[1] “ในเวลานั้น แผ่นดินสวรรค์จะเผียบเหมือนเปื้อนเจ้าสาวสิบคน ก๋ำโกมไฟออกมาถ้าฮับเจ้าบ่าว
[2] ในแม่ญิงหมู่นั้นมีห้าคนเป๋นคนง่าว แหมห้าคนเป๋นคนหลวก
[3] แม่ญิงง่าวห้าคนนั้นเอาโกมไฟไป แต่บ่ได้เอาน้ำมันสำรองไปตวย
[4] แต่แม่ญิงหลวกห้าคนนั้นเอาน้ำมันสำรองใส่ก๋าไปพร้อมกับโกมไฟตวย
[5] เป๋นเวลาเมินขนาดแต่เจ้าบ่าวก็ยังบ่มาเตื้อ แม่ญิงสาวตึงสิบคนก็ใค่หลับแล้วก็หลับไป
[6] “เมื่อเถิงเวลาเตี้ยงคืน ก็มีเสียงเอิ้นฮ้องว่า ‘เจ้าบ่าวมาแล้ว ขะใจ๋ออกมาต้อนฮับเน่อ’
[7] “เปื้อนเจ้าสาวตึงหมดสิบคนก็ตื่น แล้วแป๋งไส้โกมไฟของตั๋วหื้อพร้อม
[8] หมู่แม่ญิงง่าวอู้กับหมู่แม่ญิงหลวกว่า ‘ขอแบ่งน้ำมันของหมู่เจ้าหื้อหมู่เฮาพ่องเต๊อะ โกมไฟของหมู่เฮาก่ำลังจะดับอยู่แล้ว’
[9] “หมู่แม่ญิงหลวกตอบว่า ‘บ่ได้ก้า น้ำมันตี้มีอยู่นี้มีปอสำหรับตั๋วเฮาเต้าอั้น หมู่เจ้าไปเซาะซื้อจากคนขายเอาคนเดียวเต๊อะ’
[10] “ต๋อนตี้หมู่แม่ญิงง่าวออกไปเซาะซื้อน้ำมัน เจ้าบ่าวก็มาแผว เปื้อนเจ้าสาวตี้พร้อมอยู่แล้วได้ไปงานเลี้ยงแต่งงานกับเจ้าบ่าว แล้วปะตู๋ก็หับ
[11] “ต่อมาเมื่อหมู่แม่ญิงง่าวห้าคนปิ๊กมา ก็ปากั๋นฮ้องว่า ‘ต้านเจ้าๆ จ้วยไขปะตู๋หื้อเฮากำเต๊อะ’
[12] “แต่เจ้าบ่าวตอบว่า ‘เฮาบอกความจริงแก่หมู่เจ้าว่า เฮาบ่ฮู้จักหมู่เจ้าเลย’
[13] “ย้อนจาอั้น หื้อต้านตังหลายเฝ้าหละวังอยู่ตลอด ย้อนต้านบ่ฮู้วันเวลาตี้เฮาจะปิ๊กมา
[14] “แผ่นดินสวรรค์ก็เผียบเหมือนป้อจายคนนึ่งตี้ก่ำลังจะออกเตียวตางไปเมืองไก๋ เขาฮ้องหมู่คนฮับใจ๊เข้ามาหา แล้วมอบข้าวของเงินคำหื้อฮับผิดชอบ
[15] ต้านหื้อสตางค์ห้าตะลันต์แก่คนตี้นึ่ง หื้อสองตะลันต์แก่คนตี้สอง แล้วก็หื้อคนตี้สามตะลันต์เดียว โดยแบ่งหื้อต๋ามความสามารถของแต่ละคน แล้วต้านก็ออกเตียวตาง
[16] คนฮับใจ๊ตี้ได้ห้าตะลันต์ ก็เอาไปเป๋นตืนก๊าขายเลย แล้วก็ได้ก่ำไฮมาแหมห้าตะลันต์
[17] คนฮับใจ๊ตี้ได้สองตะลันต์ ก็เอาไปเป๋นตืนก๊าขายเหมือนกั๋น แล้วก็ได้ก่ำไฮมาแหมสองตะลันต์
[18] สำหรับคนฮับใจ๊ตี้ได้ตะลันต์เดียว ก็ขุดดินเป๋นฮ่อม แล้วซ่อนสตางค์ของเจ้านายไว้ในหั้นเหีย
[19] “เวลาผ่านไปเมินแล้ว เจ้านายปิ๊กมา จึงฮ้องหมู่คนฮับใจ๊สามคนมาถามว่าได้เอาสตางค์ไปเยียะอะหยังกั๋นพ่อง
[20] คนฮับใจ๊ตี้ได้ห้าตะลันต์ เอาตึงตืนตึงก่ำไฮแหมห้าตะลันต์มาหื้อนายแล้วก็บอกว่า ‘นายเจ้าข้า สตางค์ตี้หื้อข้าพเจ้าไว้ห้าตะลันต์ ผ่อนี่ลอ ตืนห้าตะลันต์ข้าพเจ้าได้ก่ำไฮมาเปาะแหมห้าตะลันต์’
[21] “นายก็อู้กับเขาว่า ‘ดีแล้ว เจ้าเป๋นคนฮับใจ๊ตี้ดีกับซื่อสัตย์ เจ้าซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กๆ หน้อยๆ เฮาจะตั้งหื้อเจ้าผ่อกอยของจ๋ำนวนนัก มาฮ่วมยินดีกับนายของเจ้าเต๊อะ’
[22] “แล้วคนฮับใจ๊ตี้ได้สองตะลันต์ ก็เข้ามาอู้ว่า ‘นายเจ้าข้า สตางค์ตี้หื้อข้าพเจ้าไว้สองตะลันต์ ผ่อนี่ลอ ตืนสองตะลันต์ข้าพเจ้าได้ก่ำไฮมาเปาะแหมสองตะลันต์’
[23] “นายก็อู้กับเขาว่า ‘ดีแล้ว เจ้าเป๋นคนฮับใจ๊ตี้ดี กับซื่อสัตย์ เจ้าซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กๆ หน้อยๆ เฮาจะตั้งหื้อเจ้าผ่อกอยของจ๋ำนวนนัก มาฮ่วมยินดีกับนายของเจ้าเต๊อะ’
[24] “แล้วคนฮับใจ๊ตี้ได้ตะลันต์เดียวก็เข้ามาอู้ว่า ‘นายเจ้าข้า ข้าพเจ้าฮู้ว่าต้านเป๋นคนสวกใจ๋แข็ง ต้านเก็บเกี่ยวสิ่งตี้ต้านบ่ได้ปูก แล้วก็เก็บพืชผลตี้ต้านบ่ได้หว่าน
[25] ข้าพเจ้ากั๋วก็เลยเอาสตางค์ตะลันต์เดียวไปขุดขุมซ่อนไว้ในดินเหีย ผ่อนี่ลอ สตางค์ตะลันต์เดียวของต้าน’
[26] “นายก็ตอบเขาว่า ‘ไอ่ขี้ข้าบ่ดีขี้ค้าน เจ้าก็ฮู้ว่าเฮาเก็บเกี่ยวในสิ่งตี้เฮาบ่ได้ปูก กับเก็บพืชผลตี้เฮาบ่ได้หว่าน
[27] ถ้าจาอั้นเป๋นจาใดบ่เอาสตางค์นั้นไปฝากธนาคารไว้ เมื่อเฮาปิ๊กมาก็จะได้สตางค์ตึงต้นตึงดอก’
[28] “แล้วเจ้านายก็สั่งหื้อเอาสตางค์นึ่งตะลันต์จากเขาไปหื้อคนตี้มีสิบตะลันต์
[29] ย้อนคนตี้มีอยู่แล้ว ก็จะเตื่อมนักขึ้นจ๋นเหลือล้น ส่วนคนตี้บ่มี แม้แต่สิ่งตี้เขามีอยู่นั้นก็จะเอาไปจากเขาเหีย
[30] จากนั้นก็สั่งหื้อเอาคนฮับใจ๊บ่มีประโยชน์คนนั้น โจ้งออกไปตี้มืดตังนอกเหีย ตี้หั้นจะมีเสียงไห้หุยขบเขี้ยวเกี๊ยวกางอย่างเจ็บปวด
[31] “เมื่อบุตรมนุษย์จะมาโดยรัศมีอันยิ่งใหญ่ฮ่วมกับหมู่ทูตสวรรค์ พระองค์จะนั่งบนบัลลังก์ตี้เต๋มไปด้วยรัศมีตี้มาจากสวรรค์
[32] คนเจื๊อจ้าดต่างๆ จะมาเปาะกั๋นส่องหน้าบุตรมนุษย์ พระองค์จะแบ่งหมู่เขาออกเป๋นสองหมู่ เหมือนกับคนเลี้ยงแกะตี้แยกแกะออกจากแป๊ะ
[33] พระองค์จะเอาแกะไว้ตังขวามือ ส่วนแป๊ะก็จะเอาไว้ตังซ้ายมือ
[34] “แล้วพระองค์ผู้เป๋นกษัตริย์จะอู้กับหมู่ตี้อยู่ตังขวามือว่า ‘ต้านตังหลายตี้ได้ฮับปอนจากพระบิดาของเฮา เจิญฮับอาณาจักรตี้ได้เกียมไว้สำหรับต้านตังหลายตั้งแต่สร้างโลกมาแล้ว
[35] ย้อนว่าต๋อนตี้เฮาใค่อยากกิ๋นข้าว หมู่ต้านก็เลี้ยงเฮา เฮาใค่อยากกิ๋นน้ำ ต้านก็เอาน้ำหื้อเฮากิ๋น เฮาเป๋นคนแปลกหน้า หมู่ต้านก็ต้อนฮับเฮาหื้อเข้าไปในบ้าน
[36] เฮาบ่มีเสื้อผ้าใส่ ต้านก็เอามาหื้อเฮานุ่ง เฮาบ่สบาย ต้านก็ผ่อกอยเอาใจ๋ใส่ เฮาติดคอก ต้านก็มาแอ่วหาเฮา’
[37] “แล้วหมู่ตี้เยียะถูกต้องต๋ามธรรมจะตอบว่า ‘องค์พระผู้เป๋นเจ้า หมู่เฮาเกยหันพระองค์ใค่อยากกิ๋นข้าวแล้วเลี้ยงพระองค์เมื่อใด กาว่าหันพระองค์ใค่อยากกิ๋นน้ำแล้วเอาน้ำหื้อพระองค์กิ๋นเมื่อใด
[38] หมู่เฮาเกยหันพระองค์เป๋นคนแปลกหน้าแล้วเจิญพระองค์เข้ามาในบ้าน กาว่าหันพระองค์บ่มีเสื้อผ้าใส่แล้วเอาเสื้อผ้ามาหื้อนุ่งเมื่อใด
[39] หมู่เฮาหันพระองค์บ่สบาย กาว่าติดคอกแล้วไปแอ่วหาพระองค์เมื่อใด’
[40] “แล้วพระองค์ผู้เป๋นกษัตริย์จะตอบหมู่เขาว่า ‘เฮาบอกความจริงแก่ต้านตังหลายว่า เมื่อใดก็ต๋ามตี้หมู่ต้านเยียะกับคนตี้ต่ำต้อยตี้สุดคนนึ่งในหมู่ปี้น้องของเฮา ก็เหมือนต้านตังหลายได้เยียะต่อเฮาตวย’
[41] “แล้วพระองค์จะบิ่นหน้าไปบอกหมู่ตี้อยู่ตังเผิกซ้ายมือว่า ‘ไปหื้อป๊นหูป๊นต๋าเฮาเหีย หมู่เจ้าถูกแจ้งหื้อตกหม้อหน้าฮกในไฟตี้บ่มีวันดับ เป๋นไฟตี้เกียมไว้สำหรับมารกับหมู่ของมัน
[42] ย้อนว่าต๋อนตี้เฮาใค่อยากกิ๋นข้าว เจ้าตังหลายก็บ่ได้หื้ออะหยังเฮากิ๋น เฮาใค่อยากกิ๋นน้ำ เจ้าตังหลายบ่ได้หื้อน้ำเฮากิ๋น
[43] เฮาเป๋นคนแปลกหน้า เจ้าตังหลายก็บ่ได้เจิญเฮาเข้าไปในบ้าน เฮาบ่มีเสื้อผ้าใส่ เจ้าตังหลายบ่ได้หื้อเสื้อผ้าเฮานุ่ง เฮาบ่สบายกับติดคอก เจ้าตังหลายบ่เกยมาแอ่วหาเฮา’
[44] “หมู่เขาก็จะตอบว่า ‘พระองค์เจ้าข้า หมู่เฮาหันต้านใค่อยากกิ๋นข้าวกิ๋นน้ำ กาว่าเป๋นคนแปลกหน้า กาว่าบ่มีเสื้อผ้านุ่ง บ่สบายกับติดคอก แล้วหมู่เฮาบ่ได้เยียะอะหยังสักอย่างตี้จะจ้วยเหลือต้านเมื่อใดกา’
[45] “พระองค์จะตอบว่า ‘เฮาบอกความจริงแก่เจ้าตังหลายว่า อะหยังก็ต๋ามตี้เจ้าตังหลายบ่ได้เยียะกับคนต่ำต้อยตี้สุดคนนึ่ง เจ้าตังหลายก็บ่ได้เยียะต่อเฮาเลย’
[46] “แล้วคนตังหลายหมู่นั้นก็จะต้องฮับโต้ษตลอดไป แต่คนตี้เยียะถูกต้องต๋ามธรรมจะเข้าสู่จีวิตนิรันดร์”