Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:40

[1] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​ข้าพ‌เจ้า เหมือน​กับ​ที่​ข้าพ‌เจ้า​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​พระ‍คริสต์

[2] ข้าพ‌เจ้า​ขอ​ชม​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เพราะ​ท่าน​ระ‍ลึก​ถึง​ข้าพ‌เจ้า​ใน​ทุก​เรื่อง และ​รัก‌ษา​คำ‍สอน​สืบ‍ทอด​ต่างๆ ตาม​ที่​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ไว้​กับ​ท่าน

[3] แต่​ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ให้​พวก​ท่าน​เข้า‍ใจ​ว่า พระ‍คริสต์​ทรง​เป็น​ศีรษะ​ของ​ชาย ​ทุก‍คน และ​ชาย​เป็น​ศีรษะ​ของ​หญิง และ​พระ‍เจ้า​เป็น​พระ‍เศียร ​ของ​พระ‍คริสต์

[4] ผู้‍ชาย​ทุก​คนที่​อธิษ‌ฐาน​หรือ​เผย​พระ‍วจนะ​โดย​มี​ผ้า​บน​ศีรษะ ก็​ทำ​ความ​อับ‍อาย​แก่​ศีรษะ​ของ​เขา

[5] แต่​ผู้‍หญิง​ทุก​คน​ที่​อธิษ‌ฐาน​หรือ​เผย​พระ‍วจนะ​โดย​ไม่​คลุม​ศีรษะ ก็​ทำ​ความ​อับ‍อาย​แก่​ศีรษะ​ของ​เธอ เพราะ​เหมือน​กับ​ว่า​เธอ​ได้​โกน‍ผม​เสีย​แล้ว

[6] เพราะ​ว่า​ถ้า​ผู้‍หญิง​ไม่​คลุม​ศีรษะ ก็​ควร​จะ​ตัด​ผม​เสีย แต่​ถ้า​การ​ตัด​ผม​หรือ​โกน‍ผม​เป็น​เรื่อง​น่า​อับ‍อาย​ของ​ผู้‍หญิง จง​คลุม​ศีรษะ​เสีย

[7] ผู้‍ชาย​ไม่​สม‍ควร​คลุม​ศีรษะ​เพราะ‍ว่า​ผู้‍ชาย​เป็น​พระ​ฉายา​และ​พระ‍รัศมี​ของ​พระ‍เจ้า ส่วน​ผู้‍หญิง​นั้น​เป็น​รัศมี​ของ​ผู้‍ชาย

[8] (เพราะ‍ว่า​ผู้‍ชาย​ไม่​ได้​มา​จาก​ผู้‍หญิง แต่​ผู้‍หญิง​มา​จาก​ผู้‍ชาย

[9] และ​ไม่​ได้​ทรง​สร้าง​ผู้‍ชาย​เนื่อง​เพราะ​ผู้‍หญิง แต่​ทรง​สร้าง​ผู้‍หญิง​เนื่อง‍เพราะ​ผู้‍ชาย)

[10] เพราะ​เหตุ​นี้​เอง ผู้‍หญิง​จึง​สม‍ควร​จะ​มี​สัญ‌ลักษณ์​แห่ง ​สิทธิ​อำ‌นาจ​นี้​อยู่​บน​ศีรษะ เพราะ​เห็น​แก่​พวก​ทูต‍สวรรค์

[11] (แต่​อย่าง​ไร​ก็​ดี ใน​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ผู้‍ชาย​ก็​ขาด​ผู้‍หญิง​ไม่​ได้ และ​ผู้‍หญิง​ก็​ขาด​ผู้‍ชาย​ไม่​ได้

[12] เพราะ‍ว่า​เช่น​เดียว​กับ​ที่​ผู้‍หญิง​มา​จาก​ผู้‍ชาย ผู้‍ชาย​ก็​มา​โดย​ผู้‍หญิง​เช่น​กัน แต่​ทุก​สิ่ง​ก็​มา​จาก​พระ‍เจ้า)

[13] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​ตัด‍สิน​เอง​ว่า การ​ที่​ผู้‍หญิง​ไม่​คลุม​ศีรษะ​เมื่อ​อธิษ‌ฐาน​ต่อ​พระ‍เจ้า​นั้น​สม‍ควร​หรือ?

[14] ธรรม‌ชาติ​เองก็​สอน​ท่าน​ว่า ถ้า​ผู้‍ชาย​ไว้​ผม‍ยาว​ก็​เป็น​เรื่อง​น่า​อาย​ของ​เขา​ไม่​ใช่​หรือ?

[15] แต่​ถ้า​ผู้​หญิง​ไว้​ผม‍ยาว​ก็​เป็น​ศักดิ์‍ศรี​ของ​เธอ เพราะ‍ว่า​ผม​เป็น​สิ่ง​ที่​ประ‌ทาน​ให้​แก่​เธอ​เพื่อ​คลุม​ศีรษะ

[16] แต่​ถ้า​ใคร​คิด​จะ​โต้‍แย้ง เรา​และ​คริสต‌จักร​ต่างๆ ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ไม่​รับ​ธรรม‌เนียม​ดัง​กล่าว​นี้

[17] ใน​การ​กำ‍ชับ​ต่อ‍ไป​นี้ ข้าพ‌เจ้า​ชม​พวก​ท่าน​ไม่​ได้ คือ​ว่า​การ​ชุม‍นุม​กัน​ของ​ท่าน​มัก​จะ​ได้​ผล​เสีย​มาก​กว่า​ผล‍ดี

[18] ประ‌การ​แรก ข้าพ‌เจ้า​ได้​ยิน​ว่า เมื่อ​มา​ชุม‍นุม​กัน​ใน​คริสต‌จักร พวก​ท่าน​มี​การ​แตก​แยก​กัน และ​ข้าพ‌เจ้า​เชื่อ​ว่า​คง​มี​ส่วน​ที่​เป็น​จริง

[19] เพราะ​จะ​ต้อง​มี​การ​ขัด‍แย้ง​กัน​ใน​พวก​ท่าน เพื่อ​ฝ่าย​ถูก​ใน​พวก​ท่าน​จะ​ปรา‌กฏ

[20] เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​มา​ชุม‍นุม​พร้อม​กัน​นั้น จึง​ไม่​ใช่​การ​กิน​ใน​งาน​เลี้ยง​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[21] เพราะ‍ว่า​ใน​การ​กิน​อา‌หาร​นั้น แต่​ละ​คน​ต่าง​กิน​อา‌หาร​ของ​ตน​ก่อน บ้าง​ก็​ยัง​หิว​อยู่ และ​บ้าง​ก็​เมา

[22] อะไร​กัน​นี่ พวก​ท่าน​ไม่​มี​บ้าน​ที่​จะ​กิน​และ​ดื่ม​หรือ? หรือ​ว่า​ท่าน​ดู‍หมิ่น​คริสต‌จักร​ของ​พระ‍เจ้า และ​สร้าง​ความ​อับ‍อาย​ให้​กับ​คน​ที่​ขัด‍สน จะ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​พูด​อย่าง‍ไร? จะ​ให้​ชม​พวก​ท่าน​หรือ? ข้าพ‌เจ้า​ไม่​ขอ​ชม​ท่าน​ใน​เรื่อง‍นี้​เลย

[23] เพราะ‍ว่า​เรื่อง​ซึ่ง​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ไว้​กับ​พวก​ท่าน​นั้น ข้าพ‌เจ้า​ได้​รับ​จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือ​ใน​คืน​ที่​เขา​ทรยศ​พระ‍เยซู​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ขนม‍ปัง

[24] เมื่อ​ขอบ‍พระ‍คุณ​แล้ว​จึง​ทรง​หัก และ​ตรัส​ว่า “นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา ซึ่ง​ให้​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย จง​ทำ​อย่าง‍นี้​เพื่อ​ระลึก​ถึง​เรา”

[25] หลัง​จาก​รับ‍ประ‌ทาน​อา‌หาร​แล้ว พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย​ด้วย​อา‌กัป‍กิริ‌ยา​เดียว​กัน ตรัส​ว่า “ถ้วย​นี้​คือ​พันธ‌สัญ‌ญา​ใหม่ โดย​โลหิต​ของ​เรา จง​ทำ​อย่าง​นี้ คือ​เมื่อ​ใด​ที่​พวก​ท่าน​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้ จง​ดื่ม​เพื่อ​ระลึก​ถึง​เรา”

[26] เพราะ‍ว่า​เมื่อ​ใด​ที่​พวก​ท่าน​กิน​ขนม‍ปัง​และ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้ ท่าน​ก็​ประ‌กาศ​การ​วาย​พระ‍ชนม์​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า จน‍กว่า​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​มา

[27] ฉะนั้น​ถ้า​ใคร​กิน​ขนม‍ปัง หรือ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​อย่าง​ไม่​เหมาะ‍สม เขา​ก็​ทำ​ผิด​ต่อ​พระ‍กาย​และ​พระ‍โลหิต​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[28] ทุก‍คน​จง​สำ‍รวจ​ตัว​เอง แล้ว​จึง​กิน​ขนม‍ปัง​และ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้

[29] เพราะ‍ว่า​คน​ที่​กิน​และ​ดื่ม​โดย​ไม่‍ได้​ตระ‌หนัก​ถึง​พระ‍กาย​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ก็​กิน​และ​ดื่ม​เป็น​เหตุ​ให้​ตน​เอง​ถูก​ลง‍โทษ

[30] เพราะ​เหตุ​นี้​พวก​ท่าน​หลาย​คน​จึง​อ่อนแอ​และ​เจ็บ‍ป่วย และ​บ้าง​ก็​ล่วง‍หลับ​ไป

[31] แต่​ถ้า​เรา​วินิจ‌ฉัย​ตัว​เอง เรา​คง​ไม่​ต้อง​ถูก​พิพาก‌ษา

[32] เมื่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​พิพาก‌ษา​เรา​นั้น พระ‍องค์​ทรง​ตี‍สอน​เรา เพื่อ​ไม่‍ให้​เรา​ถูก​พิพาก‌ษา​ด้วย​กัน​กับ​โลก

[33] ฉะ‍นั้น​พี่‍น้อง​ของ​ข้าพ‌เจ้า เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​มา​ชุม‍นุม​กัน​เพื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​อา‌หาร​นั้น จง​รอ​กัน​และ​กัน

[34] ถ้า​มี​ใคร​หิว ก็​ให้​กิน​ที่​บ้าน​ก่อน เพื่อ​ว่า​เมื่อ​มา​ชุม‍นุม​กัน พวก​ท่าน​จะ​ไม่​ถูก​ลง‍โทษ ส่วน​เรื่อง​อื่นๆ นั้น ข้าพ‌เจ้า​จะ​สั่ง‍สอน​เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​มา

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​คริสต‌จักร​ใน​เมือง โค‌รินธ์ ฉบับ​ที่‍หนึ่ง — Chapters