Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:58

[1] จง​มุ่ง​หา​ความ​รัก และ​ขวน‌ขวาย​ของ​ประ‌ทาน​จาก​พระ‍วิญ‌ญาณ โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​การ​เผย​พระ‍วจนะ

[2] เพราะ‍ว่า​คน​ที่​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ นั้น ไม่​ได้​พูด​กับ​มนุษย์ แต่​ทูล​ต่อ​พระ‍เจ้า เพราะ‍ว่า​ไม่​มี​ใคร​เข้า‍ใจ​ได้ เขา​พูด​เป็น​ความ​ล้ำ‍ลึก​โดย​พระ‍วิญญาณ

[3] แต่​ผู้​ที่​เผย​พระ‍วจนะ​นั้น พูด​กับ​มนุษย์​เพื่อ​ให้​เจริญ​ขึ้น ให้​มี​การ​ชู‍ใจ​และ​การ​ปลอบ​ใจ

[4] คน​ที่​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ นั้น​ก็​ทำ​ให้​ตัว​เอง​เจริญ​ขึ้น แต่​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​นั้น​ทำ​ให้​คริสต‌จักร​เจริญ​ขึ้น

[5] ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ให้​พวก​ท่าน​ทุก​คน​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ แต่​ยิ่ง‍กว่า​นั้น ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ให้​พวก​ท่าน​เผย​พระ‍วจนะ เพราะ​ว่า​คน​ที่​เผย​พระ‍วจนะ​นั้น​ก็​ใหญ่​กว่า​คน​ที่​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ นอก​จาก​ว่า​มี​คน​แปล​ได้ เพื่อ​คริสต‌จักร​จะ​ได้​รับ​ความ​เจริญ

[6] แต่​ว่า​พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย ถ้า​ข้าพ‌เจ้า​มา​หา​ท่าน​และ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ จะ​เป็น​ประ‌โยชน์​อะไร​ต่อ​พวก​ท่าน หาก​ข้าพ‌เจ้า​ไม่​พูด​กับ​พวก​ท่าน​ด้วย​คำ​วิวรณ์ คำ​ที่​ให้​ความ​รู้ คำ​เผย​พระ‍วจนะ หรือ​คำ​สั่ง‍สอน?

[7] แม้​แต่​สิ่ง​ไม่​มี​ชีวิต​ที่​ทำ​เสียง​ได้ เช่น​ปี่​และ​พิณ ถ้า​ไม่​ให้​เสียง​สูง​ต่ำ​ที่ ​แตก​ต่าง​กัน คน​จะ​รู้​ทำ‍นอง​ที่​เป่า​หรือ​ดีด​ได้​อย่างไร?

[8] ถ้า​แตร​ให้​เสียง​ไม่​ชัด‍เจน ใคร​จะ​เตรียม‍ตัว​เข้า​ทำ​ศึก‍สงคราม?

[9] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ก็​เป็น​เช่น‍นั้น คือ​ใน​การ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ ถ้า​ท่าน​ไม่​ใช้​ถ้อย​คำ​ที่​เข้า‍ใจ​ได้ คน​จะ​เข้า‍ใจ​คำ‍พูด​นั้น​ได้​อย่างไร? สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​นั้น​จะ​หาย​ไป​กับ​สาย​ลม

[10] แน่​นอน ใน​โลก​นี้​มี​ภา‌ษา​มาก‍มาย และ​ไม่​มี​ภา‌ษา​ใด​ที่​ปราศ‌จาก​ความ‍หมาย

[11] เพราะ​ฉะนั้น ถ้า​ข้าพ‌เจ้า​ไม่​เข้า‍ใจ​ความ‍หมาย​ของ​ภา‌ษา​นั้นๆ ข้าพ‌เจ้า​จะ​กลายเป็น​คน​ต่าง​ภา‌ษา​กับ​คน​ที่​พูด และ​คน​ที่​พูด​นั้น​จะ​เป็น​คน​ต่าง​ภา‌ษา​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ด้วย

[12] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ก็​เป็น​เช่น​นั้น เมื่อ​ท่าน​กำ‌ลัง​ขวน‍ขวาย​ของ​ประ‌ทาน​จาก​พระ‍วิญ‌ญาณ ก็​จง​พยา‌ยาม​เพิ่ม‍พูน​สิ่ง​ที่​จะ​ทำ​ให้​คริสต‌จักร​เจริญ​ขึ้น

[13] ฉะนั้น​คน​ที่​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ ก็​ควร​อธิษ‌ฐาน​ขอ​ให้​แปล​ได้​ด้วย

[14] เพราะ​ถ้า​ข้าพ‌เจ้า​อธิษ‌ฐาน​เป็น​ภา‌ษา​แปลกๆ จิต‍วิญ‌ญาณ​ของ​ข้าพ‌เจ้า​อธิษ‌ฐาน​ก็​จริง แต่​ความ​คิด​ก็​ไม่​เป็น​ประ‌โยชน์

[15] เพราะ​ฉะนั้น ข้าพ‌เจ้า​ควร​ทำ​อย่างไร? ข้าพ‌เจ้า​จะ​อธิษ‌ฐาน​ด้วย​จิต‍วิญ‌ญาณ​และ​ด้วย​ความ​คิด และ​จะ​ร้อง​เพลง​ด้วย​จิต‍วิญ‌ญาณ​และ​ด้วย​ความ​คิด

[16] มิ​ฉะนั้น​ถ้า​ท่าน​สรร‍เสริญ​พระ‍เจ้า​ด้วย​จิต‍วิญ‌ญาณ คน​ที่​อยู่​ใน​กลุ่ม​ที่​ไม่​เข้าใจ​จะ​ว่า “อา‌เมน” กับ​คำ​ขอบ​พระ‍คุณ​ของ​ท่าน​ได้​อย่าง‍ไร ใน​เมื่อ​เขา​ไม่​รู้ว่า​ท่าน​พูด​อะไร?

[17] เพราะ​ว่า​แม้​ท่าน​จะ​ขอบ​พระ‍คุณ​อย่าง​ไพ‌เราะ แต่​คน‍อื่น​ก็​ไม่​เจริญ​ขึ้น

[18] ข้าพ‌เจ้า​ขอบ‍พระ‍คุณ​พระ‍เจ้า ข้าพ‌เจ้า​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ มาก​กว่า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​อีก

[19] แต่​ว่า​ใน​คริสต‌จักร​ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ที่​จะ​พูด​สัก​ห้า​คำ​ด้วย​ความ​คิด เพื่อ​สอน​คน‍อื่น​ดี‍กว่า​ที่​จะ​พูด​หมื่น​คำ​เป็น​ภา‌ษา​แปลกๆ

[20] พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย อย่า​เป็น​เหมือน​เด็ก​ใน​ด้าน​ความ​คิด แต่​ใน​เรื่อง​ความ​ชั่ว‍ร้าย​จง​เป็น​เหมือน​ทารก และ​ใน​ด้าน​ความ‍คิด​จง​เป็น​เหมือน​ผู้ใหญ่

[21] ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​มี​เขียน​ไว้​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ด้วย​ภา‌ษาอื่นๆ และด้วย​ริม​ฝี‍ปาก​ของ​คน​ต่าง​ภา‌ษา เรา​จะ​พูด​กับ​ชน‍ชาติ​นี้ ถึง​กระ‌นั้นพวกเขา​ก็​จะ​ไม่​ฟัง ​เรา’ ”

[22] ฉะนั้น​การ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ จึง​ไม่​เป็น​หมาย‍สำ‌คัญ​สำหรับ​พวก​ที่​เชื่อ แต่​สำ‍หรับ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ แต่​การ​เผย​พระ‍วจนะ​นั้น ไม่​ใช่​สำ‌หรับ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ แต่​สำ‌หรับ​พวก​ที่​เชื่อ​แล้ว

[23] เพราะ​ฉะนั้น​ถ้า​ทั้ง​คริสต‌จักร​มา​ชุมนุม​กัน และ​ทุก​คน​ต่าง​ก็​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ และ​มี​คน​ที่​ไม่​รู้ หรือ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​เข้า​มา พวก​เขา​ก็จะ​พูด​ว่า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เป็น​บ้า​ไม่​ใช่​หรือ?

[24] แต่​ถ้า​ทุก‍คน​เผย​พระ‍วจนะ คน​ที่​ไม่​เชื่อ​หรือ​คน​ที่​ไม่​รู้​เข้า​มา เขา​ก็​จะ​ถูก​ตักเตือน​และ​ได้​รับ​การ​วินิจ‌ฉัย​โดย​ทุก​คน

[25] ความ‍ลับ​ใน​ใจ​ของ​เขา​จะ​ถูก​ทำ​ให้​ปรา‍กฏ เขา​ก็​จะ​ทรุด​ตัว​ลง​ซบ​หน้า​นมัส‌การ​พระ‍เจ้า​กล่าว​ว่า พระ‍เจ้า​สถิต​อยู่​ท่าม‍กลาง​พวก​ท่าน​อย่าง​แน่‍นอน

[26] เพราะ​ฉะนั้น พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย​จะ​ว่า​อย่าง‍ไร? เมื่อ​พวก​ท่าน​มา​ชุมนุม​กัน แต่​ละ​คน​ก็​มี​เพลง‍สดุดี มี​คำ​สอน มี​คำ​วิวรณ์ มี​การ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ มี​การ​แปล​ภา‌ษา​แปลกๆ จง​ทำ​ทุก​สิ่ง​เพื่อ​ให้​เขา​เจริญ​ขึ้น

[27] ถ้า​ใคร​จะ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ จง​ให้​พูด​เพียง​สอง​คน​หรือ​อย่าง​มาก​ที่‍สุด​ก็​สาม​คน และ​ให้​พูด​ที​ละ​คน แล้ว​ให้​อีก​คน​หนึ่ง​แปล

[28] แต่​ถ้า​ไม่​มี​ใคร​แปล​ได้​ก็​ให้​เขา​อยู่​เงียบๆ ใน​ที่​ประ‌ชุม และ​ให้​พูด​กับ​ตัว​เอง และ​ทูล​ต่อ​พระ‍เจ้า

[29] ให้​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​พูด​ได้สอง​หรือ​สาม​คน และ​ให้​คน‍อื่นๆ วินิจ‌ฉัย​สิ่ง​ที่​พูด

[30] ถ้า​มี​การ​ทรง​สำ‌แดง​แก่​คน​อื่น​ที่​นั่ง​อยู่​ด้วย​กัน ให้​คน​แรก​นั้น​เงียบ​ไว้​ก่อน

[31] เพราะ‍ว่า​พวก​ท่าน​ทั้ง‍หมด​สา‌มารถ​เผย​พระ‍วจนะ​ได้​ที​ละ​คน เพื่อ​ให้​ทุก‍คน​ได้​เรียน​รู้ และ​ได้​รับ​การ​หนุน‍ใจ

[32] จิต​วิญ‌ญาณ​ของ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​นั้น ย่อม​อยู่​ใน​บัง‍คับ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ

[33] เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ไม่​ใช่​พระ‍เจ้า​แห่ง​ความ​วุ่น‍วาย แต่​ทรง​เป็น​พระ‍เจ้า​แห่ง​สันติ ดัง​ที่​เป็น​อยู่​ใน​คริสต‌จักร​ทุก​แห่ง​ของ​ธรร‌มิก‌ชน

[34] จง​ให้​บรร‌ดา​ผู้หญิง​อยู่​เงียบๆ ใน​คริสต‌จักร เพราะ‍ว่า​พวก​เขา​ไม่​ได้​รับ​อนุ‌ญาต​ให้​พูด แต่​ให้​มี​ความ​นอบน้อม​เหมือน​ที่​ธรรม​บัญ‌ญัติ​กล่าว​ไว้

[35] ถ้า​พวก​เขา​ต้อง‍การ​จะ​เรียน​รู้​สิ่ง​ใด ก็​ให้​ถาม​สามี​ของ​ตน​ที่​บ้าน เพราะ‍ว่า​การ​ที่​ผู้‍หญิง​จะ​พูด​ใน​คริสต‌จักร​นั้น​ก็​เป็น​เรื่อง​น่า​อาย

[36] พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​เกิด​มา​จาก​พวก​ท่าน​หรือ? พระ‍วจนะ​มา​ถึง​ท่าน​พวก​เดียว​หรือ?

[37] ถ้า​ใคร​คิด​ว่า​ตน​เป็น​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ หรือ​อยู่​ฝ่าย​พระ‍วิญ‌ญาณ​ก็​จง​ยอม‍รับ​ว่า ข้อ​ความ​ซึ่ง​ข้าพ‌เจ้า​เขียน​มา​ถึง​พวก​ท่าน​นี้ เป็น​พระ‍บัญ‌ญัติ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[38] และ​ถ้า​ใคร​ไม่​เอา​ใจ​ใส่​ข้อ‍ความ​นี้ คน​นั้น​ก็​จะไม่​ได้​รับ​การ​เอา​ใจ​ใส่

[39] ฉะนั้น​พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย จง​ขวน‍ขวาย​การ​เผย​พระ‍วจนะ ส่วน​การ​พูด​ภา‌ษา​แปลกๆ นั้น​ก็​อย่า​ห้าม​เลย

[40] แต่​จง​ให้​ทุก​สิ่ง​มี​ความ​เหมาะ​สม​และ​เป็น​ระ‍เบียบ​เถิด

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​คริสต‌จักร​ใน​เมือง โค‌รินธ์ ฉบับ​ที่‍หนึ่ง — Chapters