก็​เดิน​เข้า​ไป​ใน​ฝูง​ชน​ที่​มา​ทาง​ข้าง​หลัง​พระ‍องค์ และ​แตะ‍ต้อง​ฉลอง‍พระ‍องค์

[28] เพราะ​คิด​ว่า “ถ้า​ฉัน​ได้​แตะ‍ต้อง​เพียง​ฉลอง‍พระ‍องค์ ​ฉัน​ก็​จะ​หาย​โรค”

[29] ทัน‍ใด​นั้น​โล‌หิต​ที่​ตก​ก็​หยุด​แห้ง​ไป และ​หญิง​ผู้​นั้น​รู้‍สึก​ตัว​ว่า​โรค‍หาย​แล้ว

[30] พระ‍เยซู​เอง​ก็​ทรง​รู้‍สึก​ทัน‍ที​ว่า​ฤทธิ์​ซ่าน​ออก​จาก​พระ‍องค์ จึง​เหลียว​หลัง​มา​หา​ฝูง​ชน​ตรัส​ว่า “ใคร​แตะ‍ต้อง​เสื้อ​ของ​เรา?”

[31] พวก​สา‌วก​ทูล​ว่า “พระ‍องค์​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​อยู่​แล้ว​ว่า​ฝูง​ชน​กำ‌ลัง​เบียด​เสียด​พระ‍องค์ แล้ว​พระ‍องค์​ยัง​จะ​ทรง​ถาม​อีก​หรือ​ว่า ‘ใคร​แตะ‍ต้อง​เรา’?”

[32] พระ‍เยซู​ทอด​พระ‌เนตร​ดู​รอบๆ เพื่อ​จะ​ดู​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ที่​ทำ

[33] หญิง​ผู้​นั้น​ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น เพราะ​รู้​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​ตัว​เอง จึง​มา​กราบ​ลง​ทูล​พระ‍องค์​ตาม​ความ​เป็น​จริง​ทั้ง​สิ้น

[34] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​หญิง​ผู้​นั้น​ว่า “ลูก​หญิง​เอ๋ย ที่​หาย​โรค​นั้น​ก็​เพราะ​ลูก​เชื่อ จง​ไป​เป็น​สุข​และ​หาย​โรค​นี้​เถิด”

[35] ขณะที่​พระ‍องค์​ยัง​ตรัส​ไม่​ทัน​ขาด​คำ ก็​มี​บาง​คน​มา​จาก​บ้าน​นาย​ธรรม‍ศาลา​บอก​ว่า “ลูก​สาว​ของ​ท่าน​ตาย​แล้ว ยัง​จะ​รบกวน​อา‌จารย์​อีก​ทำ‍ไม?”

[36] แต่​พระ‍เยซู​ไม่​สน​พระ‌ทัย​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​กล่าว​นั้น พระ‍องค์​ตรัส​กับ​นาย​ธรรม‍ศาลา​ว่า “อย่า​วิตก​เลย จง​เชื่อ​เท่า​นั้น”

[37] พระ‍องค์​ไม่​ประ‌ทาน​อนุ‌ญาต​ให้​ใคร​ไป​ด้วย เว้น​แต่​เป‌โตร ยา‌กอบ และ​ยอห์น​น้อง‍ชาย​ของ​ยา‌กอบ

[38] เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​นาย​ธรรม‍ศาลา​แล้ว ก็​เห็น​คน​กำ‌ลัง​วุ่น‍วาย​ร้อง‍ไห้​คร่ำ‍ครวญ​อย่าง​มาก

[39] เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​แล้ว จึง​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​ร้อง‍ไห้​วุ่น‍วาย​ไป​ทำไม? เด็ก​คน​นั้น​ยัง​ไม่​ตาย เพียง​แต่​นอน‍หลับ​อยู่​เท่า‍นั้น”

[40] พวก​เขา​ก็​พา​กัน​หัว‍เราะ​เยาะ​พระ‍องค์ หลัง‍จาก​พระ‍องค์​ไล่​คน​เหล่า‍นั้น​ออก​ไป​แล้ว จึง​พา​บิดา​มาร‌ดา​และ​พวก​สา‌วก​ที่​ตาม​พระ‍องค์​มา​นั้น​เข้า​ไป​ใน​ที่​ที่​เด็ก​อยู่

[41] พระ‍องค์​ทรง​จับ​มือ​ของ​เด็ก‍หญิง​ผู้​นั้น​ตรัส​ว่า “ทาลิธา คูม” แปล​ว่า เด็ก‍หญิง​เอ๋ย จง​ลุก​ขึ้น​เถิด

[42] เด็ก​หญิง​คน​นั้น​ก็​ลุกขึ้น​เดิน​ทัน‍ที เพราะ‍ว่า​เด็ก​คน​นั้น​อายุ​สิบ‍สอง​ปี​แล้ว พวก​เขา​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​อย่าง​ยิ่ง​เกี่ยว‍กับ​เรื่อง​นี้

[43] พระ‍องค์​ทรง​กำ‌ชับ​พวก​เขา​ว่า​อย่า​ให้​คน​อื่น​ล่วง​รู้​เรื่อง​นี้​เป็น​อัน‍ขาด แล้ว​ทรง​บอก​ให้​พวก​เขา​นำ​อาหาร​มา​ให้​เด็ก​คน‍นั้น​รับ‍ประ‌ทาน

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มา‌ระ‌โก — Chapters