Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 3:38

[1] เพราะ‍ฉะนั้น​ขอ​ให้​เรา​ผ่าน​หลัก​คำ‍สอน​เบื้อง‍ต้น​เกี่ยว​กับ​พระ‍คริสต์ ไป​สู่​ความ​เป็น​ผู้‍ใหญ่ โดย​ไม่​วาง​ราก‍ฐาน​ซ้ำ​อีก คือ​เรื่อง​การ​กลับ‍ใจ​จาก​การ​ประ‌พฤติ​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​ตาย และ​เรื่อง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ‍เจ้า

[2] และ​คำสอน​เรื่อง​พิธี​ล้าง​ชำระ​ต่างๆ การ​วาง​มือ การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย และ​การ​ลง​โทษ​ชั่ว​นิรันดร์

[3] ถ้า​พระ‍เจ้า​ทรง​อนุ‌ญาต เรา​ก็​จะ​ได้​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป

[4] เพราะ‍ว่า​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ได้​รับ​ความ‍สว่าง​มา​ครั้ง​หนึ่ง​แล้ว และ​ได้​ลิ้ม​รส​ของ​ประ‌ทาน​จาก​สวรรค์ ได้​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์

[5] และ​ได้​ลิ้ม​รส​ความ​ดี‍งาม​แห่ง​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า และ​ฤทธิ์‍เดช​แห่ง​ยุค​ที่​จะ​มา​ถึง​นั้น

[6] แล้ว​ยัง​หลง​ไป ก็​เหลือ​วิสัย​ที่​จะ​นำ​พวก​เขา​มา​สู่​การ​กลับ‍ใจ​อีก​ได้ เพราะ​พวก​เขา​เอง​ได้​ตรึง​พระ‍บุตร​ของ​พระ‍เจ้า​อีก และ​ได้​ประ‌จาน​พระ‍องค์​ให้​อับ‍อาย​ต่อ​สา‌ธารณ‍ชน

[7] เพราะ‍ว่า​พื้น‍ดิน​ที่​ได้​รับ​น้ำ‍ฝน​อยู่​เสมอ และ​ทำ​ให้​เกิด​พืช​ผัก​อัน​เป็น​ประ‌โยชน์​แก่​คน​ที่​เพาะ​ปลูก ก็​ได้​รับ​พระ‍พร​จาก​พระ‍เจ้า

[8] แต่​ถ้า​พื้น‍ดิน​นั้น​ผลิต​ต้น‍หนาม​ใหญ่​และ​หนาม​ย่อย มัน​ก็​ไร้‍ค่า​จน​เกือบ​จะ​ถูก​แช่ง​สาป แล้ว​ใน​ที่‍สุด​ก็​จะ​ถูก​เผา​ไฟ

[9] แต่​ท่าน​ที่‍รัก​ทั้ง‍หลาย แม้​พวก​เรา​จะ​พูด​อย่าง​นั้น​เรา​ก็​เชื่อ​แน่​ว่า ใน​กรณี​ของ​พวก​ท่าน​นั้น​มี​สิ่ง​ที่​ดี​กว่า นั่น​ก็​คือ​สิ่ง​ที่​เกี่ยว​กับ​ความ‍รอด

[10] เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ไม่​ทรง​อธรรม​ที่​จะ​ทรง‍ลืม​การ​งาน​ของ​พวก​ท่าน​และ​ความ​รัก​ที่​พวก​ท่าน​แสดง​ต่อ​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์ คือ​การ​ปรน‌นิบัติ​พวก​ธรร‌มิก‌ชน​นั้น ดัง​ที่​พวก​ท่าน​ยัง​ปรน‌นิบัติ​อยู่

[11] และ​เรา​ปรารถ‌นา​ให้​ท่าน​แต่​ละ​คน​แสดง​ความ​กระ‌ตือ‍รือ‌ร้น​อย่าง​เดียว​กัน​จน​ถึง​ที่​สุด เพื่อ​จะ​พบ​ความ​สำ‌เร็จ​ตาม​ที่​หวัง​ไว้

[12] เพื่อ​ไม่​ให้​พวก​ท่าน​เป็น​คน​เฉื่อย‍ช้า แต่​ให้​เลียน​แบบ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​โดย​ทาง​ความ​เชื่อ​และ​ความ​อด‍ทน จึง​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญ‌ญา​ไว้​เป็น​มร‌ดก

[13] เพราะ​เมื่อ​พระ‍เจ้า​ทรง​สัญ‌ญา​กับ​อับ‌รา‌ฮัม​นั้น โดย​เหตุ​ที่​ไม่​มี​ใคร​เป็น​ใหญ่​กว่า​พระ‍องค์​ที่​พระ‍องค์​จะ​ทรง‍อ้าง​ได้​ใน​การ​สาบานพระ‍องค์​ก็​ทรง​สา‌บาน​โดย​อ้าง​พระ‍องค์​เอง

[14] คือ​ตรัส​ว่า“เรา​จะ​อวย​พร​เจ้า และ​จะ​ให้​เจ้า ทวี​มาก‍ขึ้น​อย่าง​แน่‍นอน”

[15] เช่น‍นั้น​แหละ เมื่อ​อับ‌รา‌ฮัม​ได้​อดทน​คอย​แล้ว ท่าน​ก็​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทรง​สัญ‌ญา​ไว้​นั้น

[16] ส่วน​มนุษย์​นั้น​สา‌บาน​โดย​อ้าง​ผู้​ที่​เป็น​ใหญ่​กว่า​ตน และ​เมื่อ​เกิด​การ​ทุ่ม‍เถียง​อะไร​ก็​ตาม ก็​ต้อง​ถือ​คำ​สา‌บาน​นั้น​เป็น​คำ​ยืน‍ยัน​ขั้น​สุดท้าย

[17] ฉะ‍นั้น​เมื่อ​พระ‍เจ้า​ทรง​ประ‌สงค์​จะ​แสดง​ให้​บรรดา​ผู้​ที่​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​ทรง‍สัญ‌ญา​ไว้​เป็น​มร‌ดก รู้​แน่​ยิ่ง​ขึ้น​ว่า​พระ‍ดำริ​ของ​พระ‍องค์​จะ​ไม่​เปลี่ยน​แปลง พระ‍องค์​จึง​ได้​ทรง​ยืน‍ยัน​พระ‍สัญญา​นั้น​ด้วย​คำ​สา‌บาน

[18] เพื่อ​ว่า​โดย​พระ‍สัญ‌ญา​และ​คำ​สา‌บาน​ที่ ​เปลี่ยน‍แปลง​ไม่​ได้ เพราะ​พระ‍เจ้า​ตรัส​มุสา​ไม่​ได้ เรา​ผู้​ที่​หนี​ไป​ยึด​ความ​หวัง​ซึ่ง​มี​อยู่​ตรง‍หน้า จะ​ได้​รับ​การ​ชู‍ใจ​อย่าง​มาก‍มาย

[19] ความ​หวัง​ที่​เรา​ยึด​นั้น​เป็น​เสมือน​สมอ​ที่​แน่‍นอน​และ​มั่น‍คง​ของ​จิต‍ใจ เป็น​ความ​หวัง​ที่​นำ​ไป​สู่​อภิ‌สุทธิ​สถาน​ข้าง‍หลัง​ม่าน

[20] ที่​ที่​พระ‍เยซู​ผู้​ทรง​นำ‍หน้า​เสด็จ​เข้า​ไป​ก่อน​แล้ว​เพื่อ​เรา เพราะ​พระ‍องค์​ทรง​เป็น​มหา‍ปุโร‌หิต​ชั่ว​นิรันดร์ ตาม​แบบ‍อย่าง​เมล‌คี‌เซ‌เดค​นั้น

จดหมาย​ที่​มี​ไป​ถึง​คน ฮีบรู — Chapters