Skip to content
Opens in a new window

[1] เมื่อ​โมร‌เด‌คัย​ทราบ​ทุก​อย่าง​ที่​เกิด​ขึ้น​แล้ว โมร‌เด‌คัย​ก็​ฉีก​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน สวม​ผ้า​กระ‌สอบ​และ​ซัด​ขี้เถ้า​ใส่​ศีรษะ​ของ​ตน และ​ออก​ไป​ร้อง​ไห้​เสียง‍ดัง​อย่าง​ขม‍ขื่น​ที่​กลาง​เมือง

[2] ท่าน​ขึ้น​ไป​อยู่​ตรง​ทาง‍เข้า​ประตู​พระ‍ราช‌วัง เพราะ​ผู้​ที่​สวม​ผ้า​กระ‌สอบ​จะเข้า​ประตู​พระ‍ราช‌วัง​ไม่​ได้

[3] และ​ใน​ทุก​มณฑล​ที่​พระ‍บัญชา​ของ​กษัตริย์​และ​กฤษ‌ฎีกา​ของ​พระ‍องค์​ไป​ถึง ก็​มี​ความ​เศร้า​โศก​อย่าง​ยิ่ง​ท่าม‍กลาง​พวก​ยิว และ​มี​การ​อด​อา‍หาร การ​ร้อง‍ไห้​และ​คร่ำ‍ครวญ อีก​ทั้ง​หลาย​คน​นอน​บน​ผ้า​กระ‌สอบ​และ​ขี้เถ้า

[4] เมื่อ​นาง​กำนัล​และ​ขันที​ของ​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​มา​ทูล​พระ‍นาง พระ‍ราชินี​ก็​ทรง​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก พระ‍นาง​ทรง​ส่ง​เสื้อ‍ผ้า​ไป​ให้​แก่​โมร‌เด‌คัย เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ถอด​ผ้า​กระสอบ​ออก​เสีย แต่​ท่าน​ไม่​ยอม‍รับ​ผ้า​นั้น

[5] แล้ว​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​มี​รับ​สั่ง​เรียก​ฮา‌ธาค (ขันที​คน​หนึ่ง​ของ​กษัตริย์​ผู้​ได้​รับ​การ​แต่ง‍ตั้ง​ให้​ปรน‌นิบัติ​พระ‍นาง) ให้​ไป​หา​โมร‌เด‌คัย​เพื่อ​จะ​ทรง​ทราบ​ว่า เกิด​เรื่อง​อะไร และ​ทำไม​ทำ​อย่าง​นั้น

[6] ฮา‌ธาค​ก็​ออก​ไป​หา​โมรเดคัย​ที่​ลาน‍กว้าง​ใน​เมือง หน้า​ประตู​พระ‍ราช‌วัง

[7] โมร‌เด‌คัย​ก็​เล่า‍เรื่อง​ทั้ง‍สิ้น​ที่​เกิด​กับ​ท่าน และ​จำ‌นวน​เงิน​ที่​ฮา‌มาน​ได้​สัญญา​ถวาย​เข้า​พระ‍คลัง​หลวง​เพื่อ​ทำ‌ลาย​พวก​ยิว

[8] โมรเด‌คัย​ยัง​ได้​ให้​สำเนา​บันทึก​กฤษ‌ฎีกา​ที่​ออก​ใน​สุสา สั่ง​ให้​ทำลาย​พวก​เขา เพื่อ​ให้​ฮา‌ธาค​นำ​ไป​แสดง​ต่อ​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์ และ​อธิบาย​เรื่อง​ราว​ต่อ​พระ‍นาง พร้อม​กับ​กำชับ​ให้​พระ‍นาง​เข้า‍เฝ้า​กษัตริย์ เพื่อ​ทูล​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์ และ​วิง‍วอน​พระ‍องค์​เพื่อ​ชน​ชาติ​ของ​พระ‍นาง

[9] ฮา‌ธาค​ก็​กลับ​ไป​ทูล​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์ ถึง​สิ่ง​ที่​โมร‌เด‌คัย​ได้​บอก​นั้น

[10] แล้ว​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​ก็​รับสั่ง​ฮา‌ธาค​ให้​ส่ง‍ข่าว​ถึง​โมร‌เด‌คัย​ว่า

[11] “ข้า​ราช‌การ​ทั้ง​สิ้น​ของ​กษัตริย์ และ​ประ‌ชา‍ชน​ใน​มณฑล​ของ​กษัตริย์​ทราบ​อยู่​ว่า ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​คน​ใด​เข้า‍เฝ้า​กษัตริย์​ภาย‍ใน​พระ‍ลาน​ชั้น‍ใน​โดย​ไม่‍ได้​ทรง​เรียก ก็​มี​กฎ‍หมาย​อยู่​ข้อ​เดียว​เหมือน‍กัน​หมด คือ​ให้​ลง‍โทษ​ถึง​ตาย เว้น​แต่​ผู้​ซึ่ง​กษัตริย์​ยื่น​พระ‍คทา‍สุวรรณ​ออก​รับ คน​นั้น​จึง​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้ ส่วน​ฉัน​เอง กษัตริย์​ก็​ไม่‍ได้​ตรัส​เรียก​ให้​เข้า‍เฝ้า​มา​สาม‍สิบ​วัน​แล้ว”

[12] เขา​ทั้ง‍หลาย​ก็​มา​บอก​โมร‌เด‌คัย​ถึง​สิ่ง​ที่​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​ตรัส​นั้น

[13] โมร‌เด‌คัย​จึง​บอก​เขา​ให้​กลับ​ไป​ทูล‍ตอบ​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​ว่า “อย่า​คิด​ว่า​เธอ​อยู่​ใน​พระ‍ราชวัง​แล้ว​จะ​รอด‍พ้น​ได้​ดี​กว่า​พวก​ยิว​อื่นๆ

[14] เพราะ​ถ้า​เธอ​เงียบ​อยู่​ใน​เวลา​นี้ ความ​ช่วย‍เหลือ​และ​การ​ช่วย‍กู้​จะ​มา​ถึง​พวก‍ยิว​จาก​ที่​อื่น แต่​เธอ​และ​ครัว‍เรือน​บิดา​ของ​เธอ​จะ​พินาศ ที่​จริง​เธอ​มา​รับ​ตำแหน่ง​ราชินี​ก็​เพื่อ​ยาม​วิกฤต​เช่น‍นี้​ก็​เป็น​ได้​นะ ใคร​จะ​รู้”

[15] แล้ว​เอส‌เธอร์​ตรัส​กับ​เขา​ให้​ไป​บอก​โมร‌เด‌คัย​ว่า

[16] “ไป​เถิด ให้​รวบ‍รวม​พวก​ยิว​ทั้ง‍สิ้น​ที่​หา​พบ​ใน​สุสา และ​ถือ​อด​อาหาร​เพื่อ​ฉัน อย่า​รับ‍ประ‌ทาน​และ​อย่า​ดื่ม​เป็น​เวลา​สาม​วัน ทั้ง​กลาง‍วัน​และ​กลาง‍คืน ฉัน​และ​สาว‍ใช้​ของ​ฉัน​จะ​อด​อาหาร​อย่าง​ท่าน​ด้วย แล้ว​ฉัน​จะ​เข้า‍เฝ้า​กษัตริย์​แม้‍ว่า​เป็น​การ​ฝืน​กฎ ถ้า​ฉัน​พินาศ ฉัน​ก็​พินาศ”

[17] โมร‌เด‌คัย​ก็​ไป​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​พระ‍นาง​เอส‌เธอร์​รับ‍สั่ง​แก่​ท่าน

เอส‌เธอร์ — Chapters